วันเสาร์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เอนเทอโรไวรัส ร้าย!นักถึงตาย

“สลด 2 ขวบ สังเวยโรคมือเท้าปาก” เกิดขึ้นในพื้นที่อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว เมื่อไม่กี่วันมานี้ โดยมีอาการไข้สูง ตัวร้อนจัด และอาเจียน

“หมอดื้อ” หรือ ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บอกว่า ไวรัสเอนเทอโร (enterovirus) มีอาการได้หลากหลาย ไม่ใช่แต่ตุ่มที่มือ เท้า ปาก โดยมีอาการทางสมอง ไขสันหลัง เส้นประสาท กล้ามเนื้อหัวใจได้ แม้ไม่มีอาการที่ผิวหนัง

“ไวรัสเอนเทอโรไม่ได้ก่อให้เกิดโรคมือ เท้า ปาก อย่างเดียว แต่สามารถทำให้เกิดกล้ามเนื้ออักเสบ หัวใจ ตับอ่อนอักเสบได้ด้วย”

ทั้งนี้ เนื่องจากมีสมาชิกอยู่หลายตัว ตั้งแต่ coxsackievirus echovirus และกลุ่มใกล้เคียงคือ parechovirus แต่ตัวสำคัญที่เกิดโรคระบาดร้ายแรง ได้แก่ ไวรัสโปลิโอ ซึ่งในประเทศไทยขณะนี้มีการให้วัคซีนโปลิโอครอบคลุมทั่วประเทศ จะมีก็แต่ในอนาคตจะต้องเปลี่ยนวัคซีนเป็นชนิดฉีดแทนชนิดกินหรือหยอดเข้าปาก

ทั้งนี้ เนื่องจากไวรัสจากวัคซีนเองจะแพร่ไปสู่คนใกล้ชิด เช่น พ่อ แม่ ที่อายุมากขึ้นและไม่มีภูมิคุ้มกันเกิดไขสันหลังอักเสบ และไวรัสจากวัคซีนยังกลายพันธุ์...แปลงตัวโดยผสมเข้ากับไวรัสเอนเทอโรตัวอื่นได้...สำหรับ โรคมือเท้าปากที่ระบาดรุนแรงในกัมพูชา จีน รวมประเทศไทยขณะนี้ เกิดได้จากไวรัสเอนเทอโรหลายตัว แต่ที่สำคัญคือ เอนเทอโร 71 (family picornaviridae และจัดเป็น human enterovirus A)

ไวรัสนี้ปรากฏตัวตั้งแต่ปี 2508 แต่เริ่มมีการระบาดในปี 2512 ใกล้กับที่ยานอวกาศอพอลโล 11 ที่นำมนุษย์ขึ้นไปเหยียบดวงจันทร์เป็นครั้งแรก และกลับมายังพื้นโลกในวันที่ 24 กรกฎาคม 2512 จนทำให้เชื่อกันว่าเป็นไวรัสจากดวงจันทร์ ซึ่งไม่เป็นความจริง ด้วยปัจจุบันมีไวรัสในกลุ่ม human enterovirus มากกว่า 90 ชนิด

อาการของไวรัสเอนเทอโร 71 ที่ก่อให้เกิดโรคทางผิวหนัง เยื่อบุ เริ่มปรากฏตั้งแต่ปี 2513 ที่ประเทศบัลแกเรีย โดยมีเด็กที่มีอาการรุนแรง 451 ราย...เสียชีวิต 44 ราย และต่อมาอีก 3 ปี มีการระบาดที่ฮังการี โดยมีคนป่วย 826 ราย เป็นเยื่อหุ้มสมองอักเสบ และเป็นสมองอักเสบ 724 ราย

แต่ทั้งนี้ที่ประเทศฮังการีอาการตุ่มพุพองที่มือ เท้า ปาก กลับพบน้อยกว่าที่บัลแกเรีย

ในประเทศไทยที่เกี่ยวกับระบบประสาทที่รู้จักกันดี คือ “ไวรัสเอนเทอโร 70” ทำให้เกิดเยื่อบุตาอักเสบ ตาแดง บวม และมีการระบาดมากในช่วงกันยายน ถึงธันวาคมในปี 2517 โดยอาการรุนแรงที่ร่วมกันคือ แขนและ...หรือขาอ่อนแรง ...เหี่ยวลีบเหมือนกับที่พบในไวรัสโปลิโอ ซึ่งเกิดโรคทั้งในเด็ก...ในผู้ใหญ่

เกิดจากไวรัสที่แพร่โดยทางฝอยละอองน้ำลาย สิ่งคัดหลั่งทางจมูก จากการไอ จาม และติดต่อทางการกินอาหาร ที่มีไวรัสปนเปื้อนมาทางอุจจาระ ทั้งนี้ส่วนใหญ่หรือเกือบทั้งหมดจะเป็นความผิดปกติของไขสันหลังหรืออาการที่ไม่รุนแรงในรูปของเยื่อหุ้มสมองอักเสบ

หลังจากนั้นเอนเทอโร 71 ยังคงมีการระบาดประปรายจวบจนในปี 2540 มีการระบาดที่ซาราวัค มาเลเซีย มีผู้ป่วย 2,618 ราย ที่มีอาการมือ เท้า ปาก และเสียชีวิต 34 ราย

และ...มีการระบาดเรื่อยมาในมาเลเซีย สิงคโปร์ เกาหลี โดยที่ปรากฏในลักษณะของโรคมือ เท้า ปาก มีตุ่มน้ำพุพอง แต่ที่สำคัญคือ...อาการทางระบบประสาทเปลี่ยนไปในทางรุนแรงมากขึ้น

จากที่เคยก่อโรคไขสันหลังอักเสบ แขน...ขาอ่อนลีบกลับทำลายก้านสมอง ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการเคลื่อนไหว ลูกตา การพูด การกลืน โดยเฉพาะที่ทำลายก้านสมองส่วนล่าง ซึ่งเป็นศูนย์ควบคุมหัวใจ...การขยายหดของหลอดเลือดในปอด จนเกิดน้ำท่วมปอด หายใจไม่ได้ ซ้ำร้าย...บางรายอาจมีตกเลือดในปอดซ้ำซ้อน โดยไม่ได้มีการทำลายของเนื้อปอดจริงๆด้วยซ้ำ แต่ทั้งนี้อาจร่วมกับกล้ามเนื้อหัวใจผิดปกติด้วย

ศ.นพ.ธีระวัฒน์ บอกอีกว่า ไวรัสเอนเทอโรในประเทศเกิดโรคส่วนมากในเด็กจนถึงอายุไม่เกิน 14 ปี อาจเกิดจากการที่เด็กเหล่านี้ยังไม่เคยมีการติดเชื้อและมีภูมิต้านทานมาก่อน ทั้งนี้ในหลายประเทศ เช่น ญี่ปุ่น ไต้หวัน มีการระบาดเป็นช่วง ไม่ทุกปี และในซาราวัค ตั้งแต่ปี 2540 มีการระบาดทุก 3 ปี

ศูนย์ปฏิบัติการโรคทางสมอง คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ทำการศึกษาเด็กที่เกิดอาการติดเชื้อรุนแรงร่วมกับภาควิชากุมารเวชศาสตร์ ในช่วง 2546-2547 (แพทย์หญิงฐานิณี เพชรวิจิตร และนายแพทย์ทายาท ดีสุดจิต) พบว่า มีการติดเชื้อเอนเทอโรในเด็กที่อายุมากกว่า 1 เดือนทั้งสิ้น

ซึ่งเด็กเหล่านี้หลังจากคลอดได้กลับบ้านไปแล้วและมีการติดเชื้อในภายหลัง แสดงให้เห็นว่า เริ่มมีการสัมผัสเชื้อตั้งแต่เด็กอายุน้อยๆ

ในผู้ใหญ่อายุมากกว่า 14 ปี ที่เป็นสมอง ไขสันหลัง เยื่อหุ้มสมองอักเสบที่ทางศูนย์สมองฯได้ทำการตรวจวินิจฉัย พบเพียง 6 รายในช่วง 13 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นชาวต่างประเทศและแพทย์ โดยในช่วงตั้งแต่มกราคม 2554 จนกรกฎาคม 2555 ในผู้ใหญ่ที่มีการอักเสบของระบบประสาททั้ง 120 ราย

พบการติดเชื้อจากไวรัสเอนเทอโร 1 รายในแพทย์เอง ซึ่งเป็นเยื่อหุ้มสมองอักเสบ

แสดงว่า...การได้สัมผัสเชื้อซึ่งน่าจะสม่ำเสมอตลอดมาของคนไทย อาจสร้างภูมิคุ้มกันต่อไวรัสเอนเทอโร โดยสาเหตุที่ไวรัสมีความรุนแรงมากขึ้น จากการทำลายไขสันหลังอย่างเดียว และลามขึ้นไปกระทบก้านสมอง ยังไม่ทราบกลไกแน่นอน

ทั้งนี้ อาจเกี่ยวพันกับชนิดของไวรัส เช่น เอนเทอโร 71 C2 อาจจะรุนแรงกว่าตัวอื่นๆ ดังที่พบในไต้หวัน หรือเกิดจากปัจจัยของคนไข้เอง เช่น มียีนควบคุมพันธุกรรม HLA-A33 หรือ HLA-A2 (ในไต้หวัน) และการที่มียีน CTLA4 ซึ่งควบคุมการทำงานของเซลล์ในระบบภูมิคุ้มกัน (T-cell cytotoxicity) รวมทั้งจากการที่มีการหลั่งสารจากเซลล์เม็ดเลือดขาว จนทำให้มีการรั่วออกมาของน้ำจากหลอดเลือดในปอดได้ง่ายขึ้น

ภาวะภูมิคุ้มกันแปรปรวนจากการติดเชื้อไวรัสเอนเทอโรยังแสดงออกมาได้ในรูปของน้ำเหลืองเสีย ทั้งนี้ โดยมีผู้ป่วยอายุ 2 ขวบ ที่ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ รพ.จุฬาลงกรณ์ (นพ.ทายาท ดีสุดจิต)

หลังจากที่เกิดมีโรคมือ เท้า ปาก จนหายดี กลับมีอาการกล้ามเนื้อของแขน ขา และลำตัวแข็งเกร็ง เดินไม่ได้ แต่รู้สึกตัวพูดได้ ทานอาหารได้ ศูนย์สมองฯได้ทำการตรวจเลือด พบว่า...มีภูมิคุ้มกันแปรปรวน โดยมีแอนติบอดี Anti-AMPA2 ในเลือดก่อให้เกิดตัวแข็งเกร็ง แต่ในที่สุด...ก็หายได้ภายในเวลา 1 เดือน

ซึ่งควรจะเกิดจากการติดเชื้อไวรัสเอนเทอโร ส่งผลให้เกิดภาวะแปรปรวนดังกล่าว

ในปัจจุบันไวรัสเอนเทอโรที่เป็นปัญหา รวมถึงเอนเทอโรไวรัส 68 ซึ่งพบในอเมริกาและรวมถึงประเทศไทย โดยที่ลักษณะการแสดงอาการเป็นไปในรูปของอาการทางไขสันหลัง ทำให้มีกล้ามเนื้ออ่อนแรง

น่าสนใจว่ายังไม่มียาที่มีประสิทธิภาพชัดเจนที่ใช้รักษาสมองอักเสบ...อยู่ที่การรักษาแบบประคับประคอง การป้องกันไม่ให้มีการแพร่กระจายลุกลามไป และเฝ้าติดตามลักษณะอาการของโรคว่าเปลี่ยนแปลงไหม

“อาจวิเคราะห์โดยการใช้คอมพิวเตอร์สมอง ถ้ามีอาการของโรคผิดแปลกไปจากเดิมอาจเป็นเครื่องชี้ว่าไวรัสมีการเปลี่ยนแปลงในทางรหัสพันธุกรรมและภูมิคุ้มกันที่คนไทยมีอยู่ จากการที่เคยติดเชื้อแต่เด็กอาจไม่ป้องกันโรค”

ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาต้องจับตามองเรื่องไวรัสเอนเทอโรให้ดี เนื่องจากเริ่มพบเด็กอาการรุนแรงขึ้นจนเสียชีวิตจากกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ และ...ผู้ใหญ่ที่ใกล้ชิดติดไปด้วย และเป็นกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบเช่นกัน โดยไม่ใช่ EV 71 68 แต่เป็นตัวอื่นๆในกลุ่มเอนเทอโร บ่งชี้...ถึงความเปลี่ยนแปลงความรุนแรงของโรค

กินร้อน...ช้อนกลาง ล้างมือด้วยน้ำสบู่บ่อยๆ ไอ...จามปิดปาก ป่วยก็แยกตัวไม่แพร่เชื้อไปสู่คนอื่น รักษาดูแลตัวเอง คนในครอบครัวให้ดี...กันไว้ดีกว่าแก้ โรคภัยจะได้ไกลตัว.