บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

วิวาห์ล่มเคลียร์จบ 2 ฝ่ายเจรจาแต่งใหม่ พิธีเฉพาะครอบครัว

ซัดญาติใจร้อนทำวุ่น

งานวิวาห์อลเวงที่ฝ่ายเจ้าบ่าวหอบค่าสินสอดทองหมั้นเผ่นออกจากงาน ทำให้งานล่มกลางคัน ว่าที่เจ้าสาวเสียใจอย่างหนักถึงกับช็อกลมใส่ และญาติๆต้องพยุงร่างพาเข้าพบตำรวจให้ลงบันทึกไว้เป็นหลักฐาน จบลงเอยด้วยดีกันทั้งสองฝ่าย พ่อว่าที่เจ้าสาวระบุเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเพราะญาติผู้ใหญ่ทั้ง 2 ฝ่าย อารมณ์ร้อนไม่เข้าใจกัน ได้เจรจาพูดคุยกับฝ่ายเจ้าบ่าวยอมรับจะชดใช้ค่า เสียหายในการจัดเตรียมงานเลี้ยงโต๊ะจีน และจะจัดพิธีแต่งงานกันอีกครั้งอย่างเงียบๆ ภายในครอบครัว ไม่มีการเลี้ยงฉลองใหญ่โต

จากเรื่องวิวาห์อลเวง กรณี น.ส.เบญจภรณ์ วารีศรี อายุ 25 ปี พนักงานบริษัทแห่งหนึ่งใน กทม. อยู่บ้านเลขที่ 122/9 หมู่ 14 บ้านพุทรา อ.พิมาย จ.นครราชสีมา ว่าที่เจ้าสาวตกเป็นม่ายขันหมาก ขณะจัดงานวิวาห์หวานกับนายอดิเรก ชะดาจันทร์ อายุ 24 ปี เจ้าบ่าว ชาว จ.พิจิตร ขึ้นที่บ้านของฝ่ายหญิง โดยเรียกค่าสินสอดทองหมั้นเป็นเงินสด 1 แสนบาท กับทองรูปพรรณหนัก 1 บาท เมื่อช่วงเช้าวันที่ 24 มิ.ย.ที่ผ่านมา มีแขกเหรื่อมาร่วมงานนับร้อยคน เจ้าภาพว่าจ้างทำโต๊ะจีนกว่า 50 โต๊ะ ไว้เลี้ยงฉลอง แต่จู่ๆเกิดวิวาห์ล่มกลางคัน เนื่องจากฝ่ายเจ้าบ่าวจัดเตรียมทองรูปพรรณหนัก 1 บาท และเงินสด 5 หมื่นบาท มาเป็นค่าสินสอด ขาดไป 5 หมื่นบาท ไม่ครบตามที่ตกลงกันไว้แต่แรกจนเกิดปัญหาขึ้น ก่อนที่ฝ่ายเจ้าบ่าวจะหอบสินสอดทองหมั้นหนีออกจากงานไป ทำให้ว่าที่เจ้าสาวถึงกับช็อกและเสียหน้า ก่อนญาติๆจะพาเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.พิมาย จ.นครราชสีมา เพื่อลงบันทึกไว้เป็นหลักฐาน

ล่าสุด งานวิวาห์ล่มส่อเค้าจะจบลงเอยด้วยดีทั้งสองฝ่าย ทั้งนี้ เมื่อเช้าวันที่ 25 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังบ้านเลขที่ 122/9 หมู่ 14 บ้านพุทรา ต.รังกาใหญ่ อ.พิมาย จ.นครราชสีมา บ้านของ น.ส.เบญจภรณ์ วารีศรี ว่าที่เจ้าสาว ที่หัวใจสลายตกเป็นม่ายขันหมากหมาดๆ เนื่องจากเจ้าบ่าวหอบสินสอดทองหมั้นหนีออกจากงานไป เป็นเหตุให้งานวิวาห์ครั้งนี้ต้องล้มเลิกกลางคันไปโดยปริยาย พบ บรรยา-กาศที่บ้านค่อนข้างเงียบเหงา มีเพียงนายบุญสวน วารีศรี อายุ 51 ปี และนางทองสุข วารีศรี บิดามารดาของ น.ส.เบญจภรณ์ ว่าที่เจ้าสาว และญาติๆ 2-3 คน ช่วยกันเก็บข้าวของภายในบ้าน

นายบุญสวน วารีศรี บิดาของ น.ส.เบญจภรณ์ ว่าที่เจ้าสาว เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตนกับคนในครอบครัวรู้สึกเสียใจมาก สาเหตุเกิดจากความไม่เข้าใจกันของญาติทั้ง 2 ฝ่าย ตนกับภรรยาซึ่งเป็นบิดาและมารดาว่าที่เจ้าสาว ไม่ได้มีปัญหาอะไรเลยในเรื่องค่าสินสอดทองหมั้น คุยกันเข้าใจแล้ว แต่ญาติๆอารมณ์ร้อนด้วยกันทั้ง 2 ฝ่าย จนเกิดเหตุการณ์วุ่นวายขึ้น ตนรักและสงสารลูกสาวมาก เพราะต้องทำงานพบปะผู้คนมากมาย ก็ได้แต่พูดให้กำลังใจลูก ขณะนี้ลูกสาวเดินทางไปทำงานที่ กทม.แล้ว ส่วนการเจรจาพูดคุยกับทางฝ่ายเจ้าบ่าว ได้ตกลงกันด้วยดี โดยฝ่ายเจ้าบ่าวยินดีจะชดใช้ค่าเสียหาย และจะทำพิธีแต่งงานให้ถูกต้องตามประเพณี แต่รอให้ทุกอย่างลงตัว และพิธีจะจัดเฉพาะในครอบครัวเท่านั้น