วันอังคารที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ศูนย์กลางผลไม้เมืองร้อน ร่ายยุทธศาสตร์ดันไทยกำหนดทิศทางโลก

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมช.พาณิชย์

“สนธิรัตน์” เดินหน้าทำยุทธศาสตร์ผลไม้เมืองร้อน คาดเสร็จใน 2–3 เดือน ตั้งเป้าดันไทยเป็นมหาอำนาจผลไม้เมืองร้อน สามารถกำหนดทิศทางราคาได้พร้อมการบริหารจัดการเป็นระบบ

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ขณะนี้กระทรวง พาณิชย์อยู่ระหว่างการศึกษาเพื่อจัดทำยุทธศาสตร์ผลไม้เมืองร้อน คาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 2-3 เดือนนี้ เพื่อเป็นแนวทางในการบริหารจัดการผลไม้ทั้งประเทศอย่างเป็นระบบ ป้องกันราคาตกต่ำในระยะยาว โดยตั้งเป้าหมายเพื่อให้ไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตและการค้าผลไม้เมืองร้อนของโลก และเป็นมหาอำนาจของโลกในการกำหนดทิศทางราคาของผลไม้เมืองร้อน ซึ่งเบื้องต้นจะผลักดันผลไม้เมืองร้อนที่มีศักยภาพก่อนจำนวน 10 ชนิด เช่น ทุเรียน เงาะ ลองกอง มังคุด ลำไย เป็นต้น

ทั้งนี้ ในปัจจุบันไทยเป็นหนึ่งในผู้ผลิตและส่งออกผลไม้รายใหญ่ของโลก แต่ยังขาดเทคโนโลยี นวัตกรรมในการจัดการผลผลิตเพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน อีกทั้งเกษตรกรยังขาดความรู้ในการผลิตให้มีคุณภาพ ตรงกับความต้องการของตลาด เพราะส่วนใหญ่จะเลือกปลูกผลไม้ตามกระแสตลาด ส่งผลให้ผลผลิตมีมากขึ้น และราคาตกต่ำจนเกษตรกรเดือดร้อน ซึ่งรัฐบาลต้องหาแนวทางแก้ปัญหาซ้ำซากทุกปี

“อย่างเมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมา ทุเรียนมีราคาสูงมาก เพราะผลผลิตออกมาน้อย เกษตรกรที่เคยปลูกยางพาราจะตัดต้นยางเพื่อปลูกทุเรียน ทำให้ปีนี้ผลผลิตทุเรียนออกมามากกว่าปีก่อนประมาณ 30% แต่โชคดีที่ราคาไม่ตกต่ำ เพราะตลาดจีนยังมีความต้องการสูง และกระทรวงพาณิชย์ปลุกกระแสการบริโภคทุเรียนเพิ่มขึ้น หากมียุทธศาสตร์ที่ชัดเจนแล้ว รัฐบาลจะไม่ต้องแก้ปัญหาราคาตกต่ำซ้ำซาก และยังทำให้ไทยกำหนดทิศทางราคาผลไม้ในตลาดโลกได้ ส่งผลให้ราคามีเสถียรภาพ และเกษตรกรขายผลผลิตได้ในราคาสูงขึ้น”

สำหรับปีนี้ นอกจากกระทรวงพาณิชย์ได้ผลักดันให้เกิดกระแสการบริโภคทุเรียนแล้ว ยังจะส่งเสริมการตลาดเพิ่มเติม เช่น เชื่อมโยงจากแหล่งผลิตไปยังตลาดปลายทาง ทั้งห้างค้าปลีก ตลาดต้องชม และตลาดการค้าชายแดน รวมไปถึงเพิ่มช่องทางการตลาด ผ่านการค้าออนไลน์ ประชาสัมพันธ์ ส่งเสริมการบริโภคภายในประเทศ ส่งเสริมการแปรรูปผลไม้ และขยายตลาดต่างประเทศ เช่น อินเดีย ที่มีความต้องการผลไม้เมืองร้อนเพิ่มขึ้น

ขณะที่ข้อมูลการผลิตผลไม้ของไทยในปีนี้ จากสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ระบุว่า ผลไม้จังหวัดระยอง จันทบุรี และตราด ต้นฤดูปี 60 ได้แก่ ทุเรียน เงาะ มังคุด และลองกอง มีผลผลิตต่อไร่เพิ่มขึ้นทุกชนิด โดยมีผลผลิตรวม 777,112ตัน เพิ่มขึ้น 37.17% จากปีก่อนที่มีจำนวน 562,164 ตัน หรือเพิ่มขึ้น 208,948 ตัน เพราะราคาในปีก่อนดีมาก จูงใจให้เกษตรกรดูแลรักษาผลผลิต อีกทั้งในปีนี้สภาพอากาศยังเอื้ออำนวยมากกว่าปีก่อน ทำให้ผลผลิตเพิ่มขึ้น

ส่วนผลผลิตช่วงปลายเดือน พ.ค.-มิ.ย.60 คาดว่า ผลผลิตรวมของทั้ง 4 สินค้าจะเพิ่มขึ้นทุกชนิด โดยเงาะจะเพิ่มขึ้นมากที่สุดถึง 52.62% เพราะปีที่ผ่านมาขาดน้ำเงาะติดผลน้อย แต่ด้วยสภาพอากาศปีนี้มีความเย็นเหมาะสม ส่งผลให้ ออกดอกได้มากขึ้น รองลงมา ได้แก่ ทุเรียน เพิ่มขึ้น 39.96% มังคุด เพิ่มขึ้น 26.27% และลองกอง เพิ่มขึ้น 2.17% ในด้านปริมาณการส่งออก แปรรูป และการบริโภคภายในประเทศ เฉลี่ยย้อนหลัง 3 ปี หรือตั้งแต่ปี 56-58 พบว่ามีความต้องการสูงถึง 2.3 ล้านตัน แบ่งเป็น ทุเรียน 630,000 ตัน มังคุด 220,000 ตัน เงาะ 310,000 ตัน ลองกอง 140,000ตัน ลิ้นจี่ 52,000 ตัน และลำไย 980,000 ตัน คาดว่าในปีนี้ปริมาณจะใกล้เคียงกัน สะท้อนให้เห็นว่าไทยเป็นตลาดการค้าผลไม้เมืองร้อนที่มีศักยภาพ.