บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ธนารักษ์ประเคน 6 พันไร่บูมอีอีซี ใน 3 พื้นที่สร้างความมั่นใจให้นักลงทุนต่างชาติ

นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า กรมธนารักษ์จะลดอัตราค่าเช่าที่ราชพัสดุเพื่อสนับสนุนโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) เพื่อวางพื้นฐานโครงสร้างการลงทุนให้แก่ภาคเอกชนที่ต้องการใช้ที่ดินเพื่อก่อสร้างโรงงาน ซึ่งปัจจุบันกรมธนารักษ์คิดค่าเช่าที่ราชพัสดุในอัตราเริ่มต้นที่ 3% ของมูลค่าทรัพย์สิน โดยล่าสุด ได้จัดเตรียมที่ราชพัสดุเข้าร่วมโครงการอีอีซีเบื้องต้นมีทั้งหมด 3 แปลง พื้นที่ประมาณ 6,000 ไร่ ประกอบด้วย พื้นที่ในอำเภอเมือง จังหวัดระยอง 1,400 ไร่ อำเภอเมืองชลบุรีกว่า 700 ไร่ อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรากว่า 2,000-3,000 ไร่

นายพชรกล่าวว่า ขณะนี้มีพื้นที่ราชพัสดุจำนวน 2 แปลงที่พร้อมดำเนินการภายใต้โครงการอีอีซีได้ทันทีคือ ที่จังหวัดชลบุรี ซึ่งปัจจุบันบริษัท กสท.โทรคมนาคม อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี และของสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) เป็นผู้ขอใช้ที่ดินแปลงนี้ รวมพื้นที่ประมาณ 830 ไร่ ซึ่งสามารถจัดทำเป็นศูนย์กลางการลงทุนและการสร้างสรรค์นวัตกรรมด้านดิจิทัล (ดิจิทัล พาร์ค) ได้ทันที นอกจากนี้ยังมีพื้นที่บริเวณสนามบินอู่ตะเภา อ.บ้านฉาง จ.ระยอง อยู่ภายใต้การดูแลของกองทัพเรือ 14,000 ไร่ สามารถนำมาใช้ในโครงการอีอีซีได้ 6,500 ไร่ เพื่อปรับปรุงและขยายสนามบินอู่ตะเภาให้เป็นสนามบินนานาชาติ ศูนย์ขนส่งทางอากาศ ศูนย์ซ่อมอากาศยานขนาดใหญ่ และเป็นศูนย์ฝึกอบรมบุคลากรด้านการบิน

นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการสำนักงานอีอีซี กล่าวว่า ที่ผ่านมา กรมธนารักษ์กับอีอีซีมีข้อถกเถียงกันว่า จะต้องมีที่ดินก่อนเพื่อสนับสนุนให้เกิดโครงการอีอีซีก่อน หรือต้องมีโครงการแล้วค่อยจัดหาที่ดิน ซึ่งล่าสุดอธิบดีกรมธนารักษ์ได้ลงสำรวจพื้นที่และยืนยันว่าจะมอบที่ราชพัสดุอีอีซีดำเนินการตามโครงการไม่น้อยกว่า 6,000 ไร่ ซึ่งสิ่งที่จะยืนยันกับนักลงทุนต่างชาติว่ารัฐบาลจริงจังกับเรื่องดังกล่าว โดยโครงการแรกที่จะเกิดขึ้นได้ก่อนคือ ดิจิทัล พาร์ค ซึ่งขณะนี้การพัฒนาระบบอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงสามารถทำได้อย่างแน่นอน คาดว่า ดิจิทัล พาร์ค จะมีการลงทุนปีละ 50,000 ล้านบาท และก่อให้เกิดการจ้างงานด้านการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ไม่น้อยกว่า 100,000 คน