วันอาทิตย์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ไม่ใช่ของง่าย

โดย โจโจ้

เหลือเวลาเพียง 1 เดือน ที่แฟนลูกหนังชาวไทยจะได้ร่วมเชียร์ให้ “ขุนพลช้างศึก 23 ปี” กันอีกครั้ง ในศึกลูกหนัง ชิงแชมป์เอเชีย 2018 รอบคัดเลือก รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ที่จะฟาดแข้งระหว่าง 19-23 ก.ค. ที่สนามศุภชลาศัย โดยไทยอยู่กลุ่มเอช ร่วมกับ มองโกเลีย, มาเลเซียและอินโดนีเซีย

เมื่อมองถึงชื่อชั้นเพื่อนร่วมกลุ่มแล้ว แน่นอนว่าใครหลายคนคงคิดไม่ต่างกันว่า เป็นงานง่ายชนิดปอกกล้วยเข้าปาก แต่อย่าลืมครับ ฟุตบอลลูกกลมๆ หากติดประมาท บทเรียนราคาแพงมีให้เห็นอยู่เยอะแยะ

แต่เมื่อส่องไปดู “เฮดโค้ช” แต่ละชาติ มีสะอึก! เท่าที่ดูโปร์ไฟล์ถือว่าดีมีประสบการณ์ ไม่ว่าจะเป็น มองโกเลีย ที่ได้ “มิชาเอล ไวส์” กุนซือชาวเยอรมัน ที่เคยคุม “ฟิลิปปินส์” เข้ารอบรองเอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ 2012

ขณะที่อินโดนีเซีย หลังพ้นโทษแบนกลับสู่วงการก็หวังคัมแบ็กแบบยิ่งใหญ่ พร้อมตั้ง “หลุยส์ มีญา” กุนซือชาวสเปน อดีตโค้ชทีมชาติสเปน ชุดโอลิมปิก 2012 มาคุมทัพ

แม้กระทั่งมาเลเซีย ถือเป็นเสือซุ่ม แม้ไม่ใช้กุนซือต่างชาติ แต่การมอบหมายให้ “ออง คิม สวี” กุนซือชาวบ้านเกิด ที่เคยผ่านการคุมทีมชาติชุดใหญ่และชุดซีเกมส์มาอย่างต่อเนื่อง ก็ถือว่าน่ากลัวเช่นกัน

กลับมามองที่ทีมเราบ้าง หากถามถึงภาพรวมของทีมชุดนี้ ในส่วนของการบริหารงานวางแผนต่างๆ ต้องชมผู้จัดการทีมสาวสวยอย่าง “มาดามเดียร์” วทันยา วงษ์โอภาสี ที่ทำได้ค่อนข้างลงตัวเลยทีเดียว

ดูได้จากการเรียกเก็บตัวเข้าแคมป์อย่างต่อเนื่องในแต่ละเดือน รวมถึงการเพิ่มประสบการณ์ให้นักเตะ หาแมตช์ออกไปประลองฝีเท้ากับชาติอื่นๆ ในต่างประเทศ กับทัวร์นาเมนต์ต่างๆตั้งแต่ปีก่อน

ทว่า ไม่ใช่ทุกอย่างจะดีไปหมด เพราะมันมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างหนักจนอื้ออึงเกี่ยวกับความไม่ลงตัวในฟอร์มการเล่นของทีมชุดนี้ จากกลุ่มแฟนบอล หลังจบการอุ่นเครื่อง 2 นัดล่าสุดกับ ชลบุรี และอิรัก

เท่าที่ดูการเล่นของทีมชาติไทยชุดนี้ยังหาความลงตัวไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นแนวรับที่มักเสียประตูง่าย แผงกลางขึ้นเกมไม่ดีจ่ายบอลไม่คม รวมถึงเกมรุกไม่มีทีเด็ดทีขาดให้คู่แข่งกลัว

นับเป็นปัญหาที่ทีมสตาฟฟ์ที่นำทัพโดย “โค้ชโย่ง” วรวุธ ศรีมะฆะ เฮดโค้ช ต้องรีบแก้ไขปรับปรุงกับช่วงระยะเวลาที่เหลือในการเรียกนักเตะมาเก็บตัวก่อนทัวร์นาเมนต์เริ่มอีกครั้งต้นเดือนหน้า

ก็ ไม่รู้ว่าสุดท้ายแล้วจะแก้ได้ดีแค่ไหน เพราะหากมองกันจริงๆ มองกันแบบยาวๆ จากที่ทีมชุดนี้เริ่มฟอร์มทีมกันมาตั้งแต่ต้นปีที่แล้ว ปัญหาจุดใหญ่ๆ ที่มองเห็นชัดๆ คือ นักเตะไม่ค่อยได้ลงสนามเล่นกับต้นสังกัด

แน่นอนว่าเมื่อไม่ได้ลงสัมผัสเกม ความต่อเนื่องไม่เกิด ความมั่นใจไม่มี ผลงานก็ค่อยๆดร็อปลงไป ส่วนนักเตะที่ได้ลงสนามในลีกบ่อยๆ ฟอร์มเด่นๆ มาก็จริง แต่ใช่ว่าเมื่อเรียกมาแล้วจะใช้งานได้ทุกคน

เอาเป็นว่าคงได้แต่ให้กำลังใจกันละครับ หน้าที่ต่างๆก็ต้องปล่อยให้ทีมงานสตาฟฟ์โค้ชไปจัดการแก้ไขกันต่อไป

แต่ลึกๆยังมั่นใจว่า สุดท้ายแล้ว ทีมชาติไทย ยู-23 คงไม่ทำให้แฟนๆผิดหวังแน่.

โจโจ้