วันศุกร์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ป้าตาบอดวัย 60 ยึดอาชีพขายขนมไทย แนะคนครบ 32 อย่าท้อต้องลุกขึ้นสู้(คลิป)

คนที่กำลังท้อต้องอ่าน! คุณป้าวัย 60 ปี พิการทางสายตาตั้งแต่ 2 ขวบ ยึดอาชีพแม่ค้าขายขนมไทย แถมลงมือทำเอง บอกคนครบ 32 ห้ามท้อต้องลุกขึ้นสู้ บอกวาสนา และเงินทองมันเริ่มที่สองมือเรา

เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ร้านขนมหวานไทย ที่ตั้งอยู่ใต้ต้นโพธิ์ ริมถนน เลียบเขื่อนเรียงหิน แม่น้ำเจ้าพระยาจังหวัดชัยนาท อ.เมืองชัยนาท มีเพียงแค่โต๊ะไม้เก่าๆ ปูด้วยเสื่อน้ำมัน วางขายขนมไทยต่างๆ อาทิ ไข่หงส์ ถั่วกวน ถั่วแปบ สาคูไส้หมู ซึ่งมองผิวเผินแล้วอาจเป็นร้านธรรมดาๆ ร้านหนึ่ง แต่พอเข้าไปใกล้ๆ ก็พบว่า แม่ค้าที่ขายนั้น เป็นผู้พิการทางสายตา

นางสาวสารภี เกตุอ่อน อายุ 60 ปี แม่ค้าขายขนมที่พิการทางสายตา กล่าวว่า ตนเองนั้นตาบอดมาตั้งแต่อายุ 2 ขวบ ป่วยเป็นโรคตาแดงแล้วเกิดการติดเชื้อ ทำให้ตาอักเสบขั้นรุนแรงจนเกิดบอด ต้องใช้ชีวิตในความมืดมากว่า 58 ปี ยอมรับว่ามีช่วงหนึ่งตอนอายุ 15-16 ปี เกิดความท้อแท้ในใจ จนคิดไปต่างๆ นานา จนเกือบฆ่าตัวตาย แต่ก็ได้พี่สาวที่คอยดูแลมาตลอด รวมไปถึงสอนทำขนมไทยหลายชนิด

ทั้งนี้ ตนก็ช่วยพี่สาวทำขนมขายมาตลอด จนมาวันหนึ่งพี่สาวต้องไปทำงานที่กรุงเทพฯ  ทำให้ตนคิดหันมาทำขายเอง เพราะไม่อยากเดือดร้อนเงินทองของพี่สาวอีกต่อไป หัดทำอยู่เรื่อยมา ทำอยู่เป็นประจำ จนเมื่อ 10 ปีก่อน เพื่อนบ้าน คนผ่านไปผ่านมา ที่ตนทำขนมให้ชิมขนมนั้นบอกว่าอร่อย จึงตัดสินใจทำขนมขาย

จากนั้นจึงเดินไปขายตรงโต๊ะไม้ปากซอย ตอนแรกก็ขายเรื่อยๆ ขายได้บ้างไม่ได้บ้าง แต่ตอนนี้คนเริ่มบอกกันปากต่อปากถึงรสชาติที่ทำสดใหม่ทุกวัน ทำให้มีคนมาจอดซื้อกันอย่างไม่ขาดสาย ในราคาเริ่มต้นที่ 10 บาทเท่านั้น โดยจะขายในช่วงเช้าจนถึงบ่ายเท่านั้น

สำหรับเงินที่ได้มาส่วนหนึ่งก็จะเก็บไว้ ที่เหลือก็นำไปให้พี่สาวไปใช้จ่ายภายในครอบครัวต่อไป ในแต่ละวันนั้นตนจะต้องเตรียมของทำไส้ขนมตั้งแต่ช่วงเย็นของทุกวัน พอเริ่มเข้าสู่ช่วงเช้ามืด เวลาประมาณ ตี 3 ตี 4 ต้องลุกขึ้นตื่นมาทำขนมด้วยตนเอง เริ่มตั้งแต่ก่อไฟ ตั้งเตา ผัดไส้ ตนทำเองกับมือทั้งหมด

“ช่วงแรกก็มีหกเลอะเทอะบ้าง แต่ตอนนี้ทำจนชิน และใช้เวลาทำน้อยกว่าเมื่อตอนทำแรกๆ ตอนนี้ก็มีคนมารับขนมไปขายตามหน่วยงานต่างๆ บ้างแล้ว เพราะความอร่อย ความสดใหม่ของขนมที่ทำ จึงมีรายได้เพิ่มขึ้นมาอีก”

อย่างไรก็ตาม ตนคิดว่าอุปสรรคเป็นสิ่งที่ทุกๆ คนต้องเจอทั้งดีและร้าย อยากให้ทุกๆ คนที่กำลังท้ออยู่ ลุกขึ้นสู้กับปัญหาที่เกิดขึ้น ไม่อยากให้คิดท้อแท้ หรือสิ้นหวัง อยากให้มองไปดูยังคนที่ไม่ครบ 32 ประการ แต่ก็ยังฮึด ยังต่อสู้ ยังดิ้นรนเพื่อให้มีชีวิตต่อ ไม่ต้องเป็นภาระใคร

“อยากให้ใครที่กำลังคิดฆ่าตัวตาย หรือการปล้น ฆ่า วิ่งราวทรัพย์นั้นคิดใหม่ว่า ถ้าร่างกายยังครบ 32 ยังมองเห็น ยังได้ยิน ก็ควรดิ้นรนต่อสู้ต่อไปตราบใดที่ยังมีลมหายใจอยู่ อย่ามัวนิ่งเฉยรอคอยวาสนา เพราะวาสนาและเงินทองนั้น แท้จริงแล้วมาจาก 2 มือของตนเองนี่แหละ”.