วันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ตะลึง สวนกลายเป็นสระ ทรายยุบหายไปโผล่อีกที่ ชี้เคยเป็นลำธารมาก่อน

สวนปาล์มที่ อ.พระแสง จ.สุราษฎร์ธานี กลายเป็นคลองน้ำ หลังทรายยุบไหลไปกองรวมอยู่ท้ายสวน ส่วนพื้นที่ตรงกลางเป็นหลุมลึกขนาดใหญ่ สาเหตุจากพื้นที่เคยเป็นร่องน้ำมาก่อน ต่อมา มีทรายจากภูเขาไหลลงทับถม แต่ใต้ดินยังมีน้ำไหลเซาะอยู่ตลอด...

วันที่ 25 มิ.ย .ที่ จ.สุราษฎร์ธานี ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปพบกับ นายนิพจน์ ปลอดภัย อายุ 45 ปี เพื่อพาไปสำรวจลำธารที่เกิดขึ้นในสวนปาล์ม ในพื้นที่ หมู่ 11 ต.ไทรขึง อ.พระแสง จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งบริเวณกลางสวนปาล์มพบหลุมขนาดใหญ่ มีความกว้างเกือบ 10 เมตร ลึกกว่า 5 เมตร ลักษณะเป็นวงกลมภายในมีต้นปาล์มล้มอยู่ นอกจากนี้ ยังมีร่องน้ำกว้าง 2-3 เมตร ลึกประมาณ 5 เมตร ลดหลั่นความลึกและความสูงลงไปจนถึงท้ายสวนปาล์ม มีความยาวประมาณ 500 เมตร และมีน้ำไหลรินอยู่ตลอดเวลา นำพาทรายมาทับทมที่ท้ายสวนจนเป็นหาดทรายขาว บริเวณกว้างเกือบ 2 ไร่

นายนิพจน์ กล่าวว่า ตนอาศัยอยู่ในพื้นที่ตรงนี้ตั้งแต่เกิด ซึ่งก่อนหน้านี้พื้นที่ของตนเป็นเนินสูง และปลูกปาล์มน้ำมันไว้ 14 ไร่ จนเมื่อปาล์มมีอายุได้ 9 ปี เริ่มสังเกตเห็นตาน้ำขนาดเล็กผุดขึ้นที่ท้ายสวน ซึ่งอยู่ติดกับลำห้วยเล็กๆ จากนั้นมีน้ำไหลออกมาตลอดเวลา โดยมีตะกอนทรายสีขาวขุ่นไหลออกมาด้วยอย่างต่อเนื่อง จนต่อมาเกิดแผ่นดินยุบตัว มีลักษณะเหมือนลำธารและยุบตัวไปเรื่อยๆ เป็นทางยาว กระทั่งผ่านไป 3 ปี การยุบตัวของแผ่นดินกลายเป็นลำธารขนาดใหญ่ พื้นดินมีการทรุดตัวเป็นวงกว้างในสวนปาล์มของตน อีกทั้ง ยังส่งผลกระทบต่อสวนยางพาราของ นางอาภรณ์ คงสุข 59 ปี ที่ปลูกยางพาราอายุ 3 ปี จำนวน 8 ไร่ ซึ่งอยู่ติดกัน ทำให้ต้นปาล์ม ต้นยางพารา โค่นล้มลงไปกองอยู่ในลำธาร ขณะที่ ทางด้านท้ายสวนที่มีทรายกองจนกลายเป็นหาดทรายขนาดใหญ่ ทับถมโคนต้นยางพาราจนเกิดการยืนต้นตายเป็นจำนวนมาก

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ทรัพยากรธรณีเขต 4 สุราษฎร์ธานี ได้เข้าสำรวจพื้นที่และได้แจ้งผลกลับมาว่า สาเหตุของแผ่นดินทรุดตัวเกิดจากร่องน้ำเก่าในหุบเขาที่ในอดีตตะกอนดินพังทลายลงมาจากเนินเขา และถูกพัดพามาสะสมตัวในร่องน้ำ ที่ยังคงมีน้ำไหลอยู่ใต้ชั้นตะกอนดินดังกล่าว โดยเมื่อน้ำพัดพาตะกอนดินส่วนล่างออกไปจากร่องน้ำ จึงทำให้ตะกอนดินส่วนบนทรุดตัวลง เกิดเป็นแผ่นดินทรุดตัว ประกอบด้วยเมื่อเข้าสู่หน้าฝน ปริมาณน้ำใต้ดินเพิ่มขึ้น ทำให้ขยายพื้นที่ในการพังทลายได้ง่าย และครอบคลุมพื้นที่เป็นบริเวณกว้างมากขึ้น ส่วนแนวทางการป้องกันแก้ไขเพื่อลดผลกระทบ ให้ดำเนินการกั้นเป็นเขตพื้นที่อันตรายโดยรอบบริเวณแผ่นดินทรุดตัว และให้ครอบคลุมบริเวณที่ คาดว่าแผ่นดินมีความเสี่ยงที่จะทรุดตัวได้อีก พร้อมเฝ้าระวังแนวพื้นที่เสี่ยงต่อการทรุดตัวของพื้นดินบริเวณอื่น หากมีการยุบตัวอีกควรแจ้งให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ.