วันเสาร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ยอดพลสไนเปอร์

นับตั้งแต่มนุษยชาติใช้ “ปืน” เป็นอาวุธ หลักในการประหัตประหารกัน รูปแบบการรบเดิมๆก็ได้เปลี่ยนไป ฝ่ายไหนที่มีกำลังพลมากกว่าใช่ว่าจะชนะศึกสงครามได้

กลับกลายเป็นผลชี้วัดมาจากใครยิงแม่นกว่าใคร แม่ทัพนายกองถูกสังหารลงอย่างง่ายดาย จากฝีมือทหารชาวบ้านธรรมดาๆ จนในช่วงศตวรรษที่ 18 ยุโรปได้บัญญัติศัพท์ขึ้นมาเรียกไพร่พลที่มีฝีมือพวกนี้ว่า “ชาร์ปชูตเตอร์” หรือพลแม่นปืน โดยเป็นทีมพิเศษที่ไว้เล็งเก็บทหารสัญญาบัตรขี่ม้า หรือเดินนำแถวแนวหน้า

ขณะที่สงครามโลกครั้งที่ 2 รูปแบบของพลแม่นปืนเริ่มเปลี่ยนไปเป็นวิธี “สไนปิง” หรือซุ่มยิง กบดาน แฝงตัวกลมกลืนกับสภาพแวดล้อม รอดักยิงนายทหารที่ขาดความระมัดระวัง อย่างสหภาพโซเวียต ที่สร้างความปั่นป่วนแก่สายบัญชาการของทัพนาซีเยอรมันเป็นอย่างมาก ในแนวรบตะวันออก อีสเทิร์น ฟรอนต์

ส่วนกองทัพสหรัฐฯ มหาอำนาจของโลกในปัจจุบัน เห็นค่าของพลซุ่มยิงสไนเปอร์ จากบทเรียนในสงครามเวียดนาม เพราะจากประเมินค่าเฉลี่ยของกระทรวงกลาโหมพบว่าต้องยิงกระสุนปืนเอ็ม-16 กว่า 50,000 นัด ในการสังหารข้าศึก 1 นาย แต่ใช้วิธีซุ่มยิงกลับใช้เพียง 1.3 นัด

ด้วยเหตุนี้จึงทำให้กองทัพต่างๆพัฒนาหน่วยซุ่มยิงกันตลอดมา เพราะนอกจากการเก็บเป้าหมายสำคัญแล้ว หน่วยสไนเปอร์ที่แฝงตัวไปกับสภาพแวดล้อมยังมีประโยชน์ในการแทรกซึมหาข่าว สนับสนุนการรบจากระยะไกล รวมถึงสร้างความหวาดผวา เพราะแค่ได้ยินคำว่าสไนเปอร์ ก็แทบจะวิ่งเข้าหาที่กำบังกันหมด

ซึ่งล่าสุดเมื่อวันที่ 23 มิ.ย.ที่ผ่านมา ทีมซุ่มยิงของรบพิเศษแคนาดา ก็ได้สร้างชื่อบันทึกไว้ในสถิติโลกอีกครั้ง หลังสังหารเป้าหมายนักรบกองกำลังรัฐอิสลาม หรือไอเอส ที่อยู่ห่างไปกว่า 3 กิโลเมตร (3,450 เมตร) ตายไม่รู้ตัว ระหว่างปฏิบัติการในภาคเหนือของอิรัก โดยใช้ปืนแทค-50 กระสุนขนาด 12.7 มม.

แสดงให้เห็นฝีมือระดับพระกาฬ เนื่องจากการยิงในระยะดังกล่าว ทีมซุ่มยิง (ที่ไม่ขอเปิดเผยนาม) ต้องคำนวณทั้งแรงลม แรงดึงดูด แรงหมุนแกนโลก ไปจนถึงความโค้งกลมของโลก และกว่ากระสุนจะทะยานไปถึงเป้าหมาย ใช้เวลาเกือบ 10 วินาที หากนักรบไอเอสรายนั้นขยับตัวนิดเดียว ก็พลาดเป้าได้ง่ายๆ

เป็นการลบสถิติเก่าไปโดยปริยาย ที่ทำไว้เมื่อปี 2552 โดยพลซุ่มยิงอังกฤษ เคร็ก แฮร์ริสัน ยิงสังหารนักรบตาลีบันในอัฟกานิสถาน ด้วยปืนลาปัว แมกนั่ม ไรเฟิล กระสุนขนาด 8.59มม. ที่ระยะ 2,475 เมตร

อย่างไรก็ตาม ทีมแคนาดาเจ้าของสถิติใหม่ครั้งนี้ พูดอย่างถ่อมตัวว่า ความจริงแล้วต้องการสร้างความปั่นป่วนแก่ศัตรูที่เตรียมจะเข้าตีฝ่ายเรา แต่ปรากฏว่าคำนวณดีไปหน่อยแค่นั้นเอง.

ตุ๊ ปากเกร็ด