บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี

โดย สายล่อฟ้า

ยุทธศาสตร์ชาติ กลไกใหม่ต่างมุมมอง

เป็นเรื่องใหม่ของประเทศไทยที่ คสช.นำมาใช้เพื่อเป็นทิศทางของประเทศในห้วงเวลา 20 ปี ล่าสุดได้ผ่านความเห็นของ สนช.เรียบร้อยไปแล้ว

ทั้งนี้ คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ จะมีนายกฯเป็นประธานและกรรมการจำนวนหนึ่ง แต่ที่น่าสนใจก็คือผู้นำเหล่าทัพ ไม่ว่าจะเป็น ปลัดกลาโหม ผบ.สส. ผบ.ทบ. ผบ.ทอ. ผบ.ทร.และ ผบ.ตร.จะเป็นกรรมการโดยตำแหน่งด้วย

หากมีการเปลี่ยนบุคคลที่เข้ามารับตำแหน่งก็จะเป็นกรรมการโดยปริยาย

พูดง่ายๆ ผบ.เหล่าทัพ จะมีบทบาทต่อยุทธศาสตร์ชาติอย่างเต็มที่

ทั้งนี้ จะมีการจัดทำยุทธศาสตร์โดยคณะกรรมการให้เสร็จสิ้นภายในเวลา 120 วัน จากนั้นก็เสนอให้คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ พิจารณาเห็นชอบแล้วเสนอให้ ครม.พิจารณาอนุมัติและส่งให้ สนช. พิจารณาเห็นชอบเพื่อประกาศใช้อย่างเป็นทางการ

ว่าที่จริงการดำเนินการยุทธศาสตร์นั้น ได้มีคณะกรรมการพิจารณาล่วงหน้าไปแล้ว ซึ่งน่าจะเสร็จไปแล้วด้วยซ้ำ ดังนั้น ในขั้นต่อไปจึงไม่น่าจะยาก เพราะมี “แม่แบบ” อยู่แล้ว

จะมีการติดตามและมอนิเตอร์ไปด้วยเป็นเวลา 5 ปีว่าใครไม่ปฏิบัติตามจะมีปัญหาแน่

“ยุทธศาสตร์ชาติถือว่าเป็นเรื่องใหญ่มาก ถ้าฝ่าฝืน ทำผิดหรือขัดแย้งเรื่องจะไปถึง ป.ป.ช.ศาลรัฐธรรมนูญถึงขั้นติดคุกติดตะราง ต้องถอดถอนกัน”

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ตอกย้ำถึงความสำคัญ

นั่นก็แสดงว่ายุทธศาสตร์ชาตินี้ถือว่าเป็นแผนชาติ ไม่ว่ารัฐบาลชุดไหน ก็ต้องเดินตามนี้อย่างไม่มีบิดพลิ้ว

เรื่องนี้จึงมีมุมมองที่ต่างฝ่ายที่เห็นด้วยบอกว่าเป็นเรื่องที่ดี ที่จะเป็นเครื่องมือให้ทุกรัฐบาลต้องดำเนินนโยบายในกรอบนี้ ซึ่งประเทศไทยไม่เคยมีมาก่อน จึงทำให้การพัฒนาประเทศเป็นไปตามนโยบายของแต่ละพรรคแต่ละนายกรัฐมนตรี

ใครเป็นรัฐบาลก็ว่ากันไปตามแนวทางของรัฐบาลนั้น จนขาดความต่อเนื่อง ผิดบ้างถูกบ้างจนทำประเทศไม่เจริญก้าวหน้าอย่างที่ควรจะเป็น

หลายประเทศล้วนมียุทธศาสตร์ทั้งนั้น แม้จะใช้นโยบายของพรรค แต่ก็ต้องอยู่ในกรอบเดียวกัน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหา

ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยก็ชี้ว่ามันเป็นไปได้ เพราะโลกปัจจุบันมีความเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ยิ่งมากำหนดเวลาถึง 20 ปียิ่งเป็นไปไม่ได้ใหญ่

อีกทั้งการกำหนดเช่นนี้ย่อมทำให้รัฐบาลที่จะเข้ามาบริหารประเทศ ไม่ต้องทำอะไรกันแล้ว นโยบายก็ไม่ได้นำมาใช้ เพราะหากผิดกรอบยุทธศาสตร์ก็ทำไม่ได้

สรุปว่านี่คือการ “ต่อท่ออำนาจ” ของ คสช.มากกว่า

โดยเฉพาะการนำ ผบ.เหล่าทัพเข้ามาเป็นกรรมการ ก็เท่ากับว่าเป็นการควบคุมโดยปริยาย เพราะเป็นตัวแทนอำนาจโดยตรง

เป็นกรรมวิธีที่แยบยลที่จะควบคุมรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง แม้นายกฯจะเป็นประธาน แต่ก็ไม่สามารถใช้นโยบายของพรรคได้อย่างเต็มที่

ว่ากันตามความเป็นจริงแล้ว ต้องมองเรื่องนี้ด้วยเหตุด้วยผล เพราะยุทธศาสตร์ชาตินั้น ถือว่ามีความสำคัญของทุกประเทศ ที่จะกำหนดภาครวมทั้งหมดว่าควรจะเป็นไปอย่างไร

และคงไม่ได้กำหนดว่าจะใช้จนกว่าจะครบ 20 ปี เพราะสามารถที่จะปรับเปลี่ยนให้เข้ายุคสมัยที่เปลี่ยนไปอย่างน้อยก็ 5 ปี มาขัดเกลากันใหม่ได้

นักการเมืองนั้น พุ่งเป้าคัดค้านอย่างเต็มที่ เพราะเห็นว่าไม่มีความจำเป็นและยังป้องกันไม่ให้พวกเขาได้นำนโยบายมาใช้

จากนี้ไปก็คงจะได้เห็นแล้วว่า ยุทธศาสตร์ชาตินี้จะก่อประโยชน์จริงหรือไม่?

“สายล่อฟ้า”