วันพุธที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี

โดย สายล่อฟ้า

ยุทธศาสตร์ชาติ กลไกใหม่ต่างมุมมอง

เป็นเรื่องใหม่ของประเทศไทยที่ คสช.นำมาใช้เพื่อเป็นทิศทางของประเทศในห้วงเวลา 20 ปี ล่าสุดได้ผ่านความเห็นของ สนช.เรียบร้อยไปแล้ว

ทั้งนี้ คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ จะมีนายกฯเป็นประธานและกรรมการจำนวนหนึ่ง แต่ที่น่าสนใจก็คือผู้นำเหล่าทัพ ไม่ว่าจะเป็น ปลัดกลาโหม ผบ.สส. ผบ.ทบ. ผบ.ทอ. ผบ.ทร.และ ผบ.ตร.จะเป็นกรรมการโดยตำแหน่งด้วย

หากมีการเปลี่ยนบุคคลที่เข้ามารับตำแหน่งก็จะเป็นกรรมการโดยปริยาย

พูดง่ายๆ ผบ.เหล่าทัพ จะมีบทบาทต่อยุทธศาสตร์ชาติอย่างเต็มที่

ทั้งนี้ จะมีการจัดทำยุทธศาสตร์โดยคณะกรรมการให้เสร็จสิ้นภายในเวลา 120 วัน จากนั้นก็เสนอให้คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ พิจารณาเห็นชอบแล้วเสนอให้ ครม.พิจารณาอนุมัติและส่งให้ สนช. พิจารณาเห็นชอบเพื่อประกาศใช้อย่างเป็นทางการ

ว่าที่จริงการดำเนินการยุทธศาสตร์นั้น ได้มีคณะกรรมการพิจารณาล่วงหน้าไปแล้ว ซึ่งน่าจะเสร็จไปแล้วด้วยซ้ำ ดังนั้น ในขั้นต่อไปจึงไม่น่าจะยาก เพราะมี “แม่แบบ” อยู่แล้ว

จะมีการติดตามและมอนิเตอร์ไปด้วยเป็นเวลา 5 ปีว่าใครไม่ปฏิบัติตามจะมีปัญหาแน่

“ยุทธศาสตร์ชาติถือว่าเป็นเรื่องใหญ่มาก ถ้าฝ่าฝืน ทำผิดหรือขัดแย้งเรื่องจะไปถึง ป.ป.ช.ศาลรัฐธรรมนูญถึงขั้นติดคุกติดตะราง ต้องถอดถอนกัน”

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ตอกย้ำถึงความสำคัญ

นั่นก็แสดงว่ายุทธศาสตร์ชาตินี้ถือว่าเป็นแผนชาติ ไม่ว่ารัฐบาลชุดไหน ก็ต้องเดินตามนี้อย่างไม่มีบิดพลิ้ว

เรื่องนี้จึงมีมุมมองที่ต่างฝ่ายที่เห็นด้วยบอกว่าเป็นเรื่องที่ดี ที่จะเป็นเครื่องมือให้ทุกรัฐบาลต้องดำเนินนโยบายในกรอบนี้ ซึ่งประเทศไทยไม่เคยมีมาก่อน จึงทำให้การพัฒนาประเทศเป็นไปตามนโยบายของแต่ละพรรคแต่ละนายกรัฐมนตรี

ใครเป็นรัฐบาลก็ว่ากันไปตามแนวทางของรัฐบาลนั้น จนขาดความต่อเนื่อง ผิดบ้างถูกบ้างจนทำประเทศไม่เจริญก้าวหน้าอย่างที่ควรจะเป็น

หลายประเทศล้วนมียุทธศาสตร์ทั้งนั้น แม้จะใช้นโยบายของพรรค แต่ก็ต้องอยู่ในกรอบเดียวกัน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหา

ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยก็ชี้ว่ามันเป็นไปได้ เพราะโลกปัจจุบันมีความเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ยิ่งมากำหนดเวลาถึง 20 ปียิ่งเป็นไปไม่ได้ใหญ่

อีกทั้งการกำหนดเช่นนี้ย่อมทำให้รัฐบาลที่จะเข้ามาบริหารประเทศ ไม่ต้องทำอะไรกันแล้ว นโยบายก็ไม่ได้นำมาใช้ เพราะหากผิดกรอบยุทธศาสตร์ก็ทำไม่ได้

สรุปว่านี่คือการ “ต่อท่ออำนาจ” ของ คสช.มากกว่า

โดยเฉพาะการนำ ผบ.เหล่าทัพเข้ามาเป็นกรรมการ ก็เท่ากับว่าเป็นการควบคุมโดยปริยาย เพราะเป็นตัวแทนอำนาจโดยตรง

เป็นกรรมวิธีที่แยบยลที่จะควบคุมรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง แม้นายกฯจะเป็นประธาน แต่ก็ไม่สามารถใช้นโยบายของพรรคได้อย่างเต็มที่

ว่ากันตามความเป็นจริงแล้ว ต้องมองเรื่องนี้ด้วยเหตุด้วยผล เพราะยุทธศาสตร์ชาตินั้น ถือว่ามีความสำคัญของทุกประเทศ ที่จะกำหนดภาครวมทั้งหมดว่าควรจะเป็นไปอย่างไร

และคงไม่ได้กำหนดว่าจะใช้จนกว่าจะครบ 20 ปี เพราะสามารถที่จะปรับเปลี่ยนให้เข้ายุคสมัยที่เปลี่ยนไปอย่างน้อยก็ 5 ปี มาขัดเกลากันใหม่ได้

นักการเมืองนั้น พุ่งเป้าคัดค้านอย่างเต็มที่ เพราะเห็นว่าไม่มีความจำเป็นและยังป้องกันไม่ให้พวกเขาได้นำนโยบายมาใช้

จากนี้ไปก็คงจะได้เห็นแล้วว่า ยุทธศาสตร์ชาตินี้จะก่อประโยชน์จริงหรือไม่?

“สายล่อฟ้า”