วันจันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เส้นทางสู่ Smart Thai

ก็จบลงด้วยความชื่นมื่น งานสัมมนา Thailand’s Big Strategic Move จัดโดย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สัปดาห์ที่แล้วเพื่อให้ข้อมูล ยุทธศาสตร์ชาติในการปฏิรูปประเทศไทย 20 ปีข้างหน้า ภายใต้โมเดล “ไทยแลนด์ 4.0” และ ระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก (EEC) แก่ ผู้จัดการกองทุนต่างชาติขนาดใหญ่ 20 กองทุนกว่า 100 คน ที่มีเงินลงทุนอยู่ในมือถึง 258 ล้านล้านบาท สร้างความตื่นตาตื่นใจแก่ผู้จัดการกองทุน และช่วยเปิดหูเปิดตาคนไทยให้เห็นอนาคตประเทศไทยใน 20 ปีข้างหน้า ได้ชัดเจนขึ้น เริ่มตั้งแต่ปีนี้ 2560 เป็นต้นไป

ผมไปร่วมงานในช่วงเช้าฟัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวกับผู้จัดการกองทุนทั้งหลายด้วยท่าทีสบายๆ ว่า ขณะนี้รัฐบาลได้วาง ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ตั้งแต่ปี 2560–2579 เพื่อเป็นแนวพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน โดยใช้โมเดล “ไทยแลนด์ 4.0” ซึ่งเป็นโมเดลเศรษฐกิจที่ เน้นการสร้างคุณค่า (Value-Based Economy) และ เน้นการขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม (Innovation Driven Economy)

ประกอบด้วยภารกิจหลัก 10 ข้อ คือ (1) การเตรียม “คนไทย 4.0” เพื่อไปสู่โลกที่ 1 (2) การเร่งพัฒนาเทคโนโลยี (3) การเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมอนาคต (4) การสร้างความเข้มแข็งในวิสาหกิจไทย (5) การยกระดับโครงสร้างพื้นฐานทางปัญญา (6) การกระจายความเจริญเติบโตสู่ภูมิภาคและท้องถิ่น (7) การเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจในประเทศ (8) การสร้างสังคมที่เป็นธรรม สังคมแห่งโอกาส สังคมการเกื้อกูลแบ่งปัน (9) การบูรณาการอาเซียนและการเชื่อมโยงไทยสู่ประชาคมโลก (10) การขับเคลื่อนประเทศผ่านกลไกประชารัฐ

ผมชอบใจข้อ 5 มากที่สุด “การยกระดับโครงสร้างพื้นฐานทางปัญญา” ทำสำเร็จเมื่อไหร่ ข้ออื่นก็เป็นเรื่องง่าย ทุกวันนี้ประเทศไทยยังขาดโครงสร้างพื้นฐานทางปัญญาอย่างมาก ที่มีอยู่ก็ไม่ได้มาตรฐาน โดยเฉพาะ โครงสร้างพื้นฐานทางปัญญาในภาครัฐ ที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศ จนรัฐบาลต้องเร่งแก้ไขกฎหมายเพื่ออำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจให้ต่างชาติยอมรับ ไม่งั้นทุกอย่างก็ไม่เกิด

ที่น่าสนใจอีกประเด็นที่ พล.อ.ประยุทธ์ บอกกับผู้จัดการกองทุนก็คือ รัฐบาลมุ่งที่จะ “พัฒนาคนไทย” ให้มีศักยภาพและความพร้อมในการขับเคลื่อนประเทศ เรียกว่า Smart Thai หรือ “คนไทย 4.0” ซึ่งเป็นคนไทยที่ มีความคิดพื้นฐานเป็นตรรกะ วิเคราะห์ได้ มีความคิดสร้างสรรค์ สามารถทำงานกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงได้ ฯลฯ

ก็เป็น ครั้งแรก ที่ พล.อ.ประยุทธ์ ได้บอกถึง “คุณลักษณ์คนไทย 4.0” อย่างชัดเจน ฟังแล้วก็เคลิ้มไปเลย Smart Thai คนไทย 4.0

แต่ในความเป็นจริง คนไทยยังอยู่ภายใต้กฎหมาย คสช. ที่เข้มงวด นักข่าวถามไม่ถูกใจก็ไม่ได้ คิดต่างก็มีสิทธิถูกเชิญไปปรับทัศนคติ แม้แต่ พ.ร.บ.ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ที่เพิ่งผ่าน สนช.เมื่อวันศุกร์ที่แล้ว ดร.วิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ก็ยังบอกว่า ใครไม่ปฏิบัติหรือฝ่าฝืน ทำผิดหรือขัดแย้ง เรื่องจะไปถึง ป.ป.ช. ศาลรัฐธรรมนูญ ถึงขั้นติดคุกติดตะราง ต้องถอดถอนกันเลยทีเดียว แล้วคนไทย 4.0 จะกล้าเสี่ยงหรือไม่ กล้าคิดใหม่ เพื่อสร้างสรรค์การเปลี่ยนแปลงไปสู่ตรรกะใหม่หรือไม่

จุดขายอีกจุดที่ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ บอกกับผู้จัดการกองทุนก็คือ Eastern Economic Corridor For Future ระเบียงเศรษฐกิจตะวันออกแห่งอนาคต ที่จะเป็น ศูนย์กลางการผลิตแห่งอนาคต อาทิ อาหารแห่งอนาคต ยานยนต์แห่งอนาคต หุ่นยนต์อุตสาหกรรม อิเล็กทรอนิกส์ ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค ศูนย์กลางการบินแห่งภูมิภาค ฯลฯ

อีกจุดที่ ดร.สมคิด ขายกับผู้จัดการกองทุนโดยกล่าวว่า “ผมเรียกมันว่า Thailand a start up nation” หมดสมัยแล้วที่เศรษฐกิจไทยจะขับเคลื่อนโดยบริษัทขนาดใหญ่เพียงหยิบมือ ป่าที่อุดมสมบูรณ์ ย่อมประกอบไปด้วยต้นไม้อันหลากหลายที่หนาแน่นและอุดมสมบูรณ์ฉันใด เศรษฐกิจจะเต็มไปด้วยพลังขับเคลื่อนที่ทรงพลัง หากเต็มไปด้วยผู้ประกอบการที่มีพลวัตสร้างสรรค์ ไม่ว่าเล็กกลางหรือใหญ่.

“ลม เปลี่ยนทิศ”