วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เพื่อนร่ำไห้ระงม รับศพนิสิต

5เหยื่อ‘บ่อมรณะ’ คืนกลับภูมิลำเนา ตร.ยังไม่แจ้งข้อหา

น้ำตาท่วมนิติเวช รพ.จุฬาฯ ญาติทยอยรับศพ 5 ชีวิตสังเวยบ่อบำบัดน้ำเสียโรงงานแปรรูปเป็ด บางนา เพื่อนร่วมคณะ “น้องหวาย”-นิสิตสาว ร่ำไห้ส่งเพื่อนกลับบ้านเชียงใหม่ ด้านน้าสาวหัวหน้างานอนามัย 1 ในผู้เสียชีวิตยัน หากพบเหตุที่เกิดขึ้นเป็นความบกพร่องหรือประมาท จะหารือกับครอบครัวว่ากันต่ออีกครั้ง ส่วนพนักงานสอบสวนเจ้าของคดี

ยังสรุปไม่ได้ เป็นอุบัติเหตุ หรือเกิดจากความประมาท ด้านรองปลัดอุตสาหกรรม ส่ง จนท.ลงตรวจโรงงาน พร้อมเตรียมออกคำสั่งให้หยุดประกอบกิจการ เพื่อปรับปรุงแก้ไขตาม พ.ร.บ.โรงงานหลังเกิดเหตุสลดใจ น.ส.ปัณฐิกา ตาสุวรรณ อายุ 23 ปี นิสิตสาวปี 5 คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เข้าไปดูงานที่บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ ซอยบางนา-ตราด 20 ถนนบางนา-ตราด กม.2.5 ฝั่งขาเข้า แขวงและเขตบางนา เกิดหมดสติพลัดตกลงไปในบ่อบำบัดนํ้าเสียของโรงงาน ก่อนที่ น.ส.ลักษ์ชนกแสนทวีสุข จนท.สิ่งแวดล้อมสาวของบริษัทรีบเข้าช่วยโดยมีพนักงานชายอีก 3 คน คือนายพรศักดิ์ บุญบาล หัวหน้างานอนามัย นายชาญชัย พันธุนาคิน หัวหน้าช่างซ่อมบำรุง และนายชาตรี สีสันดร คนงาน สมทบช่วยเหลือ แต่สุดท้ายทั้งหมดก็เสียชีวิต ขณะที่ซีพีเอฟประกาศเยียวยาครอบครัวเหยื่อเต็มที่ ด้านเจ้าหน้าที่สำนักจัดการของเสียและสารอันตราย กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ชี้เหยื่อหมดสติ เสียชีวิตเพราะแก๊สไข่เน่าหรือไฮโดรเจนซัลไฟด์ ในบ่อบำบัด ตามที่เสนอข่าวไปนั้น

ความคืบหน้าล่าสุดเกี่ยวกับเหตุสลดใจครั้งนี้ เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 24 มิ.ย. ที่ สน.บางนา นางนารี อาชโยธา น้าสาว อายุ 47 ปี พร้อมพ่อและแม่ของนายพรศักดิ์ บุญบาล อายุ 40 ปี หัวหน้างานอนามัย 1 ในผู้เสียชีวิต เข้าพบพนักงานสอบสวน สน.บางนา เพื่อให้ปากคำและให้ข้อมูลผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม นางนารีกล่าวว่า มาติดต่อเรื่องเอกสารไปรับศพนายพรศักดิ์ หลานชาย ที่ รพ.จุฬาลงกรณ์ ทั้งนี้ ครอบครัวไม่ติดใจกับการเสียชีวิต เชื่อว่าเป็นอุบัติเหตุ ทุกฝ่ายไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น หลังเกิดเหตุทราบว่าบริษัทได้ติดต่อขอเยียวยาและรับผิดชอบแต่ละครอบครัวแล้ว แต่เงินที่ได้มาไม่ว่าเท่าใด คงไม่คุ้มค่ากับการสูญเสีย ไม่สามารถแลกกันได้ แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วคงต้องดำเนินการให้ดีที่สุด เพราะหลานชายเข้าไปช่วยเหลือบุคคลอื่นเป็นเหตุให้เสียชีวิต ส่วนในอนาคตหากตรวจสอบพบว่าเป็นความบกพร่องหรือประมาท พร้อมจะหารือกับครอบครัวเพื่อหาแนวทางการแก้ปัญหาต่อไป

ขณะที่ ร.ต.อ.ภูมิวัฒนา ฤทธิ์ทอง รอง สว.สอบสวน สน.บางนา เปิดเผยว่า เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมกับเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน และผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้อง ได้รวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมด รวมทั้งสอบปากคำพยานแวดล้อมไปแล้วบางส่วน หลังจากนี้จะสอบปากคำญาติผู้เสียชีวิต บุคคลที่เกี่ยวข้อง และหน่วยงานที่กำกับดูแลทั้งหมด รวมถึงต้องรอผลชันสูตรพลิกศพจากนิติเวช รพ.จุฬาฯ ก่อนนำหลักฐานทั้งหมดมาประกอบสำนวนสรุปว่าเหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นจากอุบัติเหตุหรือความประมาทของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือไม่ เจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมจะให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย

อีกด้านหนึ่ง ที่ภาควิชานิติเวชศาสตร์ รพ.จุฬาฯ บรรดาญาติผู้เสียชีวิตทั้ง 5 ราย เดินทางมารับศพบุคคลในครอบครัวที่เสียชีวิตกลับไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาตามภูมิลำเนาของแต่ละครอบครัวบรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้า

นางนงลักษณ์ ปัญญาวงศ์ อายุ 37 ปี อาชีพรับจ้าง ทั่วไป พี่สาว น.ส.ลักษ์ชนก แสนทวีสุข อายุ 23 ปี จนท.สิ่งแวดล้อมประจำบริษัท 1 ใน 5 ผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า มีพี่น้องทั้งหมด 4 คน ผู้ตายเป็นลูกคนที่ 2 มีนิสัยร่าเริงอัธยาศัยดี มีน้ำใจชอบช่วยเหลือผู้อื่น ทั้งนี้ น้องสาวตนเรียนจบจากคณะวิทยาศาสตร์ สาขาสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี มีความตั้งใจอยากจะเข้าทำงานที่บริษัทดังกล่าวอยู่แล้ว หลังเรียนจบ ได้มาเริ่มทำงานที่บริษัทแห่งนี้ได้ประมาณ 1 ปี ก่อนจะเกิดเหตุ ขณะนี้พ่อแม่ทราบเรื่องแล้ว แต่ยังทำใจไม่ได้ อยากจะฝากไปถึงบริษัทให้มีระบบรักษาความปลอดภัยมากกว่านี้ เพราะเป็นบริษัทที่มีชื่อเสียง อีกทั้งในจุดเกิดเหตุเป็นพื้นที่อันตราย ควรจะมีผู้เชี่ยวชาญประจำควบคุมกำกับดูแลเป็นอย่างดีเพื่อไม่ให้เกิดเหตุในลักษณะนี้ขึ้น สำหรับเรื่องการเยียวยาทราบจากข่าวว่าบริษัทจะช่วยเหลือรายละ 3 ล้านบาท ยังไม่ได้รับการประสานหรือติดต่อมา อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้จะนำศพกลับไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดทรัพย์เกษตร ต.โซง อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี ต่อไป

ต่อมาเวลา 13.40 น. นายปริโสทัต ปุณณภุม รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ด้านทรัพยากรบุคคลบริษัทเจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) เดินทางมาพบกับครอบครัวผู้เสียชีวิตทั้งหมด ก่อนเปิดเผยว่า บริษัทขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้สูญเสียในครั้งนี้ ส่วนการเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิต บริษัทพร้อมจะช่วยเหลืออย่างเต็มที่ โดยเมื่อช่วงเช้า ทางญาติผู้ตายได้เดินทางไปเชิญดวงวิญญาณในจุดเกิดเหตุ พาผู้เสียชีวิตทั้ง 5 รายกลับภูมิลำเนา ประกอบด้วย 1.นายพรศักดิ์ บุญบาล ตั้งสวดที่บ้านหนองแดง ต.ช่องสามหมอ อ.คอนสวรรค์ จ.ชัยภูมิ 2.นายชาญชัย พันธุนาคิน ตั้งสวดที่วัดทองธรรมชาติ อ.แหลมงอบ จ.ตราด 3.นายชาตรี พันธุนาคิน ตั้งสวดที่บ้านพัก จ.สกลนคร 4.น.ส.ลักษ์ชนก แสนทวีสุข ตั้งสวดที่วัดทรัพย์เกษตร ต.โซง อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี และ 5.น.ส.ปัณฐิกา ตาสุวรรณ (นิสิตสัตวแพทย์) นำขึ้นเครื่องไปตั้งสวดที่วัดเมืองกาย ต.วัดเกตุ อ.เมืองเชียงใหม่ ในส่วนพิธีกรรมทางศาสนาจะมีทีมงานและผู้บริหารในจังหวัดนั้นๆเป็นเจ้าภาพให้ตลอดจนถึงการฌาปนกิจ และจะมอบเงินเยียวยาช่วยเหลือให้กับครอบครัวทั้ง 5 ราย ครอบครัวละ 3 ล้านบาท หากมีเรื่องการศึกษาของบุตรผู้เสียชีวิต บริษัทจะเข้าไปดูแลอย่างเต็มที่

เมื่อถามว่า กล้องวงจรปิดในจุดเกิดเหตุนั้นมีหรือไม่นั้น นายปริโสทัตกล่าวว่า ในห้องบ่อบำบัดน้ำเสียจุดเกิดเหตุ ไม่ได้ติดตั้งกล้องวงจรปิด เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวมีการควบคุมดูแลเป็นพิเศษอยู่แล้ว ทั้งนี้ จะมีผู้เชี่ยวชาญประจำจุดอยู่ตลอดเวลา ไม่ให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปภายในห้อง ขณะนั้นมีเจ้าหน้าที่สิ่งแวดล้อมคือ น.ส.ลักษ์ชนกดูแลอยู่ ส่วนนักศึกษาที่มาศึกษาดูระบบงานต่างๆในวันเกิดเหตุจะมาดูงานเรื่องสิ่งแวดล้อมโรงงานเกี่ยวกับเรื่องบ่อบำบัดน้ำดีและน้ำเสียของทางโรงงาน ปกติในทุกวัน บ่อบำบัดน้ำเสียจะปิดฝาอยู่แล้ว และยืนยันได้ว่าในวันเกิดเหตุ น.ส.ลักษ์ชนกพาน้องนิสิตเข้าไปภายในบ่อบำบัดน้ำจริง ก่อนที่จะพลัดตกลงไปภายในบ่อ ด้วยความที่ทางบริษัทดูแลกันเปรียบเสมือนแขกที่จะต้องดูแลเป็นอย่างดี หลังจากนี้จะต้องกลับไปทบทวนมาตรการให้ดีขึ้น ส่วนญาติครอบครัวผู้เสียชีวิตทั้ง 5 ราย ยอมรับว่าจะช่วยเหลือเต็มที่ และจะนำไปหารือเรื่องความปลอดภัย

ต่อมาเวลา 15.00 น. เจ้าหน้าที่นิติเวชได้ทำเรื่องเอกสารรับศพทั้งหมดให้ญาติติดต่อรับศพกลับไปตั้งสวดอภิธรรมตามภูมิลำเนา ในส่วนศพของน้องหวาย-น.ส.ปัณฐิกา ตาสุวรรณ นิสิตสาว ปี 5 คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีเพื่อนร่วมคณะจำนวนมากยืนเรียงแถวล้อมรอบโลงศพด้วยความเศร้าโศกเสียใจต่อการจากไปอย่างกะทันหัน

วันเดียวกัน น.ส.นิสากร จึงเจริญธรรม รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กรณีที่เกิดเหตุนักศึกษาฝึกงาน เจ้าหน้าที่บริษัท ซีพีเอฟ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และคนงานพลัดตกบ่อบำบัดน้ำเสียของบริษัท ซีพีเอฟ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 5 ราย ได้สั่งการให้กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) ส่งเจ้าหน้าที่และทีมงานจากสำนักเทคโนโลยีน้ำและสิ่งแวดล้อมโรงงาน เข้าตรวจสอบหาสาเหตุแล้ว รวมทั้งอยู่ระหว่างออกคำสั่งให้โรงงานดังกล่าวหยุดประกอบกิจการตามมาตรา 39 (1) เฉพาะระบบบำบัดน้ำเสียเพื่อปรับปรุงแก้ไข เนื่องจากความปลอดภัยในสถานที่ทำงานตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ.2535 และในวันที่ 26 มิ.ย.นี้ กรอ.ได้เชิญนายกสมาคมวิศวกรสิ่งแวดล้อมแห่งประเทศไทย ให้เข้าร่วมชี้แจงกับ กรอ.ถึงสาเหตุจากกรณีที่เกิดขึ้น ข้อกฎหมายและการดำเนินงานเพื่อแก้ไขปัญหาและข้อพึงปฏิบัติที่ถูกต้องต่อไป