วันอาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เกร็ดข่าวลูกหนัง 25/06/60

นักบุญตั้ง “เปเยกริโน” คุมทัพเซ็น 3 ปี

“นักบุญ” เซาแธมป์ตัน ทีมดังในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยืนยันแต่งตั้ง เมาริซิโอ เปเยกริโน โค้ชชาวอาร์เจนไตน์ เป็นผู้จัดการทีมคนใหม่ของพวกเขาเรียบร้อยแล้ว โดยเซ็นสัญญาเป็นเวลา 3 ปี

ก่อนหน้านี้ เซาแธมป์ตัน ได้ปลด โคลด ปูแอล กุนซือชาวฝรั่งเศส ออกจากตำแหน่งเมื่อช่วงต้นเดือนนี้ หลังคุมทีม “นักบุญ” ได้เพียงซีซั่นเดียวเท่านั้น จากนั้นสื่อเมืองผู้ดีตีข่าวว่า แฟรงค์ เดอ บัวร์ อดีตเทรนเนอร์อินเตอร์ มิลาน กับ โทมัส ทูเคิล อดีตกุนซือ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ซึ่งกำลังว่างงานทั้งคู่ เป็น 2 ตัวเต็งที่คั่วตำแหน่งกุนซือคนใหม่ของเซาแธมป์ตัน

อย่างไรก็ตาม ล่าสุด เซาแธมป์ตัน สโมสรดังแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ได้ประกาศแต่งตั้ง เมาริซิโอ เปเยกริโน โค้ชชาวอาร์เจนไตน์ เป็นกุนซือคนใหม่ของพวกเขาเรียบร้อยแล้ว เมื่อวันพฤหัสฯที่ 23 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยเซ็นสัญญาคุมทีมเป็นเวลา 3 ปี

โค้ชชาวอาร์เจนไตน์ วัย 45 ปี เพิ่งออกจากตำแหน่งกุนซือทีมอลาเบส เมื่อปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา หลังจากพาอลาเบสพ่ายต่อบาร์เซโลนา ในนัดชิงชนะเลิศ ศึกโคปา เดล เรย์ แถมยังพาทีมจบด้วยอันดับ 9 ในศึกลาลีกา ทั้งที่เพิ่งเลื่อนชั้นกลับขึ้นมาเล่นลีกสูงสุดเป็นซีซั่นแรก

ทั้งนี้ เปเยกริโนกล่าวให้สัมภาษณ์ว่า “ผมดีใจมากที่ได้เป็นโค้ชคนใหม่ของเซาแธมป์ตัน สโมสรที่มีชื่อเสียงในเรื่องมีโครงสร้างที่มั่นคงและแข็งแกร่งในพรีเมียร์ลีก แถมยังเล่นฟุตบอลได้น่าตื่นตาตื่นใจอีกด้วย ผมคิดว่าปรัชญาการทำทีมของผมและวัฒนธรรมของสโมสรจะเข้ากันได้เป็นอย่างดี ผมอยากทำให้แฟนบอลได้ภูมิใจในตัวนักเตะและรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งในเกมทุกๆสัปดาห์ ผมต้องการชัยชนะ, ประสบความสำเร็จ และพัฒนาสปิริตของทีมที่ทุกคนทุ่มเทเต็มร้อยและสนับสนุนซึ่งกันและกัน ผมตื่นเต้นและมีความกระตือรือร้นเกี่ยวกับอนาคตของเรา ผมกำลังเฝ้ารอที่จะได้เจอกับนักเตะและเริ่มต้นการเตรียมทีมของเราสำหรับฤดูกาลใหม่”

สำหรับเปเยกริโน เคยเป็นผู้ช่วยของ ราฟา เบนิเตซ สมัยเป็นกุนซือคุมทีมลิเวอร์พูล เมื่อปี 2008 จากนั้นก็มารับบทบาทกุนซือเต็มตัวครั้งแรก ด้วยการคุมทีมบาเลนเซีย ต่อจาก อูไน เอเมรี เมื่อปี 2012 แต่เขาคุมทีมค้างคาวได้เพียง 6 เดือนเท่านั้นก็โดนไล่ออก จากนั้นก็ย้ายกลับไปทำงานที่บ้านเกิดในอาร์เจนตินาคุมทีมเอสตูเดียนเตสและอินดิเพนเดียนเต ก่อนจะย้ายมาคุมอลาเบส ทีมในลีกสเปน เมื่อช่วงซัมเมอร์ปีที่แล้ว.

ฮัดเดอร์ฯคว้าหอกเบลเยียมเสริมคม

ฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์ ทีมน้องใหม่แห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ทำการคว้าตัวโลรองต์ เดอปัวเตร ศูนย์หน้าชาวเบลเยียมจากเอฟซี ปอร์โต ทีมยักษ์ใหญ่ของโปรตุเกส มาเสริมทัพเรียบร้อยแล้ว ด้วยค่าตัวซึ่งเป็นสถิติสูงสุดของสโมสร
หัวหอกทีมชาติเบลเยียมวัย 28 ปี เซ็นสัญญาค้าแข้งกับฮัดเดอร์สฟิลด์เป็นเวลา 2 ปี จนกระทั่งถึงช่วงซัมเมอร์ปี 2019 พร้อมทั้งมีออปชั่นต่อสัญญาไปอีกหนึ่งปี

แม้ไม่มีการเปิดเผยค่าตัว แต่มีรายงานว่า ค่าตัวของเดอปัวเตรนั้นกลายเป็นสถิติใหม่ของฮัดเดอร์สฟิลด์ ซึ่งคาดว่าอยู่ที่ประมาณ 5 ล้านยูโร (200 ล้านบาท) โดย เดอ ปัวเตร กลายเป็นการเสริมทัพรายแรกของ “เดอะ เทอร์เรียส์” นับตั้งแต่ที่พวกเขาเลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นในพรีเมียร์ลีก

ด้าน เดวิด วากเนอร์ ผจก.ทีมฮัดเดอร์สฟิลด์ กล่าวถึงดาวยิงตัวใหม่ของทีมว่า “ผมดีใจมากที่เราสามารถทำให้โลรองต์กลายเป็นการเซ็นสัญญารายแรกของเราในช่วงเปิดตลาดซัมเมอร์นี้ เขาเป็นกองหน้าโดยธรรมชาติ ที่เล่นให้สโมสรที่ดีมากๆ ในเบลเยียม และยังเคยเล่นในถ้วยยุโรป แถมยังคว้าแชมป์ในประเทศด้วย เขายิงประตูได้มากมาย และเป็นคนทำงานจริงจังด้วย ดังนั้นเขาจึงเหมาะกับเอกลักษณ์ของ “เดอะ เทอร์เรียส์” มากๆ”

ทั้งนี้ เดอ ปัวเตร ย้ายจากเกนท์ ทีมในเบลเยียม มาอยู่กับ เอฟซี ปอร์โต เมื่อปี 2016 และเขาลงเล่นให้ปอร์โตไปทั้งสิ้น 13 นัดรวมทุกรายการ เมื่อฤดูกาลที่แล้ว โดยยิงได้ 2 ประตู และทำ 1 แอสซิสต์.

“อาร์เบลัว” อดีตแข้งหงส์แขวนสตั๊ดแล้ว

อัลบาโร อาร์เบลัว อดีตแบ็กขวาลิเวอร์พูลและเรอัล มาดริด ตัดสินใจประกาศแขวนสตั๊ดเลิกอาชีพนักฟุตบอลแล้ว ด้วยวัย 34 ปี

อาร์เบลัวไม่ประสบความสำเร็จกับการย้ายมาเล่นให้กับเวสต์แฮม ยูไนเต็ด โดยเขามีโอกาสลงเล่นในเกมพรีเมียร์ลีกให้กับ “ขุนค้อน” เพียงแค่ 3 นัดเท่านั้น ก่อนจะถูกปล่อยตัวออกจากทีมเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา

ทั้งนี้ อาร์เบลัวเคยเล่นให้กับ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล เกือบ 100 นัด ระหว่างปี 2006-2009 ก่อนย้ายมาเล่นให้เรอัล มาดริด เป็นเวลานานถึง 7 ปี โดยเขาคว้าแชมป์ร่วมกับ “ราชันชุดขาว” มากมาย ไม่ว่าจะเป็น แชมป์ลาลีกา, แชมป์แชมเปียนส์ลีก, แชมป์โคปา เดล เรย์, แชมป์สโมสรโลก, ยูฟ่า ซุปเปอร์คัพ และซุปเปอร์โคปา.

เอเชียนแฮนดิแคป อาทิตย์ที่ 25 มิ.ย.

คอนเฟดเดอเรชันส์ คัพ

22.00 น. ชิลี-ออสเตรเลีย 0 : 1.5
22.00 น. เยอรมนี-แคเมอรูน 0 : 1/1.