วันอาทิตย์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รักกี่ครั้งเจอแต่ผิดหวัง ตุ๊ก ดวงตา เล่าหมดเปลือก มันเกิดเพราะเวรกรรม

ถ้าเอ่ยถึงดารารุ่นใหญ่ที่มีนิสัยเป๊ะเว่อร์ ขึ้นชื่อเรื่องขี้วีน จนเป็นที่รู้ดีของคนที่ต้องร่วมงานกับเธอว่า อย่าทำให้เธอโกรธเป็นอันขาด เกริ่นมาถึงจุดนี้หลายๆ คนคงจะพอเดาได้แล้วว่าเธอนั้นก็คือ ตุ๊ก ดวงตา ตุงคะมณี ที่ชีวิตในอดีตของเธอขึ้นชื่อเรื่องอารมณ์ที่โมโหร้าย แต่จะมีใครเคยรู้มั้ยว่า ต้นเหตุที่แท้จริงที่ทำให้อารมณ์ของเธอเป็นแบบนั้นมีสาเหตุมาจากอะไร วันนี้เธอพร้อมที่จะมาเล่าทุกเรื่องราวความรักแบบหมดเปลือก ในรายการ คลับ ฟรายเดย์ โชว์  based on celeb story ทางช่อง GMM25 (กดเลข 25)

โดยพี่ตุ๊ก ดวงตา เล่าว่า ถ้าพูดถึงเรื่องความรัก ยอมรับเป็นคนเจ้าชู้ เป็นคนชอบหยอด ความรักที่ผ่านมาถึงไม่ค่อยดีเท่าไร สเปกของตนเป็นคนชอบผู้ชายในเครื่องแบบ 3 เหล่าทัพ แต่ไม่ชอบตำรวจ ความรักครั้งแรกคือพ่อของลูก เป็นเจ้าบุญทุ่ม ก็ได้เจอกันเพราะเพื่อน เพื่อนชวนกินข้าวก็เลยได้เจอกัน

พอรุ่งขึ้นเค้าก็ชวนไปกินข้าวอีก เค้าพาไปกินโอเรียนเต็ล ซื้อแหวนเล็กๆ ให้ ไปเมืองนอก 4 วันก็ไปกับเค้าตลอดเลย แต่มีคนไปด้วยตลอด พอเรากลับมาเค้าก็โทรหา เค้าอยู่อเมริกา เขียนจดหมาย แต่โทรหาเรา เราก็เริ่มรู้สึกชอบ แต่เค้าก็บอกทีหลังว่าเคยแต่งงานและมีลูกแล้ว ตอนนี้กำลังรอศาลดำเนินเรื่องการหย่า

พอรู้ทางบ้านเราก็ไม่ชอบเพราะเรายังเด็ก น่าจะมีโอกาสได้เลือก เวลายังมีอีกเยอะ เราเป็นลูกรักพ่อ พ่อตามใจทุกอย่าง แล้วเราเป็นคนยิ่งห้ามยิ่งยุ ไม่ให้คบแต่เราคบ ก็เลยเสียตัวให้เค้าเลย ได้แต่งเพราะท้อง ตอนนั้นอายุประมาณ 21 ปี โลกทัศน์แคบมาก ตอนนั้นที่ท้องก็ไม่กลัวว่าที่บ้านโกรธ ท้องก็บอกว่าท้อง

แต่ตอนนั้นเราก็รู้ว่าเค้าเจ้าชู้มากตอนอยู่เมืองนอก เราก็เลยขู่ว่าจะทำแท้ง เค้าถึงยอมกลับมาแต่งงานที่เมืองไทย แต่ตอนหลังเค้าก็ยังเจ้าชู้อีก เราก็เลิกกับเค้าหลังจากที่คบมา 7 ปี ตอนนั้นก็เริ่มไปหางานทำเอง เลี้ยงลูกเอง พอจะช่วยเหลือตัวเองได้ก็เลยเลิก

ตอนนั้นร้องไห้แต่ไม่ได้เสียใจที่เลิกกับเค้า แต่เป็นห่วงลูกมากกว่า ซึ่งความรักครั้งนี้ พี่คิดว่าเป็นความหลงมากกว่า ซึ่งความรักครั้งนี้สอนให้รู้ว่าไม่จำเป็นต้องรีบมีความรักหรือรีบแต่งงาน ไม่มีใครขอก็ไม่เป็นไร ถ้าจะคบใครก็ใช้เวลานานๆ แต่ก็อยากฝากถึงพ่อแม่ว่า อย่าใช้ไม้แข็งกับลูก

เข้าวงการมาเจอรักครั้งที่ 2 ซึ่งเราเป็นนางแบบแล้ว คิดว่าอันนี้เป็นความรัก อายุใกล้กัน เหมือนคุยภาษาเดียวกัน ไปในทางเดียวกัน เป็นนักธุรกิจ แล้วเราก็ไปเดินแฟชั่น เค้าเห็นเรา แล้วชอบ เค้าก็ไปบอกเพื่อนรุ่นพี่ว่าชอบเรา เค้าก็แนะนำให้รู้จัก คุยกัน 2 ปี คนนี้รวย โสด งานดี เงินดี ตอนนั้นวาดหวังอนาคตสดใสแน่ๆ เค้าไม่รังเกียจลูกเรา รักลูกเรา เป็นคนอารมณ์ดี เราก็แฮปปี้เลย มองถึงอนาคตรำไร

รักกัน 2 ปี เสร็จเค้าก็มาบอกว่า เค้าต้องไปแต่งงานแล้ว ซึ่งก่อนหน้าเค้าเคยบอกไว้ แต่เราไม่ได้คิด เค้าเคยบอกว่าต้องหมั้นหมาย ผู้ใหญ่หาไว้ให้แล้ว ซึ่งเค้าเป็นลูกชายคนโต รวยมาก แล้วครอบครัวคนจีนจะรับมั้ย แม่ม่ายลูกหนึ่ง ตอนนั้นเราเสียใจมาก แต่ทำยังไงได้ เพราะเค้าแต่งกับเราไม่ได้ ต้องปล่อยเค้าไป ตอนที่คบกัน ครอบครัวเค้ารู้นะ แต่พี่ไม่เคยไปบ้านเค้า ไม่เคยเจอ

เหมือนแม่เค้าดูไว้ให้ ก่อนหน้านั้นเค้าอาจจะรักกันดีอยู่ พอมาเจอเราแล้วรักเราก็ได้ ถามว่าอยู่กันยังไง พี่ไม่เคยอยู่กับเค้าอยู่แล้ว พอเค้าแต่งงาน เราก็กลายเป็นเมียน้อย เค้าบอกว่า อย่าไปคิดอย่างนั้นได้มั้ย เพราะเป็นคนรักของเค้าทั้งคู่ เราก็ยังไง ทำไงได้ ก็รักเค้า  

เราก็บอกอย่าให้มีปัญหานะ เพราะเรามีชื่อเสียง ซึ่งบ้านโน้นก็รู้ เค้าก็ไม่มาทำอะไรเรา ซึ่งพี่ไม่ได้อยู่กับเค้าอย่างสามีภรรยานะ เค้ามาหาแล้วก็กลับ เราไม่เคยมีข้อเรียกร้องใดๆ ทั้งสิ้น คือเรารักเค้ามาก ไม่ได้รักแบบความใคร่นะ มันเหมือนคุยกันถูกใจ รู้เรื่อง ปรึกษากันได้หมด

ถามว่ารู้สึกผิดมั้ย รู้ค่ะ รู้ตั้งแต่แรกแล้ว ที่เค้าแต่งงานแล้วเราไม่ได้เลิกกัน เราก็เข้าข้างตัวเอง เราก็อยู่ของเรา พูดไปจริงๆ ผู้หญิงฝ่ายโน้นไม่ได้เสียอะไรเลยนะ ไม่ได้มาเลี้ยงดูเรา ไม่ต้องมาเสียค่าอะไรให้เรา ไม่ต้องแบ่งวันให้เรา เค้ามาแค่มากินข้าวกันกับเรา ไปไหนก็ไม่ได้ไปด้วยกัน

คบกันมาไปไหนด้วยกันไม่ถึง 50 ครั้งด้วยซ้ำ เราอยากนะ แต่ไปไหนไม่ได้ ก็เลยหยุดอยาก เราทำอะไรไม่ได้ เค้ามีคนอื่นก่อนมีเรา เราก็ไม่ได้เลิกกันตอนนั้น คำว่าเลิกกันไม่เคยหลุดไปจากปากพี่เลย ตอนนั้นไม่ได้ชิลขนาดนี้หรอก มีทุกข์อยู่ในใจ คิดว่าคนนี้เป็นรักแท้นะ เพราะเรารักเค้ามากขนาดนั้น

ใช้ชีวิตอยู่กันมา 11 ปี เราเริ่มรู้สึกว่าเค้าเจอเราน้อยลง เค้ามีงานเยอะขึ้น ลูกเค้าก็เริ่มโต ในที่สุดก็เป็นเพื่อนกันดีกว่า ในที่สุดคนนี้ก็เป็นเพื่อนผู้ชายที่ดีที่สุดในชีวิต ตอนนี้ก็ยังเป็นเพื่อนกันอยู่ พี่ไม่รู้สึกอยากครอบครองเค้าเลยนะ คือถามว่าเป็นแบบอย่างที่ดีมั้ย มันไม่ดีหรอก เราก็ไม่ได้ทำอะไรในแบบฉบับที่เมียน้อยทั่วๆ ไปเค้าทำกัน

หลังจาก 11 ปีก็มีคนเข้ามาบ้าง จุกจิกๆ บ้าง คนในวงการไม่มี เพราะเค้ารู้ว่าเรานิสัยเป็นยังไง ก็ไม่มีใครจีบเลย พี่ชอบเที่ยวกลางคืนนะ กินเหล้า ก๋ากั่น ไม่สว่างไม่กลับบ้าน แต่ว่าไม่มั่วนะ ชอบแหย่ๆ แล้วจากกันไป บ๊ายบาย คนที่ตั้งใจจะมาเรื่องแบบนั้นก็มี เราก็บอกไม่ต้องหรอก เราเลี้ยงตัวเองได้ เพราะช่วงนั้นงานเยอะมาก จากนั้นก็ไม่อยากมีชีวิตคู่กับใครนะ ไม่ได้เข็ดนะ แค่ไม่อยาก

จากนั้นก็มีคนที่มีอายุน้อยเข้ามา คนนี้ถือว่าเป็นเวรกรรมนะ เที่ยวกันในกลุ่ม เที่ยวไปมาก็ปิ๊งกัน เจ้าชู้เหมือนกัน คนเจ้าชู้มักจะสร้างเรื่อง สิ่งไหนที่ตัวเองทำ จะบอกว่าเราทำ มันชอบหาเรื่องทะเลาะเรามากเลยอะ

ช่วงนั้นเป็นช่วงที่เราวีนเหวี่ยงมากเลยนะ กดดันจากเค้า วีนเหวี่ยงในกอง เหมือนเราโดนคนมาเอาใจ เค้าดูแลเราจนเราสบายกาย เลยชอบ ก็ติดหนึบ ปรากฏว่าเค้ามีข้อแม้กับเราเยอะแยะ เราก็ไม่อยากทะเลาะ เราก็เอาใจเด็ก ซึ่งเค้าก็เด็ก คือเค้าขี้หึงนะ เราก็ขี้หึงด้วย ต่างคนต่างขี้หึงซึ่งกันและกัน เพราะเราทั้งคู่เจ้าชู้ไง ทะเลาะกันบ่อยมาก

ช่วงแรกเค้าไม่มีผู้หญิงนะ หลังๆ เริ่มมี เพราะเราเริ่มไม่ได้ไปด้วยไม่ได้คุม ก็มีคนมาเล่า พอจับได้ เค้าบอกเราเป็นเมนคอร์ส ส่วนเด็กพวกนั้นเป็นของหวาน พี่เลยบอกฉันอยากเป็นทั้งเมนคอร์สและของหวาน ต้องการเป็นทุกอย่าง นี่แหละอาจจะเป็นเวรกรรม

คือตอนนั้นเรายังไม่รู้ เค้าเอาผู้หญิงคนนั้นมาร่วมงานด้วย เค้าบอกผู้หญิงคนนี้เป็นแฟนคลับเรา มาถ่ายรูปกับเราด้วย ที่จับได้ทางโทรศัพท์ก็มีค่ะ มีรูปผู้หญิงเยอะแยะเต็มไปหมด เวรกรรมนี้อยู่กับเรามา 4 ปี เราเอาเงินให้เค้าไปเล่นหุ้นด้วยนะ เค้าได้เงินมาก็ไม่เอามาให้เรา เราหมดไปเยอะมากค่ะ วันสุดท้ายที่ตัดสินใจเลิกคือเขวี้ยงโทรศัพท์ทิ้งเลย แล้วบอกว่า อย่ามาบ้านเราอีก ตัดสินใจเลิกในวันนั้น

เราอยากยิงเค้ามาก เพราะว่าโมโหไง แค้นด้วย และเค้าเป็นคนพาเราไปเรียนยิงปืน มันแค้นน่ะ แต่ธรรมะช่วยหยุดเราไว้ได้ จริงๆ ทุกอย่างมันประดังประเดมา งานเราหดลง ทุกอย่างหายไปอย่างพร้อมเพรียง ละครก็หาย รายได้เป็นศูนย์ รายจ่ายเท่าเดิม

ดีนะมีเงินเก็บ ประสาทกิน มันแค้นหนัก อยากทำร้ายเค้า เพราะถือว่าเค้าทำร้ายเรา แต่พอตอนสุดท้ายแล้ว ณ ปัจจุบัน พี่คิดว่าหมดเวรหมดกรรม ธรรมะจัดสรร

พี่ไปพบแสงสว่างในชีวิต จนกระทั่งเราเปลี่ยนนิสัยตัวเองได้ เปลี่ยนบางอย่างได้ เราไปวัดจนเราใสจริงๆ เชื่อมั้ยเราโทรไปหาผู้ชายคนนี้ ให้เค้าอโหสิกรรมให้เรา หมดเวรหมดกรรมกันตรงตั้งแต่นี้เป็นต้นไป แล้วไม่ต้องพูดว่าจะเอาเงินมาคืน เหมือนเราได้ใช้เงินคืนเค้าในชาติที่แล้ว พอพูดแล้วทุกอย่างเหมือนยกภูเขาออกจากอกเลย

ก็เลยกลายเป็นว่า ตอนหลังธรรมะจัดสรร เราโทรไปเค้าก็รับนะ คุยกันดีๆ เป็นชั่วโมงเลย ไม่ใช่แค่คนนี้นะ พี่ขอขมาคนใช้คนเก่าที่พี่ถีบตกกระได เนื่องจากเค้าไปขโมยทอง เราก็เรียกเค้าไป เราก็กราบเค้าเลย แล้วก็ร้องห่มร้องไห้ ต่างคนต่างขอขมา

เราขอบคุณทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากชีวิตเรา เพราะทุกเหตุการณ์มันสอนเรา ถ้าผิดหวังจากความรัก ชีวิตมันไม่พังหรอก กว่าพ่อแม่จะตั้งท้องเรา ถ้าคิดว่าชีวิตตัวเองจะพัง ต้องคิดถึงพ่อแม่ก่อนเลย กว่าเค้าจะเลี้ยงเรามา กว่าเราจะมีผัว กว่าจะเลิกกับผัวได้ทุกวันนี้ เศร้าโศกเสียใจได้แต่อย่านาน ให้นึกถึงตัวเอง รักตัวเองให้มาก

พี่ไม่เคยคิดฆ่าตัวตายนะ เพราะกลัวบาป สิ่งที่ทำให้มีปัญหาในเรื่องความรัก พี่คิดว่ามันเป็นเวรกรรมนะ เพราะที่ผ่านมาชอบหยอดไง ไม่รู้พี่เคยไปทำร้ายใครบ้าง เคยดูดวงดูหมอเค้าบอกว่า ชาติที่แล้วเราเป็นผู้ชาย แล้วเจ้าชู้มาก

วันนี้ชีวิตแฮปปี้มาก มากจนไม่มีความทุกข์เลย ถ้าถามว่าจะมีความรักอีกมั้ย ไม่เอาแล้วค่ะ ถามว่าเข็ดมั้ย เข็ดค่ะ ตลอดเวลาที่มีแฟนแล้วเหมือนมีความสุข มันเหมือนตอแหลตัวเอง เมื่อไหร่มีรัก เมื่อนั้นมีทุกข์ เพราะฉะนั้นอย่ารักเค้าจนหมดใจ อย่าให้ใจไป 100% ให้รักตัวเองก่อน แล้วค่อยเผื่อแผ่รักให้กับคนอื่น.