วันเสาร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ตร.สุวรรณภูมิ ร้อง ตร. ถูกมือดีตัดต่อภาพเท็จ ใช้ด้ามปืนทุบตาหลุด

ตร.สุวรรณภูมิ วอนผู้ใช้โซเชียลหยุดแชร์ภาพ หลังถูกมือดีนำภาพไปตัดต่อแชร์ข่าวเท็จ ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ที่แชร์ข่าวแล้วกว่า 20 ราย พร้อมให้ชุดสืบสวน สืบหาตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดี...

จากกรณีที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊กจำนวนหนึ่งได้มีการแชร์ลิงก์ข่าว แม่ค้าราดหน้าวอนสังคม ช่วยแชร์ ถูกตำรวจใช้ด้ามปืนทุบตา 14 ครั้งลูกตาหลุด คดีเงียบ และมีภาพหญิงรายหนึ่งที่มีดวงตาเป็นแผลและมีภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจยศ พ.ต.ท.สวมเครื่องแบบอยู่ในภาพประกอบเนื้อข่าว

เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 24 มิ.ย.60 ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางเข้าพบตำรวจที่ปรากฏตามภาพที่มีการแชร์ โดยภาพดังกล่าวคือ พ.ต.ท.สมชาติ มณีรัตน์ รองผกก.สอบสวน สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ที่สถานีตำรวจภูธรท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ส่วนหน้า) อาคารผู้โดยสารชั้น 1 อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ เพื่อสอบถามถึงเรื่องที่มีการแชร์ข้อความดังกล่าว

พ.ต.ท.สมชาติ มณีรัตน์ รองผกก.สอบสวน สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กล่าวว่า ภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ประกอบอยู่ในข่าวเป็นตนเองจริง แต่เรื่องราวในเว็บดังกล่าวไม่เป็นความจริง เป็นข่าวปลอมเพราะตนไม่ได้กระทำการอย่างที่เป็นข่าว และเมื่อตนได้ตรวจสอบก็พบว่า หน้าเพจได้มีการปลอมเป็นหน้าเพจข่าวสด แต่ลิงก์ที่เข้ามายังเว็บเพื่ออ่านนี้ไม่ใช่ของข่าวสดแต่อย่างใด ส่วนภาพผู้หญิงที่อยู่ในข่าวนั้นก็เป็นผู้หญิงที่เคยตกเป็นข่าวว่าป่วยเป็นไซนัสจนลามกลายเป็นมะเร็งที่ดวงตาทำให้ตาบอดไป 1 ข้าง ในจังหวัดหนึ่งทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ซึ่งหลังจากมีการแชร์ข่าวนี้โดยไม่มีการตรวจสอบว่าจริงหรือไม่ ทำให้ครอบครัว ญาติและเพื่อนต่างตกใจและเข้าไปคอมเมนต์เพื่อแก้ข่าวให้ ซึ่งสำหรับตนไม่ได้เกิดความเครียดแต่รู้สึกเป็นกังวลที่ทำให้ครอบครัวต้องมาเครียดกับเรื่องที่ไม่เป็นความจริง รวมถึงยังเสื่อมเสียชื่อเสียงเพราะหลายคนได้เข้ามาด่าทอว่าตนไม่ดี ทำร้ายผู้หญิง ทำให้เกิดความเสื่อมเสียในหน้าที่การงาน ตนจึงเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเรียบร้อยแล้ว พร้อมนำหลักฐานที่สืบค้นได้จากการแชร์เฟซบุ๊กราว 20 คน มามอบให้กับพนักงานสอบสวนเพื่อเรียกบุคคลที่มีการแชร์ข้อความที่ไม่เป็นความจริงมาสอบปากคำ และดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ในข้อหานำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชนและข้อหาอื่นที่เกี่ยวข้อง

“ทั้งนี้ ผมขอวอนให้ประชาชนหยุดแชร์ข่าวที่ไม่เป็นความจริงเพราะนอกจากจะสร้างความเสียหายให้แก่บุคคลที่อยู่ในข่าวแล้ว ยังผิดกฎหมายอีกด้วย และหากพบว่ายังมีการแชร์ของตนเพิ่มเติมก็จะดำเนินคดีกับบุคคลนั้นๆ ต่อไป หลังจากนี้ ตนจะประสานไปยัง บก.ปอท.ให้ตรวจสอบข้อมูลผู้ที่ทำการโพสต์เป็นคนแรก และนำตัวมาดำเนินคดี ในส่วนของผู้บังคับบัญชาทราบเรื่องแล้วแต่ไม่ได้ให้ชี้แจงเพราะรู้ว่าไม่ใช่เรื่องจริงแต่ก็มีการสั่งให้ชุดสืบสวน สืบหาตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีเช่นกัน” พ.ต.ท.สมชาติกล่าว.