วันศุกร์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

"บิ๊กแป๊ะ" นำทีมรวบตัวมือบึ้ม ปิดคดีระเบิดป่วนกรุงกว่า 10 ปี

“หลังจากใช้เวลา 10 ปี ในการสืบสวนเหตุคดีระเบิดปี 50 จนถึงปัจจุบันทำให้ได้แนวทางการทำงานของคนร้ายจากประสบการณ์บางคดีทำคนเดียว แต่ไม่ได้ตัดประเด็นที่ทุกคนสงสัยมีผู้สั่งการอยู่เบื้องหลัง ได้สั่งขยายหาความเชื่อมโยง แต่ที่น่าห่วงตรวจค้นชิ้นส่วนระเบิดที่ต่อไว้พร้อมทำงาน 4 ลูก ถ้าจับไม่ได้ก่อน เชื่อว่าจะมีลูกต่อไป ยิ่งคนร้ายทำคนเดียว เป็นเรื่องที่อันตรายมาก เหมือน “ฆาตกรรมต่อเนื่อง” ถ้าจับไม่ได้” เป็นคำพูดของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. หลังนำทีมสืบสวนรวบตัว นายวัฒนา ภุมเรศ อายุ 61 ปี อดีตวิศวกรของ กฟผ.บางกรวย จ.นนทบุรี พร้อมของกลางอุปกรณ์ส่วนประกอบระเบิดชนิด “ไปป์บอมบ์”

ตั้งแต่มีเหตุระเบิดที่ห้องรับรองผู้ป่วย “วงษ์สุวรรณ” ของโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า เมื่อวันที่ 22 พ.ค. มีคนเจ็บ 28 ราย เป็นข่าวสะเทือนขวัญและเป็นที่หวาดผวาของผู้คนไปทั่วโลกกับเหตุระเบิดในสถานที่พยาบาลรักษาผู้ป่วยคนเจ็บ ซึ่งไม่เคยเป็นเป้าหมายของกลุ่มก่อการร้าย หรือการก่อความไม่สงบ

พล.ต.อ.จักรทิพย์ เรียกประชุมชุดสืบสวนสอบสวนมอบ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.ด้านความมั่นคง เป็นหัวหน้าคณะทำงาน พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ ที่ปรึกษา (สบ 10) รับผิดชอบงานสืบสวน พล.ต.อ.สมชาย ชวยบุญชุม ที่ปรึกษา (สบ 10) รับผิดชอบงานสอบสวน

ดึงทีมสืบสวนที่มีประสบการณ์ พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบช.ส. พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบช.ศชต. พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผบก.สส.บช.น. เข้าร่วมวิเคราะห์สถาน การณ์ จำลองเหตุการณ์ สืบหาเบาะแสกลุ่มผู้ต้องสงสัยพัวพันทีมระเบิด

สั่งให้ ชุดตรวจเก็บกู้วัตถุระเบิด บก.สปพ. หรืออีโอดี และ สำนักงานพิสูจน์หลักฐานกลาง ตรวจสถานที่เกิดเหตุ
ละเอียดอีกครั้ง ทำให้ได้ข้อมูลว่าส่วน ประกอบหลักสำคัญของระเบิดมีลักษณะคล้ายคลึงกับเหตุระเบิดล่าสุดปี 60 ทั้ง 3 คดี ที่ โรงละครแห่งชาติ กองสลากเก่า และ รพ.พระมงกุฎเกล้า

ผู้เชี่ยวชาญให้ความเห็นว่า ผู้ที่ประกอบระเบิดเป็นคนเดียวกันด้วยประสบการณ์ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ที่นำทีมสืบสวนเอง ได้รวม คดีระเบิด 3 คดีล่าสุดปี 60 เป็นคดีเดียวกัน โยงเข้ากับคดีระเบิดปี 50 ตรวจหาภาพกล้องวงจรปิด จนได้ภาพชายสูงวัยตรงกับพยานที่อยู่ในเหตุการณ์ ถือถุงพลาสติก มีพิรุธเข้ามาอยู่ในห้องวงษ์สุวรรณ และได้ออกจากห้องก่อนเหตุระเบิดเพียง 10 นาที

เป็นพยานหลักฐานสำคัญที่ทำให้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ เดินหน้าขยายผลอย่างเงียบๆ เริ่มด้วยขบวนการสับขาหลอกคนร้าย ปล่อยข่าว “กล้องเสีย” และไม่ยอมเปิดเผยความคืบหน้าในการสืบสวน เพื่อไม่ให้คนร้ายไหวตัว ทำลายหลักฐาน ทั้งที่ชุดสืบสวนได้เบาะแสมือระเบิดแล้ว รอรวบรวมพยานหลักฐาน

ระดมนักสืบสวนมือดีหลายหน่วยร่วมกับตำรวจสันติบาล สืบสวนนครบาล กองพิสูจน์หลักฐาน ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดหรืออีโอดีและทหารมาร่วม “ลงแขก” รวบรวมพยานหลักฐานคืบหน้าทุกวัน มี พล.ต.ท.รณศิลป์ พล.ต.ท.สุวัฒน์ พล.ต.ต.อิทธิพล เป็นตัวหลักชุดสืบสวน บช.น. มี พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.อรรถพล อนุสิทธิ์ รอง ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.ชุมพล ศักดิ์สุรีย์มงคล ผกก.สส.2 บก.สส.ศชต. เกาะติดบุคคลต้องสงสัย จนได้ข้อมูลวันเกิดเหตุออกจากคอนโด หลัง กฟผ.บางกรวย สวมเสื้อแขนสั้นกางเกงสีครีม หยิบถุงพลาสติกขนาดใหญ่ ในถุงพลาสติกมีแจกันดอกไม้และช่อดอกไม้ ก่อนขี่จักรยานไปปากซอยจรัญสนิทวงศ์ ขึ้นรถโดยสารประจำทางสาย ปอ.18 ท่าอิฐ-อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เดินเข้าไปภายใน รพ. ได้สวมผ้าปิดอำพรางใบหน้าเดินถือถุงพลาสติกมุ่งหน้าไปที่
ห้องวงษ์สุวรรณ และได้เดินออกจากห้องก่อนเกิดเหตุระเบิด 10 นาที ก่อนขึ้นรถประจำทางกลับที่ กฟผ.บางกรวย
กว่า 2 สัปดาห์ พล.ต.อ.จักรทิพย์ร่วมวิเคราะห์สถานการณ์กับชุดสืบสวนทุกวัน จนได้เบาะแสครบ สั่งทีมงานเข้าตรวจสอบเป้าหมายบ้านพักผู้ต้องสงสัย พบของกลางชิ้นส่วนประกอบระเบิด “ไปป์บอมบ์” ที่เชื่อมโยงกับเหตุระเบิด
ที่เกิดขึ้นทั้ง 6 คดี

ผบ.ตร.นำตัวผู้ต้องสงสัยมาสอบสวนด้วยตัวเอง จนรับว่าทำระเบิดเอง และวางระเบิด 3 ครั้ง ปี 60 และปี 50 อีก 3 ครั้ง ที่ตู้โทรศัพท์สาธารณะหน้าโรงภาพยนตร์เมเจอร์รัชโยธิน ปากซอยราชวิถี 24 และปากซอย บก.ทบ. เพราะไม่ชอบรัฐบาลทหารที่ปฏิวัติและเจ็บปวดจากเหตุสลายการชุมนุมที่วัดปทุมวนาราม

ภาพความเชื่อมโยงการสืบสวนทำให้ต้องเชื่อว่า คนร้ายลงมือคนเดียว และเป็นความอันตรายของเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นด้วยฝีมือของคนคนเดียว ที่คิดทำเพื่ออุดมการณ์ หวังผลการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง

เป็นที่น่าสังเกตเหตุระเบิดที่ รพ.พระมงกุฎเกล้า มีตะปู ที่ทำให้เกิดอันตรายถึงแก่ชีวิต ไม่ใช่แค่สร้างสถานการณ์เหมือนเหตุระเบิดหลายครั้งที่ผ่านมา และเชื่อว่าจะเพิ่มความรุนแรงขึ้นไปอีก ถ้ายังจับกุมมือบึ้มไม่ได้

ต้องชมเชยการทำงานของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ นำไปสู่การจับกุมมือระเบิดพร้อมของกลางครบถ้วน และความนิ่งสงบรอผลคดีของ พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตร ไม่คิดตอบโต้ กลุ่มที่ “ป้ายสี” รัฐบาล

ชัดเจนว่ารัฐบาล คสช.หรือทหาร ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องเหตุระเบิดป่วนเมือง

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กล่าวกับ “ทีมข่าวอาชญากรรม” ว่า “จากเหตุการณ์ระเบิด 3 จุด ปี 50 เป็นเวลากว่า 10 ปี มีเหตุระเบิด 3 จุด ปี 60 จึงจับกุมคนร้ายได้ ทั้งที่คดีระเบิดมีโอกาสจับได้แทบไม่มีเลย ขอให้เชื่อได้ว่าศักยภาพของเจ้าหน้าที่รัฐยังดูแลความปลอดภัยในชีวิตของพี่น้องประชาชนได้ หลังเกิดเหตุระเบิดแรกๆ ยังตอบไม่ได้ มีการพูดกันไปมาก ทำให้ความเชื่อมั่นของต่างชาติกับประเทศไทยลดน้อยลงไป บางคนอ้างถึงขนาดทหารเป็นผู้ก่อเหตุระเบิดหรือรัฐบาลเป็นผู้ลงมือทำเอง หลักฐานที่ได้เชื่อว่าทุกคนรับรู้รับเห็นได้ ถ้าไม่มีอคติ จนถึงขณะนี้คนร้ายรับทำคนเดียว ยังไม่ตัดประเด็นใดมีใครเกี่ยวข้อง มอบให้ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ ที่ปรึกษา (สบ 10) ขยายผล”

“สิ่งที่เป็นปัจจัยสำคัญในการติดตามคนร้ายคดีนี้คือ “ความลับ” เรื่องการให้ข่าว ไม่อยากปิดสื่อ บางครั้งบอกกล้องเสีย เพื่อไม่ให้คนร้ายรู้ตัว มีการเคลื่อนย้ายของกลางหรือทำลายหลักฐาน จึงใช้กุศโลบายมาช่วย เพราะการตอบคำถามสื่อทุกวัน คนร้ายไหวตัว ทำงานยากขึ้น พยายามไม่ให้ข้อมูล บางครั้งถ้าไม่จำเป็นต้องพูดจะไม่พูด ตัวคนร้ายดูความเคลื่อนไหวของตำรวจตามข้อมูลจากสื่อ ถ้าพูดมากไปเหตุระเบิดกว่า 10 กว่าปีจะจับตัวไม่ได้ เป็นบทเรียน การเรียนรู้ ตำรวจตอบแบบไหน ทำให้คนร้ายนิ่งนอนใจ ทำงานสืบสวนต้องทำแบบนี้ ต้องคิดเอง เป็นเรื่องประสบการณ์ อย่างที่เคยพูดความรู้ความสามารถทดแทนกันได้ แต่ประสบการณ์อยู่ที่ตัว ทดแทนกันไม่ได้ เป็นปัจจัยแห่งความสำเร็จคดีนี้ ขอชมเชยชุดสืบสวน บช.น. ตำรวจสันติบาล ฝ่ายทหาร กองพิสูจน์หลักฐาน ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด ที่สืบสวนตรวจสอบละเอียดและ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณ-กุล รอง ผบ.ตร.คุมงานสอบสวนขยายผลทางคดี”

การคลี่คลายคดีระเบิดต่อเนื่องยกให้เป็นประสบการณ์ของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ นำทีมสืบสวนร่วมกันวิเคราะห์สถานการณ์ ตั้งแต่ที่เข้าเคลียร์วัตถุพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุและกล้องวงจรปิดจับภาพผู้ต้องสงสัย ทำให้ปิดคดีระเบิดที่ไม่เคยจับกุมได้มาก่อน เป็นผลงานเด่นของรัฐบาล

ลดความหวาดกลัวชาวโลกกับ “บึ้มป่วนเมือง”.

ทีมข่าวอาชญากรรม