วันจันทร์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

"แจ็ค หม่า" ประเมินยุค AI ผงาด คนทำงานแค่วันละ 4 ชั่วโมง

AI หรือปัญญาประดิษฐ์ ที่กำลังบุกโลกอยู่ในขณะนี้ ไม่เพียงแต่จะทำให้มนุษย์ ผู้ซึ่งทำงานที่ใช้ทักษะระดับต่ำ รวมทั้งแรงงานที่ไม่มีการพัฒนาตน ต้องเสี่ยงต่อการสูญเสียงานเท่านั้น แต่ในอีก 30 ปีข้างหน้า มันยังอาจจะทำให้มนุษย์เหลือวันทำงานแค่สัปดาห์ละ 4 วัน วันละ 4 ชั่วโมง

แจ็ค หม่า มหาเศรษฐีอันดับ 1 ของจีน นักธุรกิจเอเชียที่เจิดจรัสที่สุดแห่งยุค และเจ้าของอีคอมเมิร์ซ Alibaba (อาลีบาบา) พยากรณ์อนาคตไว้กับสำนักข่าวซีเอ็นบีซีเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา เกี่ยวกับการที่มนุษย์กำลังถูกวิวัฒนาการด้านปัญญาประดิษฐ์(AI-Artificial Intelligence)ตลอดจนหุ่นยนต์ แย่งงาน แย่งเงิน ว่า แม้ AI จะฉลาดขึ้นเรื่อยๆ แต่เขายังเชื่อว่าความฉลาดของเทคโนโลยี จะไม่มีวันเทียบเท่าความฉลาดแบบล้ำลึก รอบรู้ ฉลาดจากการสั่งสมประสบการณ์ ซึ่งมีเพียงมนุษย์ ที่จะฉลาดแบบนั้นได้ “ผมเชื่อว่าหุ่นยนต์ เครื่องกล เครื่องจักร ถึงจะฉลาดอย่างไร ก็จะไม่มีวันเอาชนะความฉลาดแบบมนุษย์”

กระนั้น คลื่นลูกใหม่ที่กำลังมาแรงอย่าง AI จะพัดพางาน-เงินหายไปจากคนบางประเภทอย่างแน่นอน โดยเฉพาะต่อคนที่กระโดดเกาะคลื่นลูกนี้ไม่ทัน คนพวกนี้จะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง “อนาคตจะมีแต่ความเจ็บปวด” ส่วนใครโดดเกาะได้ทัน นอกจากรอดแล้ว ยังจะรวยและประสบความสำเร็จกว่า

แจ็ค หม่า ประเมินอีกว่า ใน 30 ปีข้างหน้า เทคโนโลยีที่ก้าวล้ำจะส่งผลให้ชั่วโมงทำงานของมนุษย์ลดลงเหลือวันละ 4 ชั่วโมง และอาจลดวันทำงานต่อสัปดาห์เหลือแค่ 4 จาก 5 วันในปัจจุบัน

และแน่นอน การจะไปถึงวันนั้น น่าจะเป็นเรื่องที่น่าเจ็บปวด โดยเฉพาะต่อมนุษย์เงินเดือน รวมทั้งพนักงานทั่วไป

สิ่งที่แจ็ค หม่า ประเมิน สอดคล้องกับสิ่งที่นักเศรษฐศาสตร์ชื่อจอห์น เมย์นาร์ด คีย์เนส (John Maynard Keynes) คาดการณ์ไว้ตั้งแต่เมื่อปี 2473 คีย์เนสพยากรณ์ไว้ในขณะนั้นว่า ในอีก 100 ปีข้างหน้า คนจะทำงานน้อยลง อาจเหลือแค่สัปดาห์ละ 15 ชั่วโมง เพราะมีเครื่องจักร เครื่องยนต์ที่ชาญฉลาดทำงานแทน

“คนรุ่นคุณปู่คุณตา เขาทำงานกันวันละ 16 ชั่วโมงในทุ่งนา ในไร่ มาถึงยุคนี้ พวกเราทำงานกันวันละ 8 ชั่วโมง สัปดาห์ละ 5 วัน ขณะที่คนในยุคต่อไป จะทำงานน้อยลงกว่านี้อีก”

เขาประเมินต่อว่า เมื่อคนมีเวลาว่างมากขึ้น จำนวนวันในการเดินทางท่องเที่ยวจะมากขึ้น สถานที่ท่องเที่ยวก็จะเป็นที่นิยมยิ่งขึ้น การท่องเที่ยวจะมีความหลากหลายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

“ปัจจุบันคนทั่วไปมีโอกาสเดินทางท่องเที่ยวไปยังสถานที่ต่างๆ ประมาณ 30 แห่ง ใน 1 ช่วงชีวิต แต่ในอีก 30 ปีข้างหน้า

ด้วยเวลาว่างที่เหลือเฟือ คนในยุคต่อไป น่าจะมีโอกาสเดินทางไปเที่ยวยังที่ต่างๆ ได้ถึง 300 แห่ง”.