วันศุกร์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

บราวนี่ ภูตจิ๋วประจำบ้าน

สวัสดีครับท่านผู้อ่าน คอลัมน์ไทยรัฐซันเดย์สเปเชียลสัปดาห์นี้ เราไปดูภูต หรือสิ่งมีชีวิตมหัศจรรย์ที่คล้ายคนจากนิทานพื้นบ้านของฝรั่งกันบ้างครับ โดยผมขอเสนอเรื่องของบราวนี่ครับ

ท่านผู้อ่านที่เป็นแฟนแฮร์รี่ พอตเตอร์ อย่าเพิ่งแปลกใจนะครับ หากว่าอ่านเรื่องของบราวนี่แล้ว อาจเห็นว่าทำไมช่างเหมือนกับตัวเอลฟ์ประจำบ้าน ในเรื่องนั้นเสียจริง ขอตอบว่า...ไม่รู้ครับ รู้แต่ว่าสัตว์ทั้งหลายในหนังสือสร้างจินตนาการทั้งของเจ.เค. โรว์ลิ่ง และคุณปู่โทลคีนนั้นมีรากมาจากความเชื่อเดิมที่รู้กันอยู่ทั่วไปในภาคพื้นยุโรป ผมแค่เล่าตามตำราที่เขาเขียนไว้ งั้นไปดูเจ้าตัวจิ๋วกันดีกว่าครับ

บราวนี่ (Browny) ว่ากันว่า ในสกอตแลนด์มีสิ่งมีชีวิตอย่างหนึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตมหัศจรรย์คล้ายคนตัวเล็กครับ และยังพูดง่ายๆได้ว่าคล้ายผีเรือน มันสูงสัก 3 ฟุต ผมสีน้ำตาลดก สวมเสื้อผ้าสีน้ำตาล รูปร่างหน้าตาของมันค่อนข้างอัปลักษณ์น่าสะพรึงอยู่สักหน่อย เพราะว่าพวกบราวนี่มีดวงตาปูดโปน ใบหน้าเต็มไปด้วยขนรุงรังเหมือนหลังลา ฟันเหมือนหินถูกกะเทาะ ยิ้มเมื่อไหร่ก็หวาดผวาเมื่อนั้น แต่ทว่าอุปนิสัยของบราวนี่ช่างตรงข้ามกับรูปร่าง เหมือนหน้ามือกับหลังมือ มันเป็นมิตร มีน้ำใจช่วยเหลือคน โดยที่มันจะออกมาตอนกลางคืน ทำงานที่แม่บ้านหรือคนรับใช้ทำค้างไว้ระหว่างวัน อีกทั้งมักร่ายมนต์ ช่วยทำความสะอาด ดูแลสัตว์ในไร่หรือหมุนกังหันโรงโม่ แค่เพียงแลกกับของกำนัลเล็กน้อยอย่างครีมสักชามหรือข้าวโอ๊ตสักหยิบมือเท่านั้น

ในบ้านหลังหนึ่งๆ บราวนี่ จะติดสอยห้อยตามใครสักคนโดยเฉพาะและจะกลายเป็นคู่หูของคนคนนั้นทีเดียว

ความเชื่อเรื่องตัวบราวนี่ไม่ได้มีเฉพาะในสกอตแลนด์ แต่เลยไปถึงเวลส์ด้วยครับ

บูบาร์ค (Bwbach) เป็นตัวประหลาดของเวลส์ที่เท่าเทียมกับตัวบราวนี่ บูบาร์คมีอารมณ์เป็นมิตรในการอยู่ร่วมบ้านเช่นเดียวกับตัวบราวนี่ ยกเว้นข้อเดียว ตัวบูบาร์คสนใจรักษาวิถีทางแบบพื้นถิ่น (นอกศาสนาคริสต์) และมันเกลียดนักบวชคริสต์ที่ไม่ดื่มเหล้าและละเว้นโลกีย์

มันเกลียดพระถึงขนาดมีเรื่องเล่าว่า ถ้าเจอกันเวลาพระนักบวชพวกนี้สวดภาวนา บูบาร์คมักจะดึงเก้าอี้เตี้ยที่นักบวชนั่งสวดจนพระหงายหลังลงไปนอนแผ่บนพื้น ถ้าหากยังดื้อลุกขึ้นมาสวดต่อ มันจะเริ่มทุบเหล็กเขี่ยถ่านไฟให้เกิดเสียงดัง โผล่หน้าบูดเบี้ยวผ่านหน้าต่าง แต่ถ้าพระยังขืนทนสวดต่อไปอีก คราวนี้บูบาร์คแปลงร่างเหมือนพระท่านนั้น เป็นเครื่องหมายที่น่ากลัวอันหมายถึงความตายแน่แล้วคราวนี้ ไม้สุดท้ายนี่หมายถึงว่านักบวชนั้นต้องรีบหนีให้เร็วที่สุด ไม่งั้นคำขู่ของมันคงเป็นจริง

โดโมวอย (Domovoi) วัฒนธรรมสลาฟ ก็มีบราวนี่เหมือนกันครับ บราวนี่ของชาวสลาฟเรียกกันว่าตัวโดโมวอย เป็นผีเรือนที่คอยพิทักษ์ปกป้องบ้านเรือนเช่นเดียวกับบราวนี่ มันช่วยงานบ้านอันแสนน่าเบื่อเช่นเดียวกัน และเป็นเรื่องสำคัญมากที่จะต้องไม่ลืมวางจานใส่นมหรือใส่ขนมปังไว้ใกล้เตาไฟที่ที่โดโมวอยใช้เป็นที่พัก โดโมวอยเองก็เหมือนกับบราวนี่ มันขุ่นเคืองได้ และถ้าหากมันเกิดขุ่นเคืองใครในบ้านสักคนหนึ่ง ก็รับรองได้ว่าทุกคนจะรู้หมด เพราะมันจะแกล้งคนคนนั้นไม่หยุด ตั้งแต่ของส่วนตัวหายบ้าง อยู่ผิดที่บ้าง มีทางแก้ไขอยู่เหมือนกัน คือต้องหาขนมปังเค็มห่อด้วยผ้าขาวไปวางไว้ให้เป็นการขอโทษ แต่ว่าถ้าโกรธหนัก การเล่นพิเรนทร์ของโดโมวอยบางทีก็เข้าขั้นคล้ายอาการผีหลอน คือ เฟอร์นิเจอร์เคลื่อนที่ สิ่งของไม่อยู่กับที่ ความสกปรกปรากฏในที่ที่สะอาด และบางครั้งถึงขนาดที่มันอาจแอบเข้าไปในห้องน้ำ หรือนั่งทับคนหลับจนหายใจไม่ออกตาย (เหมือนผีอำ) ก็มีโดโมวอยนี้จะเงียบและมองไม่เห็นเช่นเดียวกับบราวนี่ แต่มันทำหน้าที่มากกว่าบราวนี่ของสกอตนิดหน่อย คือจะส่งข่าวสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น เพื่อเตือนคนในบ้าน หากมันทำเสียงดังแปลกๆ แปลว่ากำลังจะมีภัยหรือความตายใกล้เข้ามา ถ้าหากมันเล่นกับหวีหรือสร้างเสียงเพลง นั่นหมายความว่ากำลังจะมีงานแต่งงาน

เนี่ยละครับ เรื่องของบราวนี่ซึ่งลักษณะและหน้าที่คล้ายกับตัวเอลฟ์ประจำบ้านในเรื่องแฮร์รี่ พอตเตอร์ และเพื่อเข้าใจถึงเจ้าตัวบราวนี่ให้มากขึ้นอีกหน่อย ผมขอเล่าเรื่องให้ฟังสักเรื่องหนึ่งดีกว่า

...มีบราวนี่ตนหนึ่งอาศัยอยู่ที่บ้านหลังหนึ่งในไร่ในเวสเตอร์ รอส ในคินเทล บ้านในไร่หลังนั้นร้างว่าง ดังนั้นบราวนี่จึงสิงสู่อยู่ที่นั่นอย่างมีความสุข

ในหมู่บ้านเดียวกัน มีเจ้าของโรงโม่หนุ่มอยู่กับมารดา ซึ่งเป็นคนละโมบ และยังชอบเล่นกับเวทมนต์ดำ เธอก็จับตามองหญิงสาวคนหนึ่งที่บ้านหลังใหญ่ อยากได้หล่อนคนนั้นมาเป็นสะใภ้ ถึงแม้ว่าหญิงสาวคนนั้นงดงาม ใจดีมีเมตตา แต่หนุ่มโรงโม่รักอยู่กับสาวอีกคนหนึ่งเสียแล้ว เธอเป็นเพียงคนรับใช้นามแคธี่ ผู้สดใสราวกับท้องฟ้ายามอรุณ แก้มของเธอเปล่งปลั่งราวกับกลีบกุหลาบ ร่าเริงและตั้งใจ เต็มใจจะทำงานหนักเพื่อช่วยคนรักดูแลโรงโม่

ทว่าแม่ของหนุ่มโรงโม่ไม่ชอบใจและไม่เห็นด้วย เธอต้องการให้เขาแต่งงานกับหญิงสาวผู้ร่ำรวย แต่หนุ่มโรงโม่ก็ดื้อรั้น เขายืนยันจะแต่งงานกับแคธี่

“เจ้าจะไม่แต่งงานกับแคธี่หรอก เพราะนางกำลังจะตาย”

หนุ่มน้อยไม่ยอมเชื่อฟัง แรงปรารถนาของเขาแข็งแกร่งยิ่งนัก เขาจึงแอบแต่งงานกับแคธี่อย่างลับๆ พาเธอไปอยู่ที่บ้านร้างซึ่งเป็นที่โจษจันว่ามีตัวบราวนี่สิงสู่ แต่หนุ่มโรงโม่ก็เป็นคนมีมิตรจิตและไม่กลัวอะไรง่ายๆ เขาจึงจูงใจเมียสาวว่ามันจะเป็นที่ที่ปลอดภัยที่สุดด้วยซ้ำ

เมื่อทั้งสองเข้าไปอยู่ที่บ้านหลังนั้น ด้วยความที่แคธี่เป็นหญิงสาวจิตใจดี เธอจึงเห็นตัวบราวนี่ได้และแม้ว่ามันจะทำให้เธอตกใจอยู่บ้าง แต่ก็สัมผัสได้ถึงจิตใจอันงดงามของมัน ทั้งหมด อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขในบ้านไร่ บราวนี่มีความสุขกับที่นอนทำจากฟางของมันและรื่นรมย์กับครีมและ ข้าวโอ๊ตที่สองสามีภรรยาหยิบยื่น มันช่วยทั้งสองดูแลโรงโม่ ทุกวันจะมีกระสอบข้าวถุงใหม่วางพิงผนังโรงโม่เสมอ บราวนี่เข้าแทรกอยู่ทุกช่วงชีวิตของสามีภรรยา พวกเขารู้ว่ามันมักไถลตัวลื่นลงมาจากปล่องไฟขณะที่พวกเขาหลับ จัดข้าวของให้เข้าที่เข้าทาง จนเมื่อทั้งสองตื่นขึ้น บ้านทั้งบ้านก็ดูสะอาดตาจากทุกมุม

ไม่นานสาวน้อยก็ตั้งครรภ์ ยิ่งนานวันท้องโตขึ้นเรื่อยๆ เธอก็ยิ่งเหน็ดเหนื่อยง่าย บราวนี่ก็ยิ่งต้องทำงานหนักขึ้นจนต้องใช้เวลาแต่ละคืนในบ้านของหนุ่มโรงโม่และแคธี่นานขึ้น มันค่อยๆผูกพันกับหญิงสาวและเป็นเพื่อนเธอ แคธี่เองก็คุ้นเคยกับใบหน้าอัปลักษณ์ อบอุ่นกับการปรากฏตัวอย่างเงียบเชียบและหนุ่มโรงโม่ก็เริ่มชอบเจ้าบราวนี่มากขึ้นเรื่อยๆ

แล้ววันคลอดก็มาถึง แคธี่เจ็บท้อง หมดแรงทำอย่างอื่น เธอขอให้บราวนี่ไปตามสามี หนุ่มโรงโม่ฟังข่าวจากเจ้าประหลาดตัวเตี้ยก็รีบลนลานกลับบ้าน

แต่หนุ่มโรงโม่กลับคิดถึงจารีตเดิมขึ้นมาทันใด เขารู้สึกว่ามันจำเป็นที่แม่ของเขาต้องอยู่ด้วยในยามที่หนูน้อยเกิด ดังนั้นเขาจึงฝากแคธี่ให้บราวนี่ช่วยดูแล ตัวเองควบม้าไปรับมารดา ไม่นานนัก...เสียงฝีเท้าของแม่หนุ่มโรงโม่ก็ดังมาจากระยะไกล เจ้าบราวนี่สัมผัสได้ถึงอันตรายจากแม่มด โดยเฉพาะพวกที่เล่นกับไสยดำ มันรีบโหนตัวขึ้นปล่องไฟหายไป

มารดาของหนุ่มโรงโม่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม นางถักเปียให้ลูกสะใภ้ ค่อยๆ ประคองให้หนุนหมอนที่เพิ่งยัดไส้ขนเป็ดใหม่ๆ นางยังนำแมวดำตัวน้อยมาอยู่ข้างเตียงเพื่อให้เป็นเพื่อนกับลูกสะใภ้และหลานที่กำลังจะเกิด จากนั้นก็หันปลายเตียงของเธอไปทางประตู แล้วเอ่ยปากบอกลา

แคธี่สบายตัวขึ้นเมื่อนางแม่มดปรากฏ แต่ครั้นนางลับกาย ความเจ็บปวดกลับมาและเพิ่มทวีคูณ เธอร้องโหยหวนตลอดสองวันเต็มๆ แต่ทารกก็ยังไม่คลอด หนุ่มโรงโม่ทนไม่ไหวต้องออกไปขอความช่วยเหลือจากแม่อีกครั้ง แต่คราวนี้นางแก้ตัวว่าป่วยไปช่วยไม่ไหว หนุ่มน้อยต้องกลับไร่ด้วยความกลัดกลุ้มหนักหนา

ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจจะไปตามหมอตำแย แต่แคธี่กลัวจนไม่อยากห่างจากสามี จึงขอให้บราวนี่ไปตามหมอตำแยให้โดยสวมเสื้อคลุมที่มีหมวกคลุมหัวซ่อนใบหน้าของมันไว้มิดชิด เพราะใครๆ ก็กลัวบราวนี่

หมอตำแยไม่เคยเห็นหญิงคนใดคลอดลูกยากเช่นนี้มาก่อน ผ่านไป 4 วัน แต่เด็กก็ยังไม่คลอด หญิงสาวกำลังจะตาย หนุ่มโรงโม่ช่วยเหลือเมียรักไม่ได้เลย แต่ทันใดนั้นเขานึกอะไรได้ “นี่ต้องเป็นผลงานของแม่ข้า” คิดได้เขาก็ขึ้นม้าควบตรงดิ่งไปบ้านแม่ “ถอนคำสาปเดี๋ยวนี้นะ ข้ารู้ว่าเป็นผลงานของท่านแน่”

หญิงชราสั่นหัว “ไม่มีทาง ข้าบอกเจ้าแล้วว่า แม่คนนี้ต้องตายและเจ้าต้องแต่งงานกับลูกสาว เจ้าของไร่คนนั้น” นางยืนหยัดไม่ช่วย

ในความมืดมนนั้น ความหวังเดียวที่จะช่วยคนทั้งสองได้ก็คือ บราวนี่ ซึ่งช่วยวางแผนว่า

“เจ้าจงนำข้าไปที่บ้านแม่มด เพราะข้าล่องหนได้ เมื่อไปถึง เจ้าต้องรีบวิ่งเข้าไปบอกว่า แม่จ๋า แม่ได้หลานชายน่ารักเหลือเกิน จากนั้นก็วิ่งกลับออกไปเสีย ข้าจะหายตัวอยู่ที่นั่น คอยดูว่านางจะทำยังไง”

หนุ่มโรงโม่รีบทำตามแผน พอบอกข่าวหลานชายกับแม่เสร็จก็อ้างว่าจะรีบไปหาแคธี่แล้ววิ่งลับลงเนิน กลับไปคอยข่าวจากบราวนี่

นางแม่มดกระทืบเท้าด้วยโทสะ “ใครไปบอกมันเรื่องปมแม่มดบนหัวนางแคธี่? รู้เรื่องแมวดำที่ข้าเอาไปไว้ที่นั่นได้ยังไง? ใครบอกมันเรื่องขนกาที่ข้าแอบใส่ไว้ในหมอนยัดไส้ใหม่ใบนั้น? แล้วใครบอกมันที่ข้าหันปลายเตียงนางก้างขวางคอไปที่ประตูเพื่อให้มันคลอดลูกไม่ได้” เจ้าบราวนี่ได้ยินเต็มสองหู มันรีบกลับไปที่บ้านทันที

บราวนี่มันแก้ปมที่ผมของแคธี่ เอาหมอนใหม่ขว้างเข้าเตาเผาจุดไฟลุก ท่วม จนขนกาแปลกปลอมกลายเป็นจุณ กำจัดแมวดำ และเมื่อมันจับปลายเตียงหันออกจากประตู เสียงทารกร้องไห้จ้าก็ดังขึ้นในบ้านไร่นั้น แคธี่ปลอดภัย ความสุขคืนมาสู่ครอบครัวอีกครั้ง

แต่บราวนี่หายไปแล้ว ไม่มีใครได้เห็นมันอีกเลย สามีภรรยาต่างคิดถึงบราวนี่ตัวจ้อย คิดถึงวิถีการปรากฏตัวอย่างเงียบเชียบแต่เต็มไปด้วยความอบอุ่น แต่ก็นั่นแหละ ที่มันหายไปอาจเป็นเพราะว่าเขาตอบแทนบราวนี่ด้วยกระสอบข้าวขนาดใหญ่ขนาดที่กินไปอีก 20 ปีก็ไม่หมดกระมัง.

โดย :คอสมอส
ทีมงาน นิตยสาร ต่วย'ตูน