บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

นิสิตสาวดับสลด ฤทธิ์แก๊ส บ่อบําบัดโรงงาน

พลัดร่วง-จนท.ซีพีเอฟโดดช่วย ขาดใจอนาถตามไปด้วยอีก4ศพ บริษัทยันมอบเงินช่วยรายละ3ล.

สลดนิสิตสาวคณะสัตวแพทย์จุฬาฯ ไปดูงานโรงงานแปรรูปเป็ดซีพีเอฟ บางนา เกิดหมดสติตกลงในบ่อบำบัดน้ำเสีย พนักงานบริษัท 4 คนเข้าช่วยพากันหมดสติตกลงไปในบ่อเสียชีวิตทั้งหมด 5 คน ซีพีเอฟแจง ปกติจุดเกิดเหตุเป็นเขตหวงห้าม เป็นจุดอันตรายต้องได้รับอนุญาตก่อนเข้า นิสิตสาวจุฬาฯที่เสียชีวิตเข้ามาดูงานแล้วหมดสติตกลงไปก่อน จนท.สิ่งแวดล้อมสาวของบริษัทรีบเข้าช่วย โดยมีพนักงานชายอีก 3 คนมาสมทบ แต่ทั้งหมดก็ตกลงไปเสียชีวิต ยันพร้อมเยียวยาครอบครัวเหยื่อเต็มที่ ส่วนสาเหตุให้เป็นเรื่องของตำรวจ คพ.ชี้เหยื่อหมดสติเพราะแก๊สไข่เน่าในบ่อบำบัด หลังเกิดเหตุตรวจสอบแล้วไม่ฟุ้งกระจายไปบริเวณใกล้เคียง

เหตุสลดนิสิตสัตวแพทย์จุฬาฯพร้อมพนักงานซีพีเอฟตกบ่อบำบัดน้ำเสียดับรายนี้ เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 23 มิ.ย. ร.ต.อ.ภูมิวัฒนา ฤทธิ์ทอง รอง สว.(สอบสวน) สน.บางนา รับแจ้งเหตุมีผู้พลัดตกลงไปในบ่อบำบัดน้ำเสียหลายราย ภายในบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ ในส่วนโรงงานแปรรูปเป็ดบางนา ซอยบางนาตราด 20 ถนนบางนา-ตราด กม.2.5 ฝั่งขาเข้า แขวงและเขตบางนา กรุงเทพมหานคร จึงรายงานผู้บังคับบัญชาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุประกอบด้วย พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ ศรีวารีรัตน์ รอง ผบก.น.5 เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) แพทย์นิติเวช รพ.จุฬาลงกรณ์ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู

ที่เกิดเหตุเป็นโรงงานผลิตอาหารแปรรูปขนาดใหญ่ เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบบริเวณด้านหลังโรงงานพบบ่อบำบัดน้ำเสียความลึกประมาณ 2 เมตรมีบันไดไม้พาดคาอยู่ในบ่อ พยานแจ้งว่ามีผู้พลัดตกลงไปในบ่อจำนวน 5 คน เจ้าหน้าที่จึงรีบนำท่อออกซิเจนต่อลงไปเพื่อเพิ่มอากาศ ก่อนลงไปงมร่างทั้งหมดขึ้นมาใช้เวลาประมาณ 30 นาที เบื้องต้นมีผู้เสียชีวิต 4 คน เป็นชาย 2 คน และหญิง 2 คนประกอบด้วย นายพรศักดิ์ บุญบาล อายุ 40 ปีพนักงานบริษัทซีพีเอฟ นายชาญชัย พันธุนาคิน อายุ 42 ปี พนักงานบริษัทซีพีเอฟ น.ส.ลักษ์ชนก แสนทวีสุข อายุ 24 ปี พนักงานสิ่งแวดล้อมบริษัทซีพีเอฟ และ น.ส.ปัณฐิกา ตาสุวรรณ อายุ 23 ปีนิสิตปี 5 คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่มาดูงานที่บริษัทดังกล่าว

นอกจากนี้ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสอีก 1 คนคือนายชาตรี สีสันดร เป็นพนักงานบริษัทซีพีเอฟ หลังจากช่วยขึ้นมาจากบ่อบำบัดน้ำเสียอยู่ในสภาพหมดสติเนื่องจากขาดอากาศหายใจ จึงช่วยกันปั๊มหัวใจและรีบนำตัวส่ง รพ.บางนา 1 แต่แพทย์ยื้อชีวิตไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา ขณะเดียวกัน ทางโรงงานปิดรั้วด้านหน้าไม่ให้ผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปภายในโรงงาน รวมทั้งสื่อมวลชนด้วย ก่อนนำร่างผู้เสียชีวิตทั้งหมดส่งตรวจพิสูจน์สาเหตุการเสียชีวิตที่นิติเวช รพ.จุฬาฯ

ต่อมาเวลา 14.00 น. นายปริโสทัต ปุณณภุม รองกรรมการ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายทรัพยากรบุคคลซีพีเอฟ ออกมาที่ด้านหน้าโรงงานเปิดเผยว่า วันนี้มีนิสิตมาทัศนศึกษาดูงานภายในโรงงานจำนวน 2 คน ในส่วนของขั้นตอนการพักน้ำเสีย บริษัทมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสิ่งแวดล้อมเป็นคนนำนิสิตทั้ง 2 คนไปดูขั้นตอนการทำงานต่างๆ กระทั่งเกิดเหตุนักศึกษาหญิงหนึ่งราย เกิดหมดสติพลัดตกลงไปในบ่อบำบัดน้ำเสีย ก่อนเจ้าหน้าที่สิ่งแวดล้อมคนดังกล่าวจะลงไปช่วยจนจมหายไป พนักงานชายอีก 3 คนตามลงไปช่วยอีกจึงเสียชีวิตทั้งหมด

“ขณะนี้ยังไม่สามารถบอกถึงสาเหตุที่นิสิตที่มาดูงานคนนี้ตกลงไปในบ่อพักน้ำเสียได้ เพราะปกติในพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่หวงห้าม มีระบบรักษาความปลอดภัยเป็นอย่างดี ปากท่อจะมีฝาปิดเมื่อไม่ได้ใช้งาน แต่วันนี้ตนไม่ทราบว่าขณะเกิดเหตุฝาท่อปิดหรือเปิดอยู่ และบริเวณนั้นไม่มีกล้องวงจรปิด หลังจากนี้ต้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนถึงสาเหตุอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิต เบื้องต้นบริษัทจะช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิตโดยนำศพส่งกลับภูมิลำเนา และช่วยเหลือในลักษณะอื่นตามที่บริษัทเห็นสมควรต่อไป” รองกรรมการผู้จัดการอาวุโสฝ่ายทรัพยากรบุคคลซีพีเอฟกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า หลังเกิดเหตุมีผู้พลัดตกลงไปในบ่อบำบัดน้ำเสียภายในโรงงานแปรรูปอาหารสัตว์จนเสียชีวิตถึง 5 คน ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามถึงลักษณะและสาเหตุของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับ พ.ต.อ.อุดม ธุระงาน ผกก.สน.บางนา แต่ได้รับคำตอบว่า ไม่สามารถเปิดเผยหรือให้ข้อมูลอะไรได้

ต่อมาบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) ออกแถลงการณ์ว่า ตามที่เมื่อวันศุกร์ที่ 23 มิ.ย. เวลาประมาณ 10.00 น. เกิดอุบัติเหตุที่ระบบบำบัดน้ำเสียของโรงงานแปรรูปเป็ดบางนา ถนนบางนา-ตราด จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 5 คน นายปริโสทัต ปุณณภุม รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ด้านทรัพยากรบุคคล บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในนามบริษัทขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต บริษัทยืนยันว่า จะให้ความช่วยเหลือและเยียวยาแก่ครอบครัวผู้สูญเสียอย่างเต็มที่ นอกเหนือจากความช่วยเหลือตามระเบียบของบริษัท หากครอบครัวใดมีบุตรหลานที่อยู่ระหว่างศึกษาบริษัทจะให้การดูแลเรื่องทุนการศึกษาไปจนจบการศึกษาระดับปริญญาตรี เพื่อบรรเทา ความเดือดร้อนของครอบครัว เบื้องต้นบริษัทดำเนินการติดต่อกับครอบครัวผู้เสียชีวิตเรียบร้อย พร้อมส่งศพให้ครอบครัวเพื่อประกอบพิธีกรรมทางศาสนาต่อไป

สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในบริเวณพื้นที่ควบคุมที่ระบุชัดเจนว่า เป็นพื้นที่อันตราย ต้องได้รับการอนุญาตจึงจะเข้าเยี่ยมชมได้ ทั้งนี้ เป็นที่ทราบกันดีว่า บริเวณบ่อบำบัดน้ำเสียอาจมีแก๊สที่สามารถทำให้หมดสติ จึงมีความเป็นไปได้ว่า ผู้เข้าเยี่ยมชมอาจประสบอุบัติเหตุพลัดตก พนักงานผู้นำชมให้ความช่วยเหลือโดยดึงร่างของผู้ตกบ่ออย่างสุด กำลัง พร้อมทั้งส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือ เป็นเหตุให้พนักงานด้านนอกที่ได้ยินเสียงอีก 3 คนวิ่งเข้าไปช่วย จนเกิดการสูญเสียทั้ง 5 คนดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ยังอยู่ระหว่างการสอบสวนข้อเท็จจริงของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

บริษัทยืนยันว่า ทุกพื้นที่ในโรงงานปฏิบัติตาม มาตรฐานความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม ตลอดจนมีมาตรการป้องกันอุบัติเหตุในโรงงาน และระบบบำบัดน้ำเสียอย่างเคร่งครัด ทั้งยังดำเนินการฝึกอบรมด้านความปลอดภัยการปฏิบัติงานเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง มาตรการความปลอดภัยจะมีขั้นตอน ตั้งแต่เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยเข้าประเมินความเสี่ยงของพื้นที่ต่างๆภายในโรงงาน พิจารณาความ เสี่ยงต่อความปลอดภัยและสุขอาชีวอนามัย เมื่อได้พื้นที่เสี่ยงแล้วจะกำหนดเป็นพื้นที่ควบคุมมีมาตรการกำกับดูแลเช่น ต้องขออนุญาตเข้าพื้นที่ ทุกพื้นที่จะตรวจสอบเป็นประจำแต่ยังเกิดอุบัติเหตุ ถือเป็นความ สูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของบริษัท สำหรับผู้เสียชีวิตทั้ง 5 คน มีรายชื่อดังนี้ 1.นายชาตรี สีสันดร 2.นายชาญชัย พันธุนาคิน 3.น.ส.ลักษ์ชนก แสนทวีสุข 4.นายพรศักดิ์ บุญบาล และ 5.น.ส.ปัณฐิกา ตาสุวรรณ

ด้าน ผศ.นพ.อุดมศักดิ์ หุ่นวิจิตร หัวหน้าฝ่ายนิติเวชศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ กล่าวว่า พื้นที่เกิดเหตุคนงานเสียชีวิตในบ่อน้ำเสียอยู่ในพื้นที่รับผิดชอบของโรงพยาบาลจุฬาฯ จึงส่งแพทย์นิติเวชของโรงพยาบาลไปร่วมตรวจสอบในพื้นที่ ได้ส่งรายงานเบื้องต้นเข้ามาที่โรงพยาบาลแล้ว แต่เพิ่งส่งร่างผู้เสียชีวิตเข้ามาถึงที่โรงพยาบาล จำนวน 5 ศพ ดังนั้น จึงจะผ่าพิสูจน์สาเหตุการเสียชีวิตในวันที่ 24 มิ.ย.นี้ คิดว่าน่าจะใช้เวลาไม่นานก็ทราบผล

ส่วนนายสุเมธา วิเชียรเพชร ผอ.สำนักจัดการกากของเสียและสารอันตราย กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวถึงกรณีเหตุการณ์นิสิตและเจ้าหน้าที่บริษัทซีพีเอฟฯเสียชีวิตในบ่อบำบัดน้ำเสียของโรงงานว่า นายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมควบคุมมลพิษสั่งการให้เจ้าหน้าที่ คพ.เข้าไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุพบว่า บริเวณดังกล่าวเป็นบ่อเกรอะรวบรวมน้ำที่เตรียมบำบัด เบื้องต้นสาเหตุการเสียชีวิตมาจากก๊าซไข่เน่าหรือไฮโดรเจน ซัลไฟด์ ที่เกิดจากการหมักหมมของสารอินทรีย์ในช่วงที่เปิดปากบ่อจะมีความเข้มข้นสูง อย่างไรก็ตามภายหลังการเกิดเหตุการณ์เจ้าหน้าที่ตรวจสอบการฟุ้งกระจายบริเวณปากบ่อบำบัด ไม่พบการฟุ้งกระจายสู่บริเวณใกล้เคียงในระดับที่เป็นอันตรายได้

ต่อมานายสุขสันต์ เจียมใจสว่างฤกษ์ ประธานคณะผู้บริหาร ธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรม และกรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) ซีพีเอฟ กล่าวว่า ในนามผู้บริหารและพนักงานของบริษัท ขอแสดงความเสียใจอย่างยิ่งต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต เหตุการณ์ครั้งนี้นับเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ของบริษัท จะดำเนินการรับผิดชอบเยียวยาครอบครัวผู้สูญเสียอย่างเต็มกำลัง เบื้องต้นประสานกับทุกครอบครัวเรียบร้อยแล้ว และจะส่งมอบเงินช่วยเหลือทุกครอบครัว ครอบครัวละ 3 ล้านบาท หากผู้เสียชีวิตเป็นหัวหน้าครอบครัวที่มีบุตรธิดาที่ยังศึกษาอยู่ บริษัทจะขอมอบทุนการศึกษาให้จนถึงระดับปริญญาตรีเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของครอบครัว ขณะเดียวกันบริษัทจะเข้าร่วมพิธีสวดพระอภิธรรมศพกับผู้สูญเสียทุกครอบครัว ขอแสดงความเสียใจอย่างที่สุดอีกครั้ง เหตุการณ์นี้สร้างความเศร้าสลดในหัวใจของผู้บริหารและพนักงานทุกคน พวกเราขอยืนยันว่า เราจะดูแลทุกอย่างอย่างดีที่สุด

ขณะที่นายสุเมธ มโหสถ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) กล่าวว่า ลงพื้นที่จุดเกิดเหตุพร้อมพนักงานตรวจความปลอดภัย เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง เบื้องตนพบว่า นิสิตมาศึกษาดูงานภายในโรงงาน ในส่วนของขั้นตอนการพักน้ำเสียจำนวน 2 คน บริษัทมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสิ่งแวดล้อมเป็นคนนำนิสิตทั้ง 2 คนดูขั้นตอนการทำงานต่างๆ บริเวณบ่อน้ำเสีย และเกิดอุบัติเหตุนิสิตหญิงหนึ่งรายพลัดตกลงไปในบ่อน้ำเสีย เจ้าหน้าที่สิ่งแวดล้อมพยายามลงไปช่วยและจมหายไป จากนั้นพนักงานอีก 3 คนลงไปช่วยและประสบเหตุเช่นเดียวกันอีก การให้ความช่วยเหลือดังกล่าวไม่เป็นไปตามขั้นตอนและวิธีการที่ถูกต้อง

“ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวน 5 คน ประกอบด้วยลูกจ้างบริษัท 4 คน ได้แก่ 1. น.ส.ลักษ์ชนก แสนทวีสุข อายุ 24 ปี เจ้าหน้าที่ด้านสิ่งแวดล้อม 2.นาย ชาญชัย พันธุนาคิน อายุ 42 ปี หัวหน้าช่างซ่อมบำรุง 3.นายพรศักดิ์ บุญบาล อายุ 40 ปี หัวหน้างานอนามัย 4.นายชาตรี สีสันดร อายุ 53 ปี คนงานรายวันประจำ และ น.ส.ปัณฐิกา ตาสุวรรณ อายุ 23 ปี นิสิตคณะสัตวแพทยศาสตร์จุฬาฯ เข้ามาศึกษาดูงานเบื้องต้น ตรวจสอบการจ่ายเงินค่าจ้าง ค่าโอที นายจ้างโอนเงิน เข้าบัญชีลูกจ้างแล้วก่อนเกิดเหตุในวันนี้ สำหรับกรณีดังกล่าวบริษัทซีพีเอฟจะรับผิดชอบเบื้องต้น จ่ายเงินช่วยเหลือค่าทำศพและค่าเคลื่อนย้ายศพไปยังภูมิลำเนา ตามระดับตำแหน่งหน้าที่การปฏิบัติงานคือ หัวหน้างาน 1 ล้านบาท พนักงาน 6 แสนบาท คนงาน 2 แสนบาท และ 1 ล้านบาทสำหรับนิสิตที่มาดูงาน” นายสุเมธกล่าว

อธิบดี กสร.กล่าวเพิ่มเติมว่า พนักงานตรวจความปลอดภัยจะดำเนินการตรวจสอบพื้นที่และรวบรวมพยานหลักฐานว่า นายจ้างปฏิบัติตามพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน 2554 รวมทั้งกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานการบริหารและการจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานในที่อับอากาศ 2547 หรือไม่ หากตรวจสอบแล้วนายจ้างไม่ปฏิบัติตามกฎหมายดังกล่าวคือ ลูกจ้างไม่มีการประเมินอันตรายว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่อับอากาศ และลูกจ้างไม่ได้รับการอบรมตามกฎหมายกำหนด มีบทกำหนดโทษคือ จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 4 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ทั้งนี้ พนักงานตรวจความปลอดภัยมีหนังสือเชิญนายจ้างมาพบเพื่อสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมวันที่ 26 มิ.ย.