วันอาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เจาะลึกมะเร็งเต้านม ผู้ชายก็เป็นได้ แนะกลยุทธ์ง่ายๆ พิชิตได้ด้วยตัวเอง

หลังร็อกเกอร์ “แหวน-ฐิติมา สุตสุนทร” ตกเป็นข่าวว่ากำลังป่วยด้วยโรคมะเร็งเต้านมจนลุกลามเข้ากระดูก นอกจากคนไทยจะร่วมส่งกำลังใจให้เธอหายดีแล้ว ยังทำให้ผู้หญิงเกิดกระแสตื่นตัว และอินบ็อกซ์มาสอบถามทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ว่าโรคร้ายนี้มีวิธีสังเกตอาการไหม พฤติกรรมใดเสี่ยงเป็น และรักษาวิธีใดบ้าง 

เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง ผู้เชี่ยวชาญที่จะให้คำตอบได้ดีที่สุดก็คือ นพ. วิษณุ โล่ห์สิริวัฒน์ หรือ "หมอบัว" อาจารย์ประจำคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล ซึ่งได้รับวุฒิบัตรศัลยกรรมทั่วไป และศัลยกรรมตกแต่งจากศิริราช และได้ศึกษาเฉพาะทางที่สถาบันมะเร็งจากประเทศอิตาลีกว่า 4 ปี เริ่มอธิบายเกี่ยวกับโรคมะเร็งเต้านมว่า เป็นมะเร็งที่พบมากที่สุดในหญิงไทย โดยพบมากในช่วงอายุ 45-50 ปี ขณะนี้แนวโน้มอายุน้อยลงๆ 30 ปีก็พบได้

สำหรับปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เป็นมะเร็งเต้านม คือ

1. เป็นผู้หญิง จริงๆ แล้วมะเร็งเต้านมผู้ชายก็เป็นได้ แต่ผู้หญิงมีโอกาสเป็นมากกว่า 10 เท่า
2. อายุที่เพิ่มขึ้นก็ความเสี่ยงเพิ่มขึ้น โดยควรเริ่มตรวจคัดกรองมะเร็งเมื่ออายุมากกว่า 35 ปีขึ้นไป
3. พันธุกรรม ถ้ามีญาติใกล้ชิดในครอบครัวมีประวัติเป็นมะเร็งเต้านม รังไข่ มดลูก ยิ่งเพิ่มความเสี่ยง


4. เชื้อชาติ เชื้อชาติไทย หรือเอเชีย มีความเสี่ยงน้อยกว่า ชนชาติยุโรป หรืออเมริกัน
5. ฮอร์โมน คนที่ได้รับฮอร์โมนมากๆ ไม่ว่าจะเป็นฮอร์โมนจากตัวเอง เช่น คนที่ประจำเดือนมาเร็ว หรือหมดช้า คนที่ไม่มีลูก หญิงโสด หรือฮอร์โมนที่รับจากภายนอก เช่น ยาคุมกำเนิด หรือฮอร์โมนทดแทนวัยทอง เป็นต้น
6. พฤติกรรม เช่น ความเครียด การสูบบุหรี่ ไม่ออกกำลังกาย โดยเฉพาะคนอ้วนมีโอกาสเป็นมะเร็งเต้านมสูงขึ้น

กรณีที่พบว่าชายไทยก็เสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านมได้เหมือนกันนั้น หมอบัวเผยว่า ในศิริราชแต่ละปี รักษามะเร็งเต้านมกว่า 1 พันราย จะพบผู้ชายเกือบ 10 คน โดยมักพบอายุมากกว่าผู้หญิง

ส่วนสาเหตุการเป็นมะเร็งเต้านมนั้นยังเกิดจากหลายปัจจัย และยังไม่มีอะไรมาป้องกันการเกิดได้ 100% เพราะฉะนั้น การดูแลเต้าตนเอง หากมีความผิดปกติ เพื่อตรวจพบให้เร็วที่สุด รักษาให้เร็วที่สุด หากปล่อยให้ขนาดโต หรือมีอาการถึงระยะ 3 หรือ 4 แล้ว ผลการรักษาจะไม่ดีนัก

ทั้งนี้ การตรวจว่าเป็นมะเร็งเต้านมหรือไม่นั้นมี 3 วิธี ดังนี้ คือ
1. ตรวจร่างกายด้วยตัวเอง แนะนำทำตั้งแต่อายุ 20 ปี เดือนละ 1 ครั้ง โดยคลำเต้านมด้วยตัวเองว่าความนุ่ม ความแข็งเป็นอย่างไรบ้าง มีน้ำผิดปกติออกจากหัวนมไหม มีแผลหรือมีก้อนที่ผิดปกติหรือไม่
2. พบแพทย์เพื่อตรวจร่างกายและประเมินความเสี่ยง หากอายุ 30 ขึ้นไป
3. ตรวจเพิ่มเติมทางรังสีวินิจฉัย โดยปัจจุบันการตรวจแบบแมมโมแกรม หรืออัลตราซาวนด์นั้น เป็นวิธีมาตรฐาน ซึ่งขึ้นอยู่กับแพทย์พิจารณาการส่งตรวจ

อย่างไรก็ตาม มะเร็งเต้านมนั้น นอกจากลุกลามไปต่อมน้ำเหลืองแล้ว ยังชอบลุกลามแพร่กระจายไป 4 อวัยวะ คือ 1. กระดูก ทุกส่วนของร่างกาย แต่พบมาก คือ กระดูกสันหลัง 2. ตับ 3. ปอด 4. สมอง

คนที่เป็นมะเร็งเต้านมจะเสียชีวิตได้ ขึ้นอยู่กับระยะที่เป็น หากเป็นในระยะต้น เช่น 0 หรือ 1 โอกาสเสียชีวิตต่ำมากๆ รักษาให้หายได้ แต่หากเป็นในระยะ 4 ซึ่งเป็นระยะแพร่กระจาย โอกาสหายขาดยาก และโอกาสมีชีวิตอยู่ถึง 10 ปีได้น้อยมาก 

“หากไม่อยากเป็นมะเร็งเต้านม ต้องใส่ใจตัวเองด้วยการหมั่นตรวจเต้านมด้วยตัวเอง เลี่ยงหรือเลิกปัจจัยเสี่ยงที่เตือนไว้ข้างต้น ไม่กินฮอร์โมนที่ไม่จำเป็น หากถึงช่วงอายุที่ต้องตรวจคัดกรองก็อย่าละเลย และใส่ใจคนรอบข้าง โดยต้องรู้ว่าคนในครอบครัวใครเคยเป็นบ้าง จะได้ป้องกันและระวังตนเอง อย่าปิดบังกัน ต้องรีบบอกคนในครอบครัว เช่น บอกพี่น้อง ลูกสาว และคนอื่นในครอบครัว เพื่อให้ไปตรวจคัดกรองได้” คุณหมอกล่าวทิ้งท้ายด้วยความห่วงใย และหากสงสัยว่าจะเสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านมให้สอบถามเพิ่มได้ที่คลินิกเต้านม โรงพยาบาลศิริราช หรือทางเพจ "เพื่อสองเต้าที่เท่ากัน"