บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อสมท ปรับผังครั้งใหญ่ เริ่ม 1 ก.ค.นี้ เล็งดึง วู้ดดี้ กลับมาร่วมงาน

ใหญ่ เขมทัตต์ แจง อสมท ปรับผังใหม่เน้นให้มีความบันเทิงและวาไรตี้มากขึ้น เริ่ม 1 ก.ค.นี้ เผยตนเป็นคนขอยกเลิกรายการตื่นมาคุยของวู้ดดี้เอง และวู้ดดี้ไม่มีหนี้สินกับ อสมท แล้ว แต่ตอนนี้ชวนอีกฝ่ายกลับมาร่วมงานอีกครั้ง ซึ่งตนได้ให้คอนเซปต์ไปแล้ว กับ ตุ้ย ธีรภัทร์ ยังไม่มีโปรเจกต์ใหม่ร่วมกัน เรื่องหนี้สินให้ไฟแนนซ์เคลียร์ ฟุ้งคลื่น Mellow 97.5 ขึ้นอันดับ 3 ในกลุ่ม Easy Listening คาดใช้เวลา 1-2 ปีในการแชร์ตลาด และคาดหวังว่าน่าจะขึ้นอันดับ 1 ได้

มาร่วมงานเปิดตัวคลื่นวิทยุใหม่ Mellow 97.5 FM ณ ศูนย์การค้าโชว์ ดีซี ถ.พระราม 9 พอได้เจอผู้บริหารหนุ่ม ใหญ่ เขมทัตต์ พลเดช ผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) เลยถามถึงการเปิดตัวคลื่นวิทยุดังกล่าวเพื่อมาทดแทนคลื่นซี้ด 97.5 FM ที่ปิดตัวไปเมื่อปลายปีที่แล้ว รวมถึงรายการ "ตื่นมาคุย" ของพิธีกรดัง วู้ดดี้ วุฒิธร มิลินทจินดา ที่จะหลุดผังสิ้นเดือน มิ.ย.นี้ด้วย


ถามถึงคลื่นวิทยุ Mellow 97.5?
"เราได้วางแผนประมาณ 5 เดือนหลังจากที่มีปัญหาจากคลื่นซี้ดครับ เรามองว่านอกจากเรื่องการบริหารงานแล้ว คิดว่าพฤติกรรมของผู้ฟังมันเริ่มเปลี่ยนแปลงไป เดิม 10 ปีที่แล้วที่เราเปิดคลื่นซี้ดจะเน้นกลุ่มวัยรุ่นสมัยใหม่ พอยุคสมัยเปลี่ยนไป เทคโนโลยีเข้ามาทดแทน กลุ่มวัยรุ่นอายุ 25 ลงไปก็หันไปฟังเพลงดาวน์โหลดดิจิตอลแทน แต่เรามองว่าจากรีเสิร์ชกลุ่มคนทำงานยังคงฟังอยู่ ถึงแม้กลุ่ม Easy Listening จะมีหลายคลื่นก็ตาม แต่เราคิดว่าคลื่นที่เรามีอยู่ทั้งหมดได้รับการคุ้มครองจาก กสทช. อีก 5 ปี ก็น่าจะทำการตลาดได้ดีนะครับ เลยเลือกเป็น Easy Listening ขึ้นมา

พอเลือกเป็น Easy Listening แล้ว การตั้งแบรนด์ Mellow มันดูอ่อนละมุนกลมกล่อมมากขึ้น ดีเจก็คัดทั้งคนที่เคยอยู่มาแล้วใน อสมท กับดีเจรุ่นใหม่ ดีเจผู้หญิงเนี่ยที่เติมมาเป็นคนที่มีองค์ความรู้ในเรื่องต่างๆ ซึ่งเหมาะกับคนทำงานรุ่นใหม่ ส่วนดึกๆ เนี่ยคนทำงานอาจจะไปทำอย่างอื่นแทน เราก็เลยดึงคนที่มีฐานแฟนคลับเรโทรเข้ามา จะมี 4-5 ดีเจ ซึ่งกลุ่มนี้จะเห็นว่าเขาไม่เคยจัดวิทยุมาก่อน แต่เขามีอะไรดี เช่น นักแต่งเพลง ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นศิลปิน คือ พี่บอย โกสิยพงษ์, พี่ป๊อด โมเดิร์นด็อก ศิลปินที่เคยร้องเพลงกับศิลปินรุ่นใหญ่, พี่เจี๊ยบ (วัชระ ปานเอี่ยม) ศิลปินรุ่นใหญ่ที่เคยโด่งดัง กลุ่มพวกนี้จะมีแฟนคลับที่มีรอยัลตี้สูงกว่าคนรุ่นใหม่ ทำให้ช่วงไพรม์ไทม์ของวิทยุตั้งแต่ 3 ทุ่ม-เที่ยงคืน จะมีบทบาทสำคัญทำให้คนอยู่หน้าจอวิทยุครับ

แปลว่าตลาดผู้ใหญ่ขายได้มากกว่าวัยรุ่น?
"คือตลาดวัยรุ่นมันสวิงมาก จะเห็นว่ารายการวัยรุ่นเนี่ยจะเปลี่ยนบทบาทเร็ว รายการที่เป็นผู้ใหญ่หน่อยจะนิ่ง ตอนนี้คนอยากจะฟังคอนเสิร์ต ทำไมไม่มีคอนเสิร์ตคนรุ่นใหม่เลย น้อยมาก แต่ถ้าเป็นศิลปินระดับตำนานจะเต็มตลอด คือมีกำลังซื้อและมีรอยัลตี้ อยากจะหาอะไรนอกเหนือจากเพลงซึ่งฟังที่ไหนก็ได้ แต่เพลงบวกบาลานซ์ของการทำงาน ฟังที่ไหนไม่ได้ง่าย"

คือปิดคลื่นซี้ดไปมากกว่าที่จะรีแบรนด์?
"จริงๆ ตอนแรกก็คิดหลายสูตรนะ แต่อันนั้นคือก่อนพี่มา เขาก็คิดคอนเซปต์แล้วคือ คำว่าซี้ดแบรนด์มันติดเรื่องวัยรุ่นเนี่ยมันจะขยับขยายฐานลำบาก ถ้าเกิดเป็นคนระดับกลางขึ้นมามันจะทำอะไรก็ได้ จะเห็นว่าเราวางโปรดักต์มีทั้งคนรุ่นใหม่รุ่นเก่า รุ่นใหม่คือคนที่ร่วมสมัย กับรุ่นเก่าคือคนที่มีประสบการณ์ เราอยากได้ฐานคนฟังแบบนี้ซึ่งเยอะมาก จากที่เราดูจากเว็บไซต์หรือโซเชียลมีเดีย เวลามีข้อมูลต่างๆ มีการแชร์เยอะมากเลย เพราะเขาอยากได้ประสบการณ์ความรู้ที่มี เราก็เลยเอาตรงนี้มาใช้ นอกจากนี้ เราจะขึ้นแพลตฟอร์มแอปพลิเคชันกับเว็บไซต์ด้วย"

ฟีดแบ็กเป็นไงบ้าง?
"โดยปกติเวลาเราทำคลื่นใหม่ก็ต้องล้างคลื่น พอเราล้างคลื่นและเริ่มใส่ดีเจเข้าไปประมาณเดือนกว่าก็ทำให้มีแฟนคลับเข้ามา เหมือนมันมีชีวิตน่ะ คือยังไงก็รีแบรนด์ใหม่ดีกว่า เพราะทาร์เก็ตกรุ๊ปมันไปไม่ไหว"

ตั้งเป้าในเรื่องกำไรยังไงบ้าง?
"อย่างน้อยก็ต้องไต่ขึ้นไปครับ อาจจะใช้เวลา 6 เดือนหรือปีนึง 2 ปี แต่ดูจากการตอบรับ วันนี้ก็มีเอเจนซี่ลูกค้ามาหลายรายพร้อมที่จะเข้าไป เพียงแต่ขอเวลาให้เรตติ้งขยับขึ้นนิดหน่อย ตอนนี้ขึ้นอันดับ 3 ของ Easy Listening แล้ว

เราก็ต้องแข่งกับเจ้าตลาดเดิมครับ คือใน Easy Listening มี 7-10 คลื่นซึ่งเยอะมาก แต่ถ้าเราจะทำตลาดสู้ มันเหมือน Blue Ocean ถ้าเราจะหาปลาใหญ่ก็ต้องไปหาในนั้น ส่วนอันดับ 1 กับ 2 คือ กรีนเวฟ และ คูลครับ คือแต่ละเดือนมันสวิงไม่เท่ากัน ที่ผ่านมาเราไม่มีดีเจนะครับ นี่เพิ่งเปิดตัววันแรก ถ้าพูดกันตลกๆ คือยังไม่มีโฆษณา คนก็ฟังสิ"

คาดหวังเป็นอันดับ 1 ของ Easy Listening ไหม?
"เราก็หวังว่า Mellow น่าจะขึ้นได้ แต่ต้องดูทิศทางของเศรษฐกิจ ลูกค้า การจัดรายการของดีเจให้มีเสถียรภาพ การไปหาแพลตฟอร์มใหม่ๆ เพื่อให้คนเข้ามาฟัง ถามว่าต้องใช้เวลานานแค่ไหน ส่วนใหญ่ปีถึงปีครึ่งครับ ยิ่งตลาดตอนนี้ซบเซามา 2-3 ปี ถ้าสังเกตมีเดียทำทีวีซบเซากว่า การแข่งขันสูงกว่า แต่ทำวิทยุเนี่ยไม่ได้ซบเซา ยังคง stable อยู่ อยู่ได้ครับ

ถ้า 2-3 ปียังทรงตัวก็ยังดีกว่าสื่อสิ่งพิมพ์ โทรทัศน์ คือการทรงตัวแสดงว่ายังไปได้และรักษาต้นทุนได้ เราไม่ได้มีต้นทุนมากเพราะว่าเราทำเอง ใช้พนักงานที่เคยทำมาลงครับ"

แล้วหนี้ของคลื่นซี้ดตอนนี้เคลียร์หมดรึยัง?
"ยังครับ กำลังเคลียร์เรื่องหนี้สินอยู่ ถ้าตกลงกันได้เรื่องจำนวนหนี้สินและกฎหมาย ก็น่าจะไม่นานครับ ประมาณไม่เกินปี ซึ่งมูลค่าหนี้สิน ยอดขายซื้อสมัยก่อนอยู่ที่ปีละประมาณเกือบ 200 ล้าน เฉพาะคลื่นเดียว อย่างกรณีของซี้ดคือเป็นบริษัทมาทำธุรกิจกับ อสมท ฉะนั้นเงินบางส่วนที่ส่งให้ อสมท แล้วไม่ส่ง ก็ต้องทวงหนี้เป็นเรื่องปกติ 

ซึ่งยอดตรงนั้นก็เยอะอยู่ ตอนนี้กำลังคำนวณเพราะมันมีดอกเบี้ยด้วยไง แต่ไม่ถึงร้อยล้าน เป็นหลักสิบล้าน เรื่องยอดหนี้ตอนนี้เคลียร์แล้ว มีตัวเลขแล้ว แต่บอกไม่ได้เพราะเราเป็นบริษัทมหาชน ตอนนี้เลยเร่งเปิด Mellow เพื่อมาทดแทนไง เพราะเราทิ้งโปรดักต์ไปตัวนึง 6-7 เดือนแล้วไม่มีรายได้ ซึ่งจริงๆ ต้องมีรายได้"

เรามั่นใจแค่ไหนว่าจะแชร์ตลาดกับคลื่นอื่นได้?
"เราคิดว่าภายใน 1 ปีถึงปีครึ่ง แต่ข้อสำคัญที่เรากังวลคืออย่าไปกินตลาดคลื่น MET 107 แล้วกัน คือเมื่อก่อน MET กับซี้ดจะใกล้เคียงกัน ความยากคือทำยังไงให้โปรดักต์ไม่เหมือนกัน ทาร์เก็ตอาจจะซับซ้อนบ้างนิดหน่อยแต่ไม่เป็นไร มันอยู่ที่ศิลปะการจัดรายการมากกว่า"

ถามถึงรายการของวู้ดดี้ที่จะหลุดผังสิ้นเดือน มิ.ย.นี้ กระทบกับช่องไหม?
"ไม่กระทบหรอก คือ วู้ดดี้ พี่เป็นคนเอาเข้ามาเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ตอนที่เขาเดินมา เขาบอกว่าผมจะทำรายการทอล์กที่ถนัด แต่เป็นทอล์กที่ไม่เคยมีใครเห็นมาก่อน เป็นดราม่าทอล์ก เราก็เห็นว่าคอนเซปต์น่าสนใจ เราก็ถามว่าวู้ดดี้วันๆ ยูทำอะไรมากมาย เกิดมาก็คุยแล้ว วู้ดดี้ก็เลยบอกเอาชื่อนี้เลยนะ เกิดมาคุย (เราเป็นแรงบันดาลใจ?) ก็คงอย่างนั้น

แต่วู้ดดี้ก็มีความครีเอทีฟสูงมาก พอเปิดตัวก็ดัง คำว่าดราม่าทอล์กตอนนั้นเป็นรายการแรกๆ เลย ฉะนั้นจะทอล์กกับใครเนี่ยไม่ใช่อยู่ในสตูดิโอจะทอล์กได้ ก็ต้องมีเรื่องราว อยู่ได้สักระยะนึง แต่ในรายการทุกรายการมันถึงจุดอิ่มตัวทั้งสิ้น ส่วนมาก 3-5 ปีหรือ 10 ปี ซึ่งแตกต่างจากเมืองนอก เพราะฐานรอยัลตี้เขาจะสูง

พอ เกิดมาคุย ไปก็กลายเป็นรายการ ตื่นมาคุย คือรายการตื่นมาคุยหลังๆ เขาไม่ได้ทำเอง ดังนั้นคอนเซปต์มันก็เลยเพี้ยน พอพี่มาก็บอกว่าไม่ได้หรอก ทำรายการมันต้องมีรสนิยม มันต้องเปลี่ยนใหม่ ฉะนั้นเราก็เปลี่ยนจาก...ถ้าใช้ภาษาหยาบๆ คือจะเปลี่ยนจากตึกแถวสลัมให้เป็นคอนโดซะหน่อย ซึ่งเดิมเรามีอยู่แล้ว เพียงแต่ 10 ปีที่แล้วผู้ผลิตรายใหญ่เป็นคนที่ทำให้เราหายใจได้

พอมีทีวีดิจิตอล เขาออกไปทำช่องเอง เราก็มีปัญหาเพราะไม่ได้แพลนนิ่งล่วงหน้าไว้ แต่คราวนี้ก็พยายามฟื้นฟูกลับมาอีกครั้งหนึ่ง 1 ก.ค.นี้ ก็จะเห็นสเตทแรกของการปรับผังรายการครับ"

รายการใหม่จะเป็นแนวไหนยังไง?
"จะให้เป็นสังคมอุดมปัญญาแบบเดิมก็คงไม่ใช่ มันมีบันเทิงด้วย เพราะคนรุ่นใหม่จะชอบบันเทิง ดราม่า ง่ายๆ เลยอาทิตย์หนึ่งรายการที่เช่าเวลาย่อยๆ จะเคลียร์ทิ้ง เราก็ยอมเสีย แต่ด้วยภาพลักษณ์ระยะยาวน่าจะกลับมาครับ"

จะรีโนเวตใหม่เพื่อให้เป็นสังคมวาไรตี้?
"ถูกต้อง พี่เป็นคนบอกเองว่าตื่นมาคุยพี่ยกเลิก ผมต้องการเคลียร์ ก็บอกล่วงหน้า 1-2 เดือน เราก็บอกว่าถ้าจะกลับมา ตอนนี้ก็เตรียมที่จะมีโปรเจกต์ที่จะกลับมา จะเป็นบิ๊กโชว์ที่จะว้าวหน่อย ก็คุยกันแล้วว่าจะกลับมา ก็บอกเขาไปว่าจะมีเวลาไหม ให้โจทย์เขาไปแล้วครับ ถ้าจะกลับมาก็เหมือนคอนเซปต์ที่พี่คุยกับวู้ดดี้เมื่อหลายปีที่แล้วว่าวู้ดดี้ เรามาช่วยกันฟื้นฟู อสมท ได้ไหม แต่จะเป็นรูปแบบรายการแบบไหนอยู่ที่เราเองนะ"

ผู้ใหญ่มีติงไหมเพราะ อสมท เป็นรัฐวิสาหกิจ มันจะมีภาพลักษณ์ความเป็นรัฐบาลเข้ามาด้วย จะวาไรตี้จ๋ามากก็ไม่ได้?
"เราอยู่ในตลาดหลักทรัพย์นะครับ ฉะนั้นหลักการต้องหาเงิน เพราะเราไม่ได้เงินอุดหนุนจากรัฐเหมือนทีวีรัฐสมัยก่อน เราหาเงินเองทั้งหมดครับ"

มีผู้จัดใหม่ๆ เข้ามาไหม?
"เดี๋ยวจะมีครับ ก็จะมีรายการ ส่วนละครเตรียมไว้แต่ปีนี้ยังไม่มี ปีนี้ลดการขาดทุนก่อน แต่เราจะใช้การซื้อหนังกับซีรีส์มาครับ ตอนนี้เราเรียกว่าดิจิตอลทีวีมากกว่า คือทีวีที่ดูแล้วฉลาดขึ้น สนุกขึ้น ฉะนั้นเราจะเห็นว่าข่าวตั้งแต่ 1 ก.ค. จะเป็นคอนเซปต์ว่ารู้ก่อนใคร ลึกกว่าใครครับ จะมีมิติของมันมากขึ้น"

ก่อนหน้านี้มีข่าวว่าวู้ดดี้มีหนี้กับ อสมท?
"ไม่มี ฟรีหมดแล้วครับ ไม่มีหนี้"

กับ ตุ้ย ธีรภัทร์ ยังมีโปรเจกต์ร่วมกันไหม?
"ไม่มีครับ ส่วนเรื่องเคลียร์หนี้สินเป็นเรื่องของไฟแนนซ์ ไม่เกี่ยว"

แต่ทาง อสมท ไม่มีดาราของตัวเอง ผู้จัดจะลำบากในการหาดารามาร่วมงาน?
"ใช่ จำเป็นมาก แต่ระยะหลังผู้จัดหรือดาราเริ่มเป็นอิสระมากขึ้น พอเป็นอิสระงานจะเยอะขึ้นเรื่อยๆ อยู่ที่ว่าเราจะสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับช่องโดยใช้ผู้จัดให้ถูกต้องยังไง ก็จะมีผู้จัดใหม่ๆ มา ผู้จัดเก่าก็มี แต่จะขอปิดไว้ก่อน".