บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

วาทกรรมล้ม30บาท แก้เพื่อดีเต็มที่เท่าทุน

นพ.ศักดิ์ชัย กาญจนวัฒนา-นพ.พลเดช ปิ่นประทีป-นพ.โสภณ เมฆธน-รศ.ดร.วรากรณ์ สามโกเศศ


(ร่าง) พระราชบัญญัติหลัก ประกันสุขภาพแห่งชาติ (ฉบับที่... พ.ศ. ....) ที่กำลังผ่านช่วงเวลาแห่งการทำประชาพิจารณ์ คนไม่น้อย สับสน “แก้แล้ว” จะดีหรือไม่ดีอย่างไร จะนำไปสู่กระบวนการล่มสลาย ของสิทธิบัตรทอง 30 บาท...หรือเปล่า

หรือ...ถ้าเรายังใช้กฎหมายฉบับเดิม ไม่ได้ปรับแก้จะมีผลต่อ “ผู้รับบริการ” มากน้อยแค่ไหน

ตัดตอนมาจากเวทีสัมมนาวิชาการ “ทำไมต้องปรับปรุงแก้ไขพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (ฉบับที่...) พ.ศ. ... ปีงบประมาณ 2560” โรงแรมเซ็นทรา ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ

นพ.โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) บอกว่า เดิมกระทรวงให้บริการกับประชาชน ได้รับงบประมาณโดยตรงจากสำนักงบประมาณ รัฐบาลให้มา พอมีพระราชบัญญัติฉบับนี้ขึ้นมา...มีเรื่องบัตรทอง ขึ้นมา...มีหน่วยงาน สปสช.เหมือนเป็นคนคอยซื้อบริการ ประชาชนควรได้สิทธิอะไรบ้าง แล้วก็ไปติดต่อทั้งกระทรวงสาธารณสุข มหาวิทยาลัย ภาคเอกชน เพื่อคำนวณค่าใช้จ่ายรายหัว เช่นตอนนี้เพิ่มเป็นคนละ 3,100 บาท สปสช.ก็ไปกำหนดว่าจะทำเรื่องอะไรบ้าง ให้โรงพยาบาลรับเงินมาแล้ว ก็มาจัดบริการให้กับประชาชน

ปัญหาที่เกิดขึ้นมีว่า พ.ร.บ.ฉบับเดิมที่ใช้อยู่ตอนนี้ กำหนดว่าต้อง เป็นบริการกับประชาชน และต้องให้กับสถานบริการและกำหนดลงไปเลยว่าเงินที่ได้มานั้นทำอะไรได้บ้าง เช่น ค่าทำคลอด ค่ายา ผ้าก๊อซ สำลี

ทีนี้...โรงพยาบาลได้เงินก้อนนี้มาปริมาณงานเพิ่มขึ้น ก็เป็นเรื่องที่ดีสำหรับประชาชนในการเข้าถึงบริการมากขึ้น ตอนนั้นสมัยยังเป็นนายแพทย์ของจังหวัดนนทบุรี เริ่มแรกทำฟันคนไข้ต้องเข้าคิวเยอะขึ้น ผู้ป่วยมากขึ้น แต่บุคลากรไม่ได้เพิ่มขึ้น เพราะจำกัดกำลังคน เทียบกับปริมาณงานที่เพิ่มขึ้นเฉลี่ยถึง 4 เท่าตัว

“งานเพิ่มก็ต้องเอาเงินไปจ้างพยาบาลเพิ่มขึ้น ไม่เช่นนั้นก็ลำบาก เพราะขนาดจ้างเพิ่มขึ้นแล้วยังแน่นขนาดนี้ ถ้าไม่จ้างสถานการณ์จะเป็นขนาดไหน...ค่าตอบแทน ขึ้นเวร ก็ต้องใช้เงินจ้าง แล้วโรงพยาบาลไม่มีน้ำ ก็ไม่ได้ค่าใช้จ่ายเหล่านี้ ก็จำเป็นไม่มีก็ทำงานไม่ได้ ก็เลยต้องเอาเงินค่าใช้จ่ายรายหัวที่ได้รับจาก สปสช.มาใช้”

เงื่อนปัญหาก็มาถึง เมื่อมีหน่วยงานเข้ามาตรวจสอบ สตง. คตร. (คณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ) กฤษฎีกาตีความว่ากฎหมายฉบับนี้ใช้ได้แค่ 13 ข้อ...ใช้โดยตรงกับคนไข้

“เงินก้อนที่ใช้ไม่ได้ก็เกิดปัญหา มียา...ไม่มีหมอ พยาบาล ไม่มีน้ำจะดำเนินการไม่ได้แน่ รัฐมนตรีอาศัยความเป็นผู้นำ ต้องดำเนินการต่อดูแลพี่น้องประชาชนที่เจ็บไข้ได้ป่วยให้ได้รับการรักษา”

อย่าเอาเงินมาเป็นปัญหาให้พี่น้องประชาชนต้องเดือดร้อน ท่านก็ไปหาทาง จนกระทั่งนายกรัฐมนตรีพลเอกประยุทธ์เข้าใจปัญหา ออกมาตรา 44 ขึ้นมาเพื่อแก้ไขในเรื่องของการบริหารจัดการ

“ไม่ได้แก้ไขเรื่องสิทธิต่างๆเลย และก็ไม่ได้แก้ไขในเรื่องอื่นๆด้วย”

นิทานที่ท่านนายกฯกล่าวถึงเรื่อง “มด” ตื่นแต่เช้าทำงานตลอด ด้วยความขยันขันแข็ง สร้างผลงานไว้มากมาย...มีสิงโตเป็นเจ้านาย เห็นว่าขนาดไม่มีใครคุมยังทำได้ดีขนาดนี้ ถ้ามีเจ้านายมาคอยคุมกำกับน่าจะทำงานได้ดีกว่านี้ ก็ไปจ้างแมลงสาบมาเป็นหัวหน้ามด...คุมให้ตอกบัตร รายงานว่าทำอะไรบ้าง สิงโตก็ไปจ้างควายมาเป็นเลขาติดตามงานอีก พบว่า ...ต้องใช้คอมพิวเตอร์รายงานก็ไปจ้างเห็บมาด้วยให้เป็นนักคอมพิวเตอร์

มดที่เคยทำงานอย่างสนุกสนานมีความสุขก็ด้อยลง...สิงโตเห็นว่ามีปัญหาก็เลยจ้างเอาตัวเงินตัวทองมาเป็นที่ปรึกษา มาดูว่าเกิดอะไรขึ้น แล้ว ก็ส่งเห็บมาดูใกล้ชิดอีก สุดท้ายก็เกิดปัญหาเพราะคนมากเกินไปแล้ว...มดถูกไล่ออก “เปรียบเทียบได้ว่า คนสาธารณสุขเปรียบเหมือนมดงาน สิงโตคือประชาชนที่เป็นเจ้านาย...จะปล่อยให้มดงานทำงานอยู่แบบนี้หรือ มดเคยทำอย่างไรก็จะยังทำอย่างนั้น สิทธิต่างๆก็ยังคงอยู่เหมือนเดิม ยาเอดส์รักษาเหมือนเดิม น้ำยาล้างไตต้องล้างเหมือนเดิม”

การแก้ไขกฎหมาย เพื่อเข้ามาแก้ระบบบริหารจัดการ อยากถามสิงโตที่เป็นประชาชนจะปล่อยให้ “มดงาน...กระทรวงสาธารณสุข” ก้มหน้าทำงานโดยที่รู้ทั้งรู้ว่ามีปัญหาสั่งสมดังที่กล่าวมากระนั้นหรือ

นพ.ศักดิ์ชัย กาญจนวัฒนา เลขาธิการ สปสช. บอกว่า พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติถูกออกแบบมาให้ดูแลประชาชน เอาคนที่เกี่ยวข้องมาร่วมกันเป็นบอร์ดมากำหนดนโยบาย

ทิศทาง 15 ปีที่ผ่านมา...ทำได้ดีแล้วก็ต้องเดินหน้าต่อไปโดยยึดวัตถุประสงค์ตัวระบบประกันสุขภาพเป็นสำคัญ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกคนยอมรับเป็นสากล

“การออกกฎหมายให้ชัดเจน แก้เพื่อความยั่งยืนของระบบ...แก้เพื่อพัฒนาในเรื่องเงื่อนไขหลักเกณฑ์เกี่ยวกับค่าใช้จ่าย ส่วนที่สองเป็นเรื่องของข้อท้วงติงบางประการจากการตรวจสอบ เช่น อำนาจการซื้อยา ทำได้ดีมีประโยชน์ก็แก้กรอบระเบียบให้ทำได้ ส่วนที่สามเรื่องวิชาการต่างๆ เช่น การร่วมจ่าย การแยกเงินเดือน”

ประชาชนต้องได้รับประโยชน์อย่างน้อยต้องเท่าเดิมหรือดีกว่าเดิม

หรือไม่...ถ้าไม่แก้ ยังต้องอยู่กันไปอย่างนี้ไปเรื่อยๆ ตามคำสั่ง ม.44 ก็ยังดำเนินการได้อยู่

“แก้กฎหมายหลักประกันสุขภาพเท่ากับล้มบัตรทอง?...คงไม่เกี่ยวกัน ยังไม่เกิดขึ้น อนาคตบางทีเป็นเรื่องที่เราบอกยาก แต่มีภาพของความขัดแย้งซึ่งคิดว่าไม่น่าจะเกิดขึ้น ควรจะหาข้อสรุปร่วมกันระดับหนึ่งในประเด็นที่ต่างกันมากพอสมควรเพื่อจะหาข้อยุติร่วมกัน...หาคำตอบในสิ่งที่เกิดขึ้นว่าจะเป็นอย่างไร”

นพ.พลเดช ปิ่นประทีป เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ และประธานอนุกรรมการดำเนินการประชาพิจารณ์พิจารณา (ร่าง) พระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (ฉบับที่...พ.ศ. ....) ย้ำว่า

ปัญหาหลายเรื่องที่สะสมถูกแก้เฉพาะหน้าโดยมาตรา 44 แต่หลายจุดไม่แก้ตอนนี้สิ่งที่จะเสียคือปัญหาสะสมยังคาราคาซังอยู่ก็เสียโอกาสในการแก้...ความจริงไม่มีอะไรที่เป็นสัญญาณล้มระบบบัตรทอง

ประเด็นจี้หัวใจ...ข้อหาจากภาคประชาชนไม่ลดความเหลื่อมล้ำ ไม่เพิ่มสิทธิประชาชน มีแนวโน้มร่วมจ่าย ขาดการมีส่วนร่วมจากภาคประชาชนอย่างแท้จริง ที่สำคัญ...ประชาชนไม่มีโอกาสมีส่วนร่วมตั้งแต่ต้น

รศ.ดร.วรากรณ์ สามโกเศศ คณะกรรมการแก้ไขกฎหมายปัญหาหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ยืนยันทิ้งท้ายว่า ประเด็นร่วมจ่ายที่เสนอใน พ.ร.บ.ฉบับแก้ไข ไม่ได้แก้เลย เอามาตราเดิมมาทั้งหมด เพราะข้อความเหมาะสมแล้ว...“สำหรับการจ่ายค่าบริการบางครั้งกรรมการกำหนดให้คนที่รับบริการจ่ายเงินร่วมด้วย ยกเว้นคนยากไร้จะไม่มีค่าใช้จ่าย ใดๆทั้งสิ้น” ยืนยันว่าไม่ได้แก้ไข ไม่มีการเก็บ 30 บาทก็ไม่มี...ทุกคนฟรีหมด

ถ้าเราระบุว่า “ฟรี” สำหรับทุกคน อันนี้จะทำร้ายคนยากคนจนมากกว่า เพราะคนมีเงินก็ไม่ต้องจ่ายก็ไปเบียดสิทธิคนยากไร้ ความยืดหยุ่น ตรงนี้เมื่อค่ารักษาสูงขึ้นเรื่อยๆก็สามารถไปทำให้คนมีเงินร่วมจ่ายได้

“การมีส่วนร่วมคิดว่าการเอาประชาชนเป็นพันคนมาร่วมในการร่างกฎหมายคงเป็นไปไม่ได้ แต่ไม่ใช่ว่าจะร่างโดยนักวิชาการ กระทรวงสาธารณสุข สปสช.อย่างเดียว ยังมีตัวแทนจากภาคประชาชนมาร่วมด้วย เพียงแต่สิ่งที่เรียกว่าประชาชนมีส่วนร่วมก็คือการรับฟังความเห็น ประชา พิจารณ์จากสี่ภาคที่ผ่านมา”

เรามีความจริงใจที่จะรับฟัง เพื่อนำมาประมวลความคิดเห็นทั้งหมด

วาทกรรมล้มบัตรทอง 30 บาท...จะเกิดขึ้น นำไปสู่จุดนั้นได้ไหม ผู้รับบริการผู้ใช้สิทธิ...สิงโตผู้เป็นเจ้านายโปรดใช้วิจารณญาณส่วนบุคคลไตร่ตรองกันดู.