วันพฤหัสบดีที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สรุปสำนวนคดี 42 แฟ้ม เสนออัยการสั่งฟ้อง 'ซินแสโชกุน'

กองปราบ สรุปสำนวนคดี 42 แฟ้ม เสนออัยการสั่งฟ้อง 'ซินแสโชกุน' กับพวก รวม 9 คน วันนี้ ในข้อหาฉ้อโกง ซ่องโจร ...

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 23 มิ.ย. ที่ ห้องประชุมชิวปรีชา กองบังคับการปราบปราม(บก.ป.) พล.ต.อ.กวี สุภานันท์ ที่ปรึกษาสบ.10 พล.ต.ต.ชวลิต แสวงพืช รอง ผบช.ก. พล.ต.ต.ประเสริฐ พัฒนาดี ผบก.ปคบ.พ.ต.อ.ชาคริต สวัสดี รองผบก.ป. พร้อมพนักงานสอบสวน บก.ป.บก.ทท. บก.ปอศ. และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ร่วมประชุมชุดสืบสวนคดี น.ส.พสิษฐ์ อริญชย์ลาภิศ หรือ ซินแสโชกุน เจ้าของบริษัท เวลท์ เอเวอร์ จำกัด ที่หลอกลวงประชาชนให้ร่วมซื้อสินค้า แล้วได้ผลตอบแทนเกินจริง เพื่อนำสำนวนคดี 42 แฟ้ม มาตรวจสอบเป็นครั้งสุดท้าย

พล.ต.อ.กวี กล่าวว่า สำหรับคดีดังกล่าว ขณะนี้มีผู้เสียหายมาแจ้งความไว้ 757 คน มูลค่าความเสียหายกว่า 51 ล้านบาท เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบปากคำพยานทั้งหมด 175 คน สามารถตรวจยึดบัญชีเงินฝาก และการทำธุรกรรมทางการเงิน ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2559 ถึงเดือนเมษายน 2560 พบว่ามีเงินเข้าออกกว่า 200 ล้านบาท โดยวันนี้เจ้าหน้าที่จะเสนออัยการสั่งฟ้อง ซินแสโชกุน และพวกรวม 9 คน และบริษัท เวลท์ เอเวอร์ จำกัด โดยมีซินแสโชกุนเป็นผู้มีอำนาจในฐานะนิติบุคคล ในข้อหาร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ร่วมกันนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จ และซ่องโจร

นอกจากนี้ ปลายเดือนนี้ บก.ปคบ.จะแจ้งข้อหา ร่วมกันจำหน่ายอาหารที่แสดงฉลากไม่ถูกต้อง และหลีกเลี่ยงอากร เพิ่มเติมกับบริษัทฯ และซินแสโชกุน ส่วนแม่ข่ายบางราย ที่ได้รับเงินจากผู้เสียหาย ขณะนี้ยังไม่พบหลักฐานว่า แม่ข่ายกลุ่มนี้ได้ร่วมกระทำความผิด แต่ตำรวจจะขยายผลสอบสวนต่อไป

พล.ต.อ.กวี กล่าวต่อว่า ในวันนี้ที่ต้องรีบสรุปสำนวนส่งให้อัยการ เพราะครบกำหนดฝากชังตัวซินแสโชกุนแล้ว เจ้าหน้าที่จึงต้องตัดผู้เสียหายที่แจ้งความไว้ตั้งแต่แรกเพียงเท่านี้ก่อน ส่วนผู้เสียหายคนใดที่ยังไม่เข้าแจ้งความ ขอให้เข้าแจ้งความที่กองบังคับการปราบปรามหรือสถานีตำรวจในพื้นที่ได้