วันเสาร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กอ.รมน.ฯ แจงการบิดเบือนข้อเท็จจริงในโซเชียล ปมคนร้ายยิงเยาวชนหาของป่า

กอ.รมน.ภาค 4 สน. ชี้แจงกรณีการบิดเบือนข้อเท็จจริงในสื่อออนไลน์ในเหตุคนร้ายยิงเยาวชนหาของป่า แนะประชาชนใช้วิจารณญาณให้รอบคอบก่อนแชร์ข้อมูลที่อาจเป็นเท็จ พร้อมทั้งเร่งสืบหาต้นตอปล่อยข่าว ดำเนินคดีตามความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์...

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 23 มิ.ย. 2560 ที่ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กอ.รมน.ภาค 4 สน. พ.อ.ยุทธนาม เพชรม่วง รองโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 สน. ชี้แจงกรณีการบิดเบือนข้อเท็จจริงในสื่อออนไลน์ในเหตุคนร้ายยิงเยาวชนหาของป่า เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. 2560 ว่า จากเหตุการณ์ดังกล่าว เจ้าหน้าที่สามารถรวบรวมพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ และข้อมูลด้านการข่าวอื่นๆ ขณะนี้ได้ออกหมายจับผู้ต้องหาแล้วจำนวน 2 ราย ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่ยังหลบหนีอยู่ โดยจะแจ้งความคืบหน้าต่อไป

เนื่องจากขณะนี้ได้มีการแพร่กระจายข้อมูลอันเป็นเท็จ บิดเบือนข้อเท็จจริงในสื่อออนไลน์ ในเหตุคนร้ายยิงเยาวชนอายุ 18-19 ปี ในพื้นที่จังหวัดปัตตานี เสียชีวิต 3 คน ว่าเป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ นั้น ขอชี้แจงว่าภายหลังเกิดเหตุดังกล่าว กอ.รมน.ภาค 4 ส่วน. ได้ร่วมประสานบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าดำเนินการให้ความช่วยเหลือ และอำนวยความสะดวกครอบครัวผู้เสียชีวิตอย่างเต็มที่ รวมถึงมีหน่วยงานและองค์กรต่างๆ เข้าเยี่ยมให้กำลังใจอย่างต่อเนื่องจนเป็นที่ทราบกันดีว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุได้กระทำการอย่างโหดเหี้ยมทารุณ ที่ทุกศาสนิกชนและสังคมต่างร่วมกันออกมาประณามการกระทำอันสุดโต่งไร้อุดมการณ์นี้

จึงอาจเป็นเหตุให้กลุ่มผู้ไม่หวังดีออกมาสร้างกระแสข่าวทางลบเพื่อบิดเบือนข้อเท็จจริง โดยได้กล่าวหาและโยนความผิดว่าเป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ พร้อมทั้งมีการแชร์ข้อความใส่ร้ายอันเป็นเท็จแพร่กระจายไปยังพี่น้องประชาชนอย่างกว้างขวาง เพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนทั่วไป ตกเป็นเครื่องมือของกลุ่มผู้ไม่หวังดี อันจะนำไปสู่ความรู้สึกขาดความเชื่อมั่น ความไม่เข้าใจที่จะเป็นไปตามเป้าหมายของฝ่ายผู้เห็นต่างหรือผู้ที่คิดร้ายทำลายชาติ และต้องการมุ่งหวังทำลายความรู้สึกสร้างความแตกแยก ซึ่งความรักความสามัคคีในหมู่พี่น้องประชาชนและภาครัฐ อันเป็นการกระทำความผิดที่ส่งผลต่อความมั่นคงในพื้นที่เป็นอย่างมาก ดังนั้นจึงขอให้ประชาชนใช้วิจารณญาน คิดวิเคราะห์ความเป็นไปได้ ความถูกต้องอย่างรอบคอบ ก่อนการแชร์ข้อมูลหรือส่งข้อความอันเป็นเท็จ หรือข้อความบิดเบือนหรือข้อความที่มีความสุ่มเสี่ยง สร้างความแตกแยกในสังคมต่างๆ ไปยังกลุ่มเพื่อนหรือผู้รู้จัก

จากกรณีดังกล่าว กอ.รมน.ภาค 4 สน. กำลังติดตามสืบค้นผู้ปลอมแปลงแอบอ้าง และส่งข้อความบิดเบือนดังกล่าวรวมถึงกลุ่มผู้กระจายข่าวสารอื่นๆ ซึ่งเป็นการกระทำความผิดกฎหมายตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560 โดยในขณะนี้ เจ้าหน้าที่กำลังรวบรวมข้อมูลสืบค้นและติดตามจับกุมมาดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรม ทั้งนี้ หากประชาชนทราบแหล่งที่มาของผู้ไม่ประสงค์ดีในการบิดเบือนใส่ร้ายหรือผู้ส่งภาพ/ข้อมูลอันเป็นเท็จ ที่เป็นการทำลายความเชื่อมั่นภาครัฐ รวมถึงข้อมูลที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงในการรักษาชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน ท่านสามารถแจ้งเบาะแสความเคลื่อนไหวผ่านสายด่วน 1341 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง.