บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สืบสานประเพณี "ใส่บาตรเทียน" งานบุญ..หนึ่งเดียวในไทย

พระสงฆ์-สามเณรใส่บาตรเทียน.

เอ่ยชื่ออำเภอเวียงสา อาจจะดูไม่คุ้นหูเท่าไหร่นัก แต่จริงๆแล้วเวียงสาเปรียบเสมือนประตูสู่เมืองน่าน เพราะถ้ายกเว้นเครื่องบินแล้ว ไม่ว่าจะเดินทางไปจังหวัดน่านทางรถหรือทางเรือก็จะต้องผ่านอำเภอเวียงสาก่อนเสมอ

แต่ด้วยความเป็นอำเภอเล็กๆ บางครั้งผู้คนก็ผ่านและเลยอำเภอนี้ไปอย่างน่าเสียดาย ทั้งๆที่ จริงๆแล้วเวียงสามีของดีอยู่มากมาย เป็นอำเภอที่มีแม่น้ำไหลผ่านถึง 7 สาย มี “สล่า” หรือช่างฝีมือและศิลปินพื้นบ้านหลากหลายอาชีพ และยังเป็นที่ตั้งของที่ว่าการอำเภอสา ชื่อเรียกอำเภอเวียงสาในอดีต ซึ่งเคยเป็นที่ประทับในคราวที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จ พระราชดำเนินเยี่ยมเยียนราษฎรในจังหวัดแพร่และน่านเมื่อปี พ.ศ.2501 หรือเมื่อ 59 ปีที่แล้วด้วย

นอกจาก “กาดเจ๊า” สีสันอันเต็มไปด้วยวิถีชีวิตเรียบง่ายของชาวเวียงสาที่ตลาดเทศบาลตำบลเวียงสา หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า ตลาดวัดบุญยืน ตลาดเก่าภายในอาคารไม้อายุกว่า 100 ปี อันเป็นจุดที่คึกคักมากที่สุดของอำเภอในตอนเช้าแล้ว

วัดบุญยืน ซึ่งเป็นชื่อของตลาดก็เป็นจุดสำคัญสำหรับการท่องเที่ยวไม่แพ้กัน โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลเข้าพรรษา ที่จะมีประเพณี “ใส่บาตรเทียน” เป็นประเพณีใส่บาตรด้วยเทียนเพียงแห่งเดียวในประเทศไทย...

1 วันหลังวันเข้าพรรษา ซึ่งตรงกับวันแรม 2 ค่ำ เดือน 8 หรือเดือน 10 ของทางเหนือ ทั้งวัดบุญยืนและชาวอำเภอเวียงสาจะร่วมใจกันจัดงาน “ประเพณีใส่บาตรเทียน” ซึ่งตามคำเล่าขานของผู้เฒ่าในพื้นที่บอกว่า เป็นประเพณีที่ถือปฏิบัติสืบต่อกันมากว่า 100 ปี

โดยวัดบุญยืนนี้สร้างขึ้นเมื่อประมาณปี พ.ศ.2344 โดยเจ้าฟ้าอัตถวรปัณโญ เจ้าผู้ครองนครน่านองค์ที่ 55 ยุคต้นกรุงรัตนโกสินทร์ นับเป็นวัดเก่าแก่ที่สุดอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดน่าน

ที่สำคัญ คือ ประเพณีใส่บาตรเทียนนี้ เป็นประเพณีที่มีเพียงแห่งเดียวเท่านั้นในประเทศไทย...!!!

โดยเป็นประเพณีที่มีทั้งพระสงฆ์และคฤหัสถ์ร่วมกันใส่บาตร ขณะที่การใส่บาตรในที่อื่นจะมีเฉพาะคฤหัสถ์ใส่บาตรพระเพียงฝ่ายเดียว

เอกลักษณ์ของประเพณีนี้ คือ การใส่บาตรด้วยเทียน ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมพระวินัยบัญญัติขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเกี่ยวกับเรื่องการแสดงสามีจิกรรม หรือความเคารพระหว่างพระภิกษุผู้มีพรรษากาลอ่อนกว่าต่อพระเถระผู้มีพรรษากาลมากกว่า และให้พุทธศาสนิกชนได้ร่วมแสดงสามีจิกรรมต่อพระภิกษุที่จะอยู่จำพรรษาตลอดไตรมาสด้วย

อีกนัยหนึ่ง การใส่บาตรเทียนก็เพื่อให้พระภิกษุสามเณรได้มีเทียนไว้จุดบูชาพระรัตนตรัย สวดมนต์ทำวัตรเช้า-เย็น และพิธีกรรมอื่นๆตลอดระยะเวลาเข้าพรรษา รวมทั้งได้ใช้เทียนในการอ่านตำรับตำราศึกษาพระธรรมวินัยในยามค่ำคืน ในสมัยก่อนซึ่งไม่มีไฟฟ้าเหมือนในปัจจุบัน

ประเพณีใส่บาตรเทียนจะเริ่มตั้งแต่ช่วงเช้า ราว 9 โมงเช้า พระภิกษุสามเณรในอำเภอเวียงสาและคณะศรัทธาสาธุชนจะเตรียม เทียน ดอกไม้ น้ำส้มป่อย หรือ น้ำอบ น้ำหอม และเตรียมสำรับกับข้าวใส่ปิ่นโต เพื่อถวายภัตตาหารเพลแด่พระภิกษุสามเณรที่ไปร่วมพิธี

ส่วนพระภิกษุสามเณรก็จะเตรียมบาตรและผ้าอาบน้ำฝนหรือผ้าสบงไปปูไว้บนโต๊ะและตั้งบาตรบนผ้าอาบน้ำฝน เพื่อรองรับเทียนที่คณะสงฆ์และคณะศรัทธาสาธุชนจะนำมาใส่บาตร

พิธีจะทำกันตั้งแต่เช้าจนถึงช่วงบ่าย ประมาณบ่ายโมง ก็จะเริ่มพิธีใส่บาตรเทียน โดยมีพระภิกษุสามเณรนำคณะศรัทธาสาธุชนเดินใส่บาตรเทียนเวียนรอบโต๊ะที่ตั้งบาตรและวางผ้า อาบน้ำฝนไว้

พอใส่บาตรเสร็จก็จะกลับเข้าไปภายในพระอุโบสถเพื่อทำพิธีสูมาคารวะ หรือขอขมา ทำสามีจิกรรม ต่อพระเถระผู้มีอายุพรรษากาลมาก คล้ายๆกับการไหว้ครูของฝ่ายฆราวาส

นอกจากร่วมประเพณีใส่บาตรเทียนแล้ว แนะนำให้เที่ยวชม วัดบุญยืน ซึ่งถือเป็นวัดเก่าแก่และเป็นพระอารามหลวงสำคัญที่สุดของอำเภอเวียงสา ทั้งพระอุโบสถและพระเจดีย์สร้างด้วยศิลปะล้านนา มีหลังคาลดหลั่นยาวไม่เท่ากันดูสวยงามแปลกตา

ที่เด่นๆอีกอย่าง คือ เสากลมภายในพระอุโบสถ ที่ตั้งเรียงรายเป็นแนวยาวไปสู่องค์พระประธานซึ่งเป็นพระพุทธรูปประทับยืน เพียงไม่กี่แห่งในประเทศไทย โดยเสากลมนี้จะมีการประดับลวดลายลงบนปูนปั้นดูวิจิตรบรรจงตามแบบฉบับล้านนา

บานประตูพระอุโบสถแกะสลักด้วยไม้เป็นรูปเทวดาแซมด้วยลายพรรณพฤกษาดูสวยงาม และคันทวยไม้แกะสลักรูปพญานาคและสัตว์ประจำปีนักษัตร หน้าพระอุโบสถยังมีปูนปั้นรูปตัวละครในวรรณคดีโบราณ เช่น รูปหนุมานหาวเป็นดาวเป็นเดือน รูปกินรี รูปแม่พระธรณีบีบมวยผม ที่ต้องบอกว่า สล่า หรือช่างที่ปั้น ต้องมีจินตนาการและความสุนทรีย์ในการปั้นอย่างมาก จึงปั้นรูปเหล่านี้ออกมาได้ราวกับมีชีวิต

เข้าพรรษาปีนี้ ถ้ายังนึกไม่ออกว่าจะไปทำบุญหรือท่องเที่ยวที่ไหนดี แนะนำที่นี่เลย อำเภอเวียงสา จ.น่าน ไปใส่บาตรเทียนเพื่อให้มีอานิสงส์ให้มีแสงสว่างในชีวิต มีชีวิตที่สว่างไสวด้วยแสงเทียนแห่งปัญญา วันที่ 10 ก.ค.นี้ หลังเสร็จพิธีคณะสงฆ์จะแบ่งเทียนและดอกไม้ ห่อด้วยผ้าอาบน้ำฝนนำกลับวัด เพื่อใช้ประกอบพิธีกรรมภายในวัด หรือนำมาหล่อรวมกันทำเป็นเทียนพรรษา...

ได้บุญกันหลายต่อเลยทีเดียว....