บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

คำสารภาพไอ้หื่น ฆ่า11ขวบ ข่มขืนไม่สำเร็จ!

ของตัวเองไม่สู้เลยเกิดโมโห จับไปกดนํ้าแน่นิ่งทิ้งให้ตาย

ตำรวจใช้กลยุทธ์เด็ดเปิดเพลง “ธรณีกรรแสง” กล่อมจนไอ้หื่นใจอ่อน ยอมเปิดปากสารภาพลวงฆ่าเด็กหญิงวัย 11 ขวบอย่างทารุณโหดร้าย อ้างหลังรับตัวเด็กพานั่งซ้อน จยย.ออกจากโรงเรียน ระหว่างทางหนูน้อยเอ่ยปากเรียก “ลุงจ๊ะลุงจ๋า” เลยเกิดอารมณ์ทางเพศ พาไปที่เปลี่ยวแล้วพยายามข่มขืน แต่เจ้าโลกไม่แข็งตัวทำให้หงุดหงิดโมโห บีบคอจนแน่นิ่งก่อนโยนร่างทิ้งน้ำ ผลนิติเวชยันชัดเหยื่อจมน้ำตายทุรน ชาวบ้านฮือจะเข้ารุมประชาทัณฑ์ขณะทำแผนฆ่า

กลายเป็นคดีสะเทือนขวัญ กรณีนายพงษ์ (นามสมมติ) อายุ 64 ปี เข้าแจ้งพนักงานสอบสวน สภ.ปลวกแดง จ.ระยอง ว่า ด.ญ.น้อย (นามสมมติ) วัย 11 ขวบ ลูกสาว ป่วยเป็นโรคปากแหว่งเพดานโหว่ นักเรียนชั้น ป.5 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน ต.ปลวกแดง หายตัวไปไร้ร่องรอยเมื่อเย็นวันที่ 21 มิ.ย. สอบถามเพื่อนบ้านบอกว่า หลังโรงเรียนเลิกเห็น ด.ญ.น้อย ซ้อนท้ายรถ จยย.ไปกับนายวิชัย โชติเสนา อายุ 57 ปี อยู่บ้านเลขที่ 163/1 หมู่ 1 ต.ตาสิทธิ์ อ.ปลวกแดง เป็นช่างก่อสร้างอยู่ที่เดียวกับนายพงษ์ พ่อของ ด.ญ.น้อย ตำรวจตามตัวนายวิชัยมาสอบถาม อ้างว่า พา ด.ญ.น้อยไปนั่งเล่นที่สระน้ำวัดบ้านคลองกรำ และปล่อยกลับบ้านไปแล้ว แต่ตำรวจไม่เชื่อคำให้การ คุมตัวไว้เค้นสอบปากคำเพราะให้การมีพิรุธ ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่กู้ภัยปลวกแดงและ ญาติของ ด.ญ.น้อย ระดมค้นหาตัวกันจ้าละหวั่น

ความคืบหน้าต่อมาเมื่อช่วงค่ำวันที่ 21 มิ.ย. ร.ต.อ.ดนัย ถือดียิ่ง รอง สว. (สอบสวน) สภ.ปลวกแดง จ.ระยอง เจ้าของคดี นำตัวนายวิชัย โชติเสนา ผู้ต้องสงสัย มาสอบสวนปากคำอีกครั้ง เพราะเชื่อว่า ด.ญ.น้อยคงถูกฆ่าตายแล้ว และคนร้ายนำศพไปทิ้งอำพรางคดี แต่นายวิชัยยังปากแข็งให้การปฏิเสธเหมือนเดิมว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของ ด.ญ.น้อย กระทั่งตำรวจนำเพลงธรณีกรรแสงมาเปิดให้นายวิชัยฟัง พร้อมพูดโน้มน้าวให้นายวิชัยยอมเปิดปากว่าเป็นคนลงมือฆ่า ด.ญ.น้อย และนำศพผู้ตายไปซุกซ่อนไว้ที่ไหน ตำรวจยังพูดหว่านล้อมว่า ตัวนายวิชัยเองก็มีลูกชายวัย 10 ขวบ เรียนอยู่โรงเรียนเดียวกับ ด.ญ.น้อย หากมีใครมาทำกับลูกเราบ้างจะรู้สึกอย่างไร ในที่สุดนายวิชัยใจอ่อนยอมเปิดปากบอกว่า ด.ญ.น้อยได้เสียชีวิตแล้ว แต่ปฏิเสธว่าไม่ได้ฆ่าเด็ก อ้างเด็กเสียชีวิตเพราะอุบัติเหตุ

นายวิชัยให้การอ้างว่า ก่อนเกิดเหตุ ขี่รถ จยย. ไปรับลูกชายที่โรงเรียน แต่ลูกชายนั่งรถ จยย.รับจ้างกลับบ้านไปก่อน ระหว่างนั้นเห็น ด.ญ.น้อย ลูกสาวของเพื่อนคนงานเดินมา เลยเอ่ยปากชักชวนให้ซ้อนท้ายรถ บอกว่าจะพาไปส่งพ่อแม่ หลัง ด.ญ.น้อย ขึ้นนั่งซ้อนท้ายรถออกจากโรงเรียนมาถึงถนนสายปลวกแดง-โรงน้ำตาล ช่วงที่เลี้ยวขวาผ่านหน้าวัดจอมพลเจ้าพระยา ไปถึงทางโค้งใกล้โรงเรียนชุมชนบริษัทน้ำตาลตะวันออก จู่ๆ ด.ญ.น้อยเกิดเสียหลักพลัดตกรถจนคอหักเสียชีวิต ตนเกรงจะมีความผิด รีบขี่รถนำร่าง ด.ญ.น้อยไปทิ้งในไร่มันสำปะหลังเขตติดต่อระหว่างหมู่ 3 ต.ตาสิทธิ์ อ.ปลวกแดง กับ ต.บ่อวิน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี พร้อมจับถอดเสื้อผ้าชุดนักเรียนเปลือยกายศพไม่ให้ใครจำได้ และนำเสื้อผ้ายัดใส่กระเป๋านักเรียนโยนทิ้งไว้ใกล้ๆกัน

หลังผู้ต้องสงสัยยอมเปิดปากสารภาพว่า นำร่างเหยื่อไปซุกไว้ที่ไหน ตำรวจได้พานายวิชัยไปค้นหาศพในที่เกิดเหตุเมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ปรากฏว่าพบศพ ด.ญ.น้อย ในสภาพเปลือยกายล่อนจ้อนหมกอยู่ในพงหญ้าเป็นที่น่าเวทนา ต่อมา พล.ต.ต.ไตรศูล เนียมทรัพย์ ผบก.ภ.จ.ระยอง พร้อมด้วย พ.ต.อ.อิทธิพร โพธิ์ทอง รอง ผบก.ภ.จ.ระยอง พ.ต.อ.สมฤกษ์ ค้ำชู ผกก.สภ.ปลวกแดง และ พ.ต.ต.ดนัย ทองนาค สว.สส. นำกำลังตำรวจชุดสืบสวน และตำรวจพิสูจน์หลักฐาน ร่วมกับแพทย์มาร่วมชันสูตรศพ พล.ต.ต.ไตรศูลกล่าวว่า ขณะนี้ตำรวจยังไม่ได้แจ้งข้อหานายวิชัย เบื้องต้นนำศพผู้ตายส่งไปให้แพทย์นิติเวช รพ.ตำรวจ ตรวจพิสูจน์หาสาเหตุการตายที่แน่ชัดอีกครั้ง และตรวจหาร่องรอย ว่าถูกขืนใจหรือไม่ ส่วนนายวิชัยผู้ต้องสงสัยคุมตัว ไว้สอบสวน ก่อนขอหมายจับจากศาลจังหวัดระยอง จับกุมตัวต่อไป

ต่อมาเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 22 มิ.ย. พล.ต.ต.ไตรศูล เนียมทรัพย์ ผบก.ภ.จ.ระยอง พร้อมด้วย พ.ต.อ.สมฤกษ์ ค้ำชู ผกก.สภ.ปลวกแดง และกำลังตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบ นำตัวนายวิชัย โชติเสนา อายุ 57 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดระยอง ที่ จ.302/2560 ลงวันที่ 22 มิ.ย.60 มาแถลงข่าวที่หน้า สภ.ปลวกแดง โดยผู้ต้องหาสวมหมวกไหมพรมและสวมแว่นตาดำปิดบังใบหน้ามิดชิดท่ามกลางการคุ้มกันแน่นหนา พล.ต.ต.ไตรศูลย์ กล่าวว่า ต้องขอชื่นชมการทำงานของตำรวจ สภ.ปลวกแดง จับกุมตัวคนร้ายได้รวดเร็ว ถือเป็นภัยสังคมที่รุนแรง เบื้องต้นแจ้งข้อกล่าวหา 4 ข้อหา คือ ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาฯ, ลอบฝังซ่อนเร้นอำพรางศพ เพื่อปิดบังการตายหรือเหตุแห่งการตาย, พรากเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปีไปเสียจากบิดามารดาเพื่ออนาจาร, พาเด็กอายุไม่เกิน 15 ปีไปเพื่ออนาจารฯ

นายวิชัย ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ก่อนเกิดเหตุเจอเด็กที่หน้าโรงเรียนเพราะรู้จักกับเด็กอยู่แล้ว และเป็นเด็กที่พูดจาไพเราะเรียก “ลุงจ๊ะ ลุงจ๋า” ทำให้เกิดอารมณ์ทางเพศขึ้น จึงออกอุบายหลอกเด็กว่าจะพาไปหาพ่อ และให้นั่งซ้อนท้ายรถ จยย.ออกจากโรงเรียน ระหว่างทางเด็กยังเรียกตนด้วยความฉอเลาะยิ่งกระตุ้นความต้องการมากขึ้น ขี่รถตระเวนไปเรื่อยๆเพื่อหาที่เปลี่ยวลงมือข่มขืน กระทั่งมาเจอจุดปลอดคนเป็นไร่มันสำปะหลัง จึงดึงตัวเด็กลงจากรถแล้วจับกดลงกับพื้น ปรากฏว่าเด็กดิ้นและร้องเสียงดัง ประกอบกับอวัยวะเพศไม่แข็งตัว ทำให้โมโหบีบคอเด็กอย่างแรงและใช้นิ้วมือล่วงละเมิดทางเพศ พร้อมช่วยตัวเองจนสำเร็จความใคร่ 1 ครั้ง แต่เด็กยังดิ้นไม่หยุดเลยอุ้มตัวไปโยนทิ้งที่ลำรางและจับกดน้ำจนแน่นิ่งไป จากนั้นนำเสื้อผ้าเด็กใส่กระเป๋านักเรียนโยนลงน้ำไปด้วยกัน ก่อนขี่ จยย.กลับบ้านทำตัวปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น หลังถูกตำรวจรวบตัวมาสอบสวนอย่างหนัก จำต้องยอมรับสารภาพเพราะจำนนต่อหลักฐาน

จากนั้นกำลังตำรวจกว่า 50 นาย คุมตัวนายวิชัย โชติเสนา ผู้ต้องฆ่า ด.ญ.น้อย ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ จุดแรกที่โรงเรียนที่เด็กเรียนอยู่ ปรากฏว่ามีชาวบ้านหลายร้อยคนมามุงดูโฉมหน้าฆาตกรหื่นรายนี้ พร้อมตะโกนด่าสาปแช่งด่าทอและพยายามบุกเข้าประชาทัณฑ์ ทำให้ตำรวจต้องคุ้มกันอย่างแน่นหนา จุดต่อมาเป็นไร่มันสำปะหลังเปลี่ยว ไม่มีบ้านคนในบริเวณใกล้เคียง อยู่ห่างจากโรงเรียนจุดแรกประมาณ 15 กม. แต่ยังมีชาวบ้านมายืนรอสองข้างทางเพื่อดูหน้าฆาตกรกันแน่นขนัด ในจุดนี้ผู้ต้องหาลงมือกระทำชำเรา ข่มขืน และบีบคอเหยื่อ จากนั้นอุ้มร่างไปโยนทิ้งในลำรางที่มีน้ำลึกประมาณ 50 ซม. พร้อมจับกดน้ำจนเสียชีวิต ก่อนทิ้งกระเป๋าหนังสือและเสื้อผ้าเด็กลงไปในน้ำด้วย หลังทำแผนเสร็จ ตำรวจรีบพาผู้ต้องหาขึ้นรถกลับมาควบคุมตัวที่ สภ.ปลวกแดง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

บ่ายวันเดียวกัน ที่สถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตำรวจ นายพงษ์ (นามสมมติ) พร้อมนางต่าย (นามสมมติ) ภรรยา เดินทางมารับศพ ด.ญ.น้อย บุตรสาว ด้วยบรรยากาศโศกเศร้า นายพงษ์กล่าวว่า ครอบครัวยังรับไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ส่วนผู้ที่ลงมือก่อเหตุเป็นเพื่อนร่วมงานที่พึ่งรู้จักกันแค่ 2 เดือนในแคมป์คนงานก่อสร้าง เท่าที่ทราบก่อนหน้านี้ผู้ต้องหาเคยไปรับบุตรสาวตนมาแล้ว 2 ครั้ง โดยที่ตนและครอบครัวไม่รู้เรื่องมาก่อน สำหรับนิสัยส่วนตัวของลูกสาวเป็นคนอัธยาศัยดีเข้ากับคนอื่นได้ง่าย คนร้ายอาจจะใช้โอกาสนี้เข้าใกล้ลูกสาวและลงมือก่อเหตุ

ด้านนางต่าย (นามสมมติ) เผยทั้งน้ำตาว่า ปกติลูกสาวจะกลับมาถึงบ้านตรงเวลาไม่เกิน 17.00 น. แต่วันเกิดเหตุตนนั่งรอจนถึง 19.00 น. ก็ไม่พบวี่แววของลูกสาว ตัดสินใจพากันไปแจ้งความแต่ตำรวจไม่รับแจ้งความ ตนและสามีพร้อมครอบครัวพากันออกตามหาทั้งคืนแต่ไม่พบ กระทั่งมาทราบลูกสาวกลายเป็นศพ อย่างไรก็ตาม หากเจอหน้าผู้ต้องหาอยากจะถามว่าทำไมถึงมาทำกับครอบครัวของตนและอยากจะตบหน้าสัก 1 ครั้ง ทั้งนี้ อยากให้มีบทลงโทษประหารชีวิตกับผู้กระทำความผิดหรือผู้ก่อเหตุในลักษณะนี้ หลังจากนี้จะนำศพลูกสาว ไปตั้งบำเพ็ญกุศลต่อที่วัดคลองกร่ำ ต.ตาสิทธิ์ อ.ปลวกแดง จ.ระยอง ส่วนกำหนดเวลาการตั้งสวดศพนั้นจะขอปรึกษากับครอบครัวก่อน

นายพงษ์กล่าวเพิ่มเติมว่า แพทย์ระบุผลการชันสูตรศพในเบื้องต้นว่า บุตรสาวเสียชีวิตจากการจมน้ำทำให้ขาดอากาศหายใจ แต่ยังระบุไม่ได้ว่าเกิดจากการจับกดน้ำหรือโยนลงน้ำ เนื่องจากพบน้ำอยู่ในหลอดลมและมีดินโคลนภายในปอดและกระเพาะอาหาร ส่วนร่องรอยการกระทำชำเรานั้น แพทย์ยังไม่ระบุเพราะศพมีสภาพเน่าเปื่อย แพทย์ได้เก็บตัวอย่างและชิ้นเนื้อส่งตรวจในห้องปฏิบัติการ คาดว่าจะทราบผลภายใน 1-2 วันนี้ สำหรับผลพิสูจน์การเสียชีวิตที่แท้จริงจะต้องรอแพทย์สรุปอย่างละเอียดอีกครั้ง ใช้เวลาประมาณ 40 วัน