วันเสาร์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ฝากขังมือบึมรพ. ส่งตัวเข้ามทบ.11

จ่อเพิ่มข้อหาก่อการร้าย

คุมตัว “วัฒนา” มือระเบิดไปป์บอมบ์ เข้าเรือนจำชั่วคราวแขวง นครไชยศรี (มทบ.11) หลังศาลอาญาอนุญาตตามคำร้องตำรวจที่นำตัวไปฝากขังผัดแรก 12 วัน พร้อมขอค้านประกันตัวชั่วคราว ให้เหตุผลเนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูง เกรงจะหลบหนี และก่อเหตุบึมซ้ำ ขณะที่ “ศรีวราห์” เผย ถ้ามีหมายจับใครอีก เดี๋ยวสาธารณชนจะทราบเอง ส่วนข้อหาก่อการร้าย ขอรวบรวมพยานหลักฐาน เพิ่มเติมก่อน เพราะบางเหตุเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 50

ภายหลังชุดสืบสวนนครบาล และพนักงานสอบสวน สน.พญาไท ควบคุมตัวนายวัฒนา ภุมเรศ หรือตุ่ม อายุ 61 ปี อดีตวิศวกรไฟฟ้า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ผู้ต้องหาก่อเหตุวาง ระเบิด “ไปป์บอมบ์” ป่วนกรุง ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่ห้องวงษ์สุวรรณ ชั้น 1 อาคารเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษา รพ.พระมงกุฎเกล้า ถนนราชวิถี เขตราชเทวี ซึ่งผู้ต้องหาก่อเหตุเมื่อสายวันที่ 22 พ.ค. วันครบรอบ 3 ปี คสช.ยึดอำนาจ จากนั้นนำไปทำแผนวางระเบิดจุดอื่นรวม 6 จุด ใช้เวลาการทำแผน 2 วัน ตามที่เสนอข่าวไปนั้น

ความคืบหน้าล่าสุด ตำรวจนำนายวัฒนามือบึม ฝากขัง เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 22 มิ.ย. ที่ สน.พญาไท พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. นำกำลังควบคุมตัวนายวัฒนา ภุมเรศ อายุ 61 ปี ไปขออำนาจศาลอาญา รัชดาภิเษก เพื่อฝากขัง โดยวันนี้นายวัฒนาสวมเสื้อยืดคอปกแขนสั้น สีเทา กางเกงขายาว สีน้ำตาล รองเท้าแตะ ใส่หน้ากากอนามัย สีหน้านิ่งเฉย ท่าทางอ่อนเพลีย โดยก่อนหน้าเมื่อคืนวันที่ 21 มิ.ย. พนักงานสอบสวนได้นำท่อพีวีซี ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และอุปกรณ์อื่นๆ มาให้นายวัฒนา สาธิตการประกอบระเบิด โดยนายวัฒนาใช้เวลาไม่ถึงครึ่ง ชม.ประกอบเสร็จสิ้น ส่วนการสอบปากคำภรรยา และลูกชายนายวัฒนา ให้การเบื้องต้น ไม่รู้เห็น เพราะปกตินายวัฒนาชอบซ่อมอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ ไม่ทันสังเกตว่าประกอบวัตถุระเบิด

พล.ต.อ.ศรีวราห์เปิดเผยว่า วันนี้จะนำตัวนาย วัฒนาไปที่ศาลอาญาเพื่อฝากขัง พร้อมคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูง เกรงผู้ต้องหาจะหลบหนี ส่วนรายละเอียดการสอบปากคำผู้ต้องหา ภรรยาและคนใกล้ชิด เป็นเรื่องในสำนวนไม่สามารถเปิดเผยได้ สำหรับการประกอบวัตถุระเบิดจะทำได้หรือไม่ได้นั้น ไม่มีผล เพราะมีผลตรวจจากกองพิสูจน์ หลักฐาน เป็นดีเอ็นเอในวัตถุพยานที่พบในที่เกิดเหตุตรงกัน ส่วนการกระทำดังกล่าวจะเข้าข่ายก่อการร้ายหรือไม่ ต้องดูองค์ประกอบข้อกฎหมายต่อไป

จากนั้น พล.ต.อ.ศรีวราห์ และคณะพนักงานสอบสวน ควบคุมตัวนายวัฒนามายื่นคำร้องฝากขังครั้งแรก มีรถวิทยุกองปราบ พร้อมตำรวจคอมมานโดในและนอกเครื่องแบบกระจายกำลังรักษาความปลอดภัยทั่วบริเวณศาลอาญา คำร้องฝากขังระบุว่า พนักงานสอบสวนได้ควบคุมตัวและแจ้งข้อกล่าวหากับผู้ต้องหาแล้ว ให้การรับสารภาพ นำตัวมาขออนุญาตศาลฝากขัง เป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 22 มิ.ย.-3 ก.ค.60 แต่การสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น ต้องสอบพยานอีก 14 ปาก และรอผลการตรวจประวัติ ต้องโทษจากกองทะเบียนประวัติอาชญากร กับพิมพ์ลายนิ้วมือผู้ต้องหา รวมทั้งผลตรวจพิสูจน์ของกลางในคดีจากกองพิสูจน์หลักฐาน สตช.

คำร้องระบุต่อว่า เมื่อวันที่ 22 พ.ค.60 เกิดเหตุระเบิดที่ห้องจ่ายยาวงษ์สุวรรณ โรงพยาบาลพระมงกุฎ–เกล้า มีผู้บาดเจ็บและบาดเจ็บสาหัสหลายคน ทรัพย์สิน เสียหายมูลค่าประมาณ 1,201,100 บาท ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานทราบแน่ชัด ผู้ก่อเหตุคือนายวัฒนา ผู้ต้องหาที่ได้ประกอบวัตถุระเบิดท่อไปป์บอมบ์ที่ทำจากท่อพีวีซี ที่บ้านพักย่านพหลโยธิน เขตบางเขน กทม. โดยประกอบระเบิดเมื่อวันที่ 21 พ.ค. แล้วนำไปใส่ ในแจกันเซรามิก พร้อมตะปูตัดหัวท้ายทำเป็นสะเก็ดระเบิด แล้วนำดอกไม้พลาสติกใส่เเจกันปกปิด จากนั้น น้ำไปซุกซ่อนไว้ในรถยนต์ที่นำไปจอดไว้ที่ กฟผ.บางกรวย จ.นนทบุรี แล้ววันที่ 22 พ.ค. จึงนำแจกัน ที่บรรจุระเบิดไปไว้ที่ห้องวงษ์สุวรรณ โดยผู้ต้องหาสวมหน้ากากอนามัยพรางตัว ตั้งเวลาให้ระเบิดทำงานในเวลา 30 นาที

ต่อมาตำรวจได้ร่วมจับกุมนายวัฒนา โดยแสดงหมายจับ และแจ้งข้อหาฐานพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288, 289 (4), ฐานทำให้เกิดระเบิดจนน่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคลอื่นหรือทรัพย์ของผู้อื่น, ฐานกระทำให้เกิดระเบิดจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายและอันตรายสาหัส, ฐานกระทำการเป็นเหตุให้ทรัพย์สินของผู้อื่นเสียหายเกิดอันตรายแก่โรงเรือนฯ มาตรา 218 (4), 221, 222, 224, ฐานมีและใช้วัตถุ ระเบิดที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในความครอบครองและฐานมียุทธภัณฑ์ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตอันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนฯ พ.ศ.2490 และ พ.ร.บ.ควบคุมยุทธภัณฑ์ พ.ศ.2530

คำร้องระบุอีกว่า พนักงานสอบสวนได้ขอคัดค้านการให้ประกันตัวผู้ต้องหาด้วย เนื่องจากคดีนี้เป็นคดีเกี่ยวกับความมั่นคงของประเทศ มีอัตราโทษสูง เป็นคดีที่น่าสนใจของประชาชนทั่วไปและสื่อมวลชน ผู้ต้องหาได้ก่อเหตุวางระเบิดในสถานพยาบาล ซึ่งมีผู้ป่วยเข้ารับการรักษาจากแพทย์ และมานั่งรอรับยา ทำให้มีผู้ป่วยเข้ามารักษาบาดเจ็บจำนวนมาก เป็นการกระทำที่โหดเหี้ยมไร้มนุษยธรรม ขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ ในเรื่องเกี่ยวกับการห้ามใช้โรงพยาบาลเป็นเป้าหมายการสู้รบ นอกจากคดีนี้แล้ว ผู้ต้องหายังรับสารภาพเคยทำผิดลักษณะเดียวกันอีก 5 ครั้ง เมื่อวันที่ 9 เม.ย.50 ก่อเหตุที่บริเวณตู้โทรศัพท์สาธารณะ หน้าโรงภาพยนตร์เมเจอร์รัชโยธิน เขตจตุจักร ท้องที่ สน.พหลโยธิน วันที่ 5 พ.ค.50 ก่อเหตุบริเวณตู้โทรศัพท์ปากซอยราชวิถี 24 เขตดุสิต ท้องที่ สน.ดุสิต วันที่ 30 ก.ย.50 ก่อเหตุบริเวณตู้โทรศัพท์สาธารณะ หน้ากองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) เขตพระนคร ท้องที่ สน.นางเลิ้ง วันที่ 5 เม.ย.60 ก่อเหตุหน้ากองสลากกินแบ่งรัฐบาล ถนนราชดำเนิน เขตพระนคร ท้องที่ สน.ชนะสงคราม และวันที่ 15 เม.ย.60 ก่อเหตุหน้าโรงละครแห่งชาติ เขตพระนคร ท้องที่ สน.ชนะสงคราม หากผู้ต้องหาได้รับการปล่อยตัวไป เกรงว่าอาจก่อเหตุวางระเบิดในลักษณะเดียวกัน หรือจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือหลบหนีไปหลังจากได้รับการปล่อยชั่วคราว และพนักงานสอบสวนระบุด้วยว่า หากอนุญาตให้ฝากขังผู้ต้องหา ขอให้ส่งตัวผู้ต้องหาไปควบคุมที่เรือนจำชั่วคราวแขวงถนนนครไชยศรี (มทบ.11) ด้วย

ต่อมาเวลา 13.30 น. ศาลได้อ่านคำร้องฝากขัง ผู้ต้องหาไม่คัดค้าน ศาลอนุญาตให้ฝากขังตามขอ จากนั้นพนักงานสอบสวนนำตัวนายวัฒนา ซึ่งหิ้วถุงเสื้อผ้าและเสบียงอาหารขึ้นรถตู้ของเรือนจำมุ่งหน้า มทบ.11 ทันที

จากนั้น พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าวว่า พนักงานสอบสวนได้ส่งตัวผู้ต้องหาพร้อมยื่นคำร้องฝากขังเรียบร้อยแล้ว คำร้องฝากขังวันนี้จะเป็นเหตุวางระเบิดโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าฯ ส่วนการก่อเหตุอื่นที่ขอออกหมายจับรวมแล้ว 7 หมาย จะใช้การอายัดตัวทุกคดี ยังไม่มีอะไรเพิ่มเติม โดยการฝากขังวันนี้ ได้คัดค้านการประกันตัวด้วยเหตุผลเกรงจะหลบหนี และกลัวเรื่องการก่อเหตุซ้ำ ยืนยันว่าถ้ามีการพาดพิงถึงบุคคลอื่นอีก มีพยานหลักฐาน จะมาขออนุมัติหมายจับจากศาลอาญาอีกแน่นอน ถ้ามีหลักฐานก็ขอหมายจับ ถ้าไม่มีพยานหลักฐานก็จะเป็นพยาน ถ้ามีหมายจับใคร เดี๋ยวสาธารณชนจะทราบเอง เรื่องนี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กำชับมาในเรื่องของการขยายผลคดี แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน จะคาดคะเนล่วงหน้าไม่ได้ ถ้ามีหลักฐานถึงจะดำเนินการนำเรียนศาลเพื่อขอออกหมายจับกุม โดยโทษสูงสุดของคดีนี้คือ 10 ปี แต่ในส่วนความผิดฐานพยายามฆ่าคือจำคุกตลอดชีวิต หลักใหญ่ๆคือเรื่องการวางระเบิดที่มีความชัดเจน นายวัฒนาให้การรับสารภาพ และนำชี้ที่เกิดเหตุทุกคดี ส่วนการกระทำจะเข้าข่ายการก่อการร้ายหรือไม่ขอรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมก่อน เพราะบางเหตุการณ์เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2550