วันอาทิตย์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รอบโลก 23/06/60

เซ่นกระป๋องวิปครีมบึม

ปารีส–เมื่อ 22 มิ.ย.อัยการเมืองมิลูเซอร์ ทางตะวันออกของฝรั่งเศส กำลังสอบสวนกรณีการเสียชีวิตของรีเบคกา เบอร์เกอร์ นักเขียนบล็อกเกอร์ด้านแฟชั่นชาวฝรั่งเศสชื่อดัง หลังถูกกระป๋องวิปครีมระเบิดใส่อย่างรุนแรง เหตุเกิดตั้งแต่วันที่ 17 มิ.ย. ด้านนิตยสารเกี่ยวกับผู้บริโภค “60 มิลเลียนคอนซูมเมอร์” รายงานว่ารีเบคกาถูกกระป๋องวิปครีมระเบิดใส่หน้าอกอย่างรุนแรงจนเธอเกิดหัวใจวาย และนิตยสาร 60 มิลเลียนฯเคยพิมพ์เผยแพร่เตือนภัยกรณีนี้มาหลายปีแล้ว.

บึมหน้าแบงก์ดับอื้อ

ลัชคาร์ กาห์–เกิดระเบิดคาร์บอมบ์ด้านนอกธนาคารนิวคาบูล แบงก์ สาขาเมืองลัชคาร์ กาห์ เมืองเอกจังหวัดเฮลมานด์ทางใต้อัฟกานิสถาน เมื่อ 22 มิ.ย. มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 29 คน บาดเจ็บกว่า 50 คน เหตุเกิดขณะเหยื่อที่มีทั้งพลเรือน ตำรวจและทหาร เข้าคิวรอเบิกถอนเงินเดือน โดยยังไม่มีกลุ่มใดอ้างรับผิดชอบ ส่วนกลุ่มตาลีบันเผยแพร่คลิปวีดิโอครั้งใหม่ของตัวประกันชาวอเมริกันและออสเตรเลียซึ่งถูกจับลักพาตัวไปจากอเมริกัน ยูนิเวอร์ซิตี ออฟ อัฟกานิสถาน ในกรุงคาบูลเมื่อเดือน ส.ค.ปีที่แล้ว ทั้งสองคนดูสุขภาพดีกว่าคลิปครั้งก่อนและต่างวอนรัฐบาลของตนเร่งช่วยเหลือ.

ตึกอังกฤษยังเสี่ยงเพียบ

ลอนดอน–นายกรัฐมนตรีเทเรซา เมย์ ของอังกฤษ แถลงต่อสภาฯเมื่อ 22 มิ.ย.ว่าการทดสอบวัสดุห่อหุ้มอาคารทั่วอังกฤษพบว่ามีกว่า 600 อาคารใช้วัสดุห่อหุ้มติดไฟง่ายชนิดเดียวกับตึกเกรนเฟลล์ในนอร์ทเคนซิงตันในกรุงลอนดอน ที่เกิดไฟลุกไหม้อย่างรวดเร็วเมื่อสัปดาห์ที่แล้วจนมีผู้เสียชีวิตหรือเกรงว่าจะเสียชีวิตกว่า 79 คน และได้แจ้งฝ่ายเกี่ยวข้องนำไปหาทางแก้ไข ส่วนนายนิโคลัส โฮลเกต ซีอีโอสภาเคนซิงตันและเชลซี ผู้ดูแลตึกเกรนเฟลล์ ลาออกแล้วท่ามกลางข้อครหาสภาฯรับมือเหตุไฟไหม้ด้อยประสิทธิภาพ เขาอ้างถูกรมว.รัฐบาลท้องถิ่นขอให้ออก แต่รัฐบาลปฏิเสธ.

ชี้อีก 33 ปีคนล้นโลก

สหประชาชาติ–รายงานของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เผยแพร่เมื่อ 21 มิ.ย.หลังรวบรวมข้อมูลประชากร 233 ประเทศทั่วโลกพบว่าประชากรโลกในอีก 33 ปีข้างหน้าจะเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันที่มีอยู่เกือบ 7,600ล้านคน เป็น 9,800 ล้านคน โดยเน้นเพียง 10 ประเทศ ได้แก่ อินเดีย ไนจีเรีย คองโก ปากีสถาน เอธิโอเปีย แทนซาเนีย สหรัฐฯ ยูกันดา และอินโดนีเซีย เฉพาะไนจีเรีย ซึ่งมีประชากรมากเป็นอันดับ 7 ของโลก จะมีอัตราการเกิดเร็วที่สุดจนอาจแซงหน้าสหรัฐฯ เช่นเดียวกับจีนที่อาจถูกอินเดียแซงหน้าในอีก 7 ปีข้างหน้า.