บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ไปให้ถึงเป้าหมายใหญ่

โดย สายล่อฟ้า

ทำไมต้องทำ จำเป็นต้องบอก

ทำห้วงเวลาจากนี้ไปจนถึงวันเลือกตั้งปีหน้า รัฐบาล คสช. คงจะต้องโดนเขย่าตลอดไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม คล้ายกับว่าถนนทุกสายมุ่งไปทางเดียวกัน

ในทางการเมืองก็เห็นๆกันอยู่แล้วว่า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่โผล่ออกมาผิดกระบวนก็เป็นโดนทุกเรื่อง

ดีที่ว่าการจับมือระเบิด “ไปป์บอมบ์” ที่ รพ.พระมงกุฎฯได้ ทำให้สถานการณ์ด้านความมั่นคงเบาลงไปเยอะ อย่างน้อยก็ทำให้ขบวนการใต้ดินคลื่นใต้น้ำสยบลงไปด้วย

ทว่าการที่ให้การว่าลงมือเพียงคนเดียวนั้นเป็นเรื่องเชื่อกันได้ยากยิ่ง บอกว่าวางระเบิดมาหลายครั้งด้วยแล้วยิ่งไปกันใหญ่

วิธีเดียวก็คือ ต้องสาวไปถึงผู้ร่วมขบวนการให้ได้

แม้ผลจากการนี้พอจะมองเห็นอะไรได้บางอย่างที่ชัดเจนมากขึ้น แต่หากสาวลึกไปถึงผู้ที่อยู่เบื้องหลังหรือข้างเคียงไปก็จะเป็นประโยชน์ต่อการเมืองข้างหน้าได้

นอกเหนือจากปัญหาการเมืองที่ว่ามาแล้ว รัฐบาลโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯยังพยายามที่จะแก้ไขปัญหาและสร้างผลงานให้ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นโครงการยักษ์ใหญ่รถไฟความเร็วสูงระหว่างไทย-จีน

แก้ไข พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพว่าด้วย “บัตรทอง”

การแก้ไข พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพนั้น ถือว่ารัฐบาลมีความกล้าหาญและควรจะทำให้เสร็จเรียบร้อย เพราะเป็นเรื่องใหญ่ มีผลกระทบต่อประชาชนและวงการแพทย์หมด

ปัญหาสำคัญก็คือ หากไม่มีการแก้ไขจะทำให้โครงการที่มีประโยชน์ต่อประชาชนทั้งประเทศจะต้องจบลงกลางคันได้

เพราะจะเอาเงินที่ไหนเทลงไปได้

เสียงคัดค้านเป็นหน้ากระดาษนั้น ก็เพราะเกรงจะเสียผลประโยชน์จากงบประมาณก้อนโตที่ สปสช.คุมอยู่ทั้งหมด

จริงๆแล้วงบประมาณก้อนใหญ่นี้ควรจะอยู่ที่กระทรวงสาธารณสุข ไม่ใช่องค์กรนี้ เพราะสามารถจะบริหารจัดการเกลี่ยงบให้ลงตัวได้ทั่วถึง และคำนึงถึงความสำคัญของแต่ละหน่วยงาน ไม่ใช่ สปสช.สั่งการเพียงองค์กรเดียว

เอาเข้าจริงแล้ว หากจะแก้ไขให้จบก็ควรจะเอางบประมาณคืนกระทรวงทั้งหมดดีกว่าทุกอย่างจะได้จบเสียที

ที่สำคัญก็คือ รัฐบาลควรจะบอกกล่าวกับประชาชนถึงข้อเท็จจริงต่างๆที่เกิดขึ้น เพราะมิฉะนั้นจะเกิดความสับสน โดยเฉพาะต้องยืนยันว่าไม่มีการยกเลิกบัตรทองอย่างเด็ดขาด

มิฉะนั้นจะนำไปเป็นเงื่อนไขทางการเมืองได้

หรืออย่างโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีนก็เช่นกัน ที่ผ่านมาไม่ได้มีการชี้แจงทำความเข้าใจว่าปัญหาที่ล่าช้าจนเป็นอุปสรรคนั้นเพราะอะไร...

เห็นเก็บงำหรือพูดกันงึมงำกันมาตลอด

ครั้นพอถึงวาระที่จะต้องตัดสินใจก็งัด ม.44 ออกมาใช้เพื่อแก้ไขอุปสรรคที่เกิดขึ้นจนกลายเป็นประเด็นขึ้นมา

ครั้นพอทำความเข้าใจกันได้ทุกอย่างก็เดินหน้าได้

หากมีความจริงใจ โปร่งใส ตรวจสอบได้ เป็นเหตุเป็นผล ประเทศได้ประโยชน์ก็ไม่เห็นจะต้องไปกลัวอะไร

ดีเสียอีกเพราะรถไฟสายนี้ต้องมองไปถึงอนาคตข้างหน้าระหว่างรอยเชื่อมต่อระหว่างประเทศที่เราหนีไม่พ้น เพราะเป็นโครงการที่มีความสัมพันธ์กับประเทศอื่นๆในเชิงเศรษฐกิจ

หากมัวแต่คิดกันหยุมหยิมเอาเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ก็ไม่ต้องทำอะไรกันแล้ว.

“สายล่อฟ้า”