วันเสาร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รถไฟจีนยอมไทยทุกอย่าง แต่ไทยพร้อมหรือไม่

หากไม่มี สื่อ และ สภาวิชาชีพวิศวกรสถาปนิก ออกมาส่งเสียงคัดค้าน ป่านนี้ โครงการรถไฟความเร็วสูงไทยจีน ก็คง เป็นหมูหวานเข้าปากรัฐวิสาหกิจจีนไปแล้ว เมื่อเรื่องถึง คสช. คุณอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีคมนาคม ก็ยอมต่อสาย ประชุมทางวีดิโอรอบพิเศษกับจีน เพื่อเจรจาต่อรองเรื่อง การถ่ายทอดเทคโนโลยีรถไฟความเร็วสูงให้วิศวกรไทย การใช้ผู้รับเหมาก่อสร้างไทย การใช้วัสดุก่อสร้างไทย เมื่อวันจันทร์ที่ 19 มิถุนายน ที่เซอร์ไพรส์ก็คือ จีนยอมทุกอย่าง

แสดงว่า การเจรจา 18 ครั้งที่ผ่านมา ฝ่ายไทยไก่อ่อนเอง เป็นเบี้ยล่างจีนทุกอย่าง

หลังประชุมทางวีดิโอกับจีนเสร็จ คุณอาคม ก็แถลงกับสื่อว่า ฝ่ายจีนเห็นด้วย ที่จะให้นำ เงื่อนไขการถ่ายทอดเทคโนโลยีรถไฟความเร็วสูง บรรจุลงไปใน ร่างสัญญา ระหว่าง การรถไฟแห่งประเทศไทย กับ รัฐวิสาหกิจจีน ทั้ง 3 สัญญา ตั้งแต่การออกแบบโครงสร้างพื้นฐานด้านโยธา การควบคุมงานก่อสร้าง และ ระบบราง ระบบไฟฟ้าและเครื่องกล การจัดหาขบวนรถ และการฝึกอบรมบุคลากร โดยจีนตกลงจะให้บุคลากรไทยเป็นพนักงานขับรถไฟความเร็วสูง

ถ้า สื่อ สภาวิชาชีพวิศวกรสถาปนิก ไม่ออกมาคัดค้าน สิ่งเหล่านี้ไทยก็คงไม่ได้รับ

ผลจากการเจรจาหารือครั้งนี้ คุณอาคม แถลงว่า วงเงินลงทุน 179,412 ล้านบาท ในเส้นทาง กรุงเทพฯ-นครราชสีมา ระยะทาง 252.5 กม. ฝ่ายจีนตกลงที่จะแบ่งการลงทุนก่อสร้างให้ผู้รับเหมาไทย 75% หรือ 134,559 ล้านบาท และยืนยันว่าจะใช้วัสดุก่อสร้างที่ผลิตในประเทศไทยรวมทั้งเหล็กข้ออ้อยด้วย วงเงินที่เหลืออีก 25% เป็นการว่าจ้างรัฐวิสาหกิจจีนตามสัญญามูลค่า 44,853 ล้านบาท

ตัวเลขที่ฟังแล้วน่าตกใจก็คือ วิศวกรจีนต้องการเงินเดือน 800,000 บาท ซึ่ง พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกสำนักนายกฯ แถลงในเวลาต่อมาว่า ฝ่ายไทยได้ต่อรองให้ต้องมีหนังสือรับรองจากสถานทูต ดูจากผลการเจรจาครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นว่าการเจรจาที่ผ่านมาไทยเสียเปรียบทุกเรื่อง ไม่รู้ คุณอาคม รัฐมนตรีคมนาคม ไปเจรจาแบบไหน จึงทำให้ประเทศไทยเสียเปรียบมากมายอย่างนี้ ผลประโยชน์ของชาติทั้งนั้น

เมื่อจีนตกลงยอมถ่ายทอดเทคโนโลยีรถไฟความเร็วสูงให้ฝ่ายไทยแล้ว ปัญหาที่ตามมาก็คือ ฝ่ายไทยมีความพร้อมแค่ไหน ในการ รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากจีน เพราะยังไม่เห็นรัฐมนตรีหรือโฆษกสำนักนายกฯพูดถึงเรื่องนี้เลย ทั้งที่เป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง เพราะฝ่ายรับก็ต้องเตรียมคนให้พร้อมด้วย เพื่อรับการถ่ายทอด

วันก่อน ผศ.ดร.ประมวล สุธีจารุวัฒน อาจารย์คณะวิศวฯจุฬา ได้เขียนถึง เงื่อนไขการถ่ายทอดเทคโนโลยีรถไฟความเร็วสูง ที่ รัฐบาลจีนกำหนดให้บริษัทต่างชาติปฏิบัติ ในช่วงที่จีนเริ่มตนรถไฟความเร็วสูง ผมขออนุญาตนำมาถ่ายทอดต่อนะครับ มีอยู่ด้วยกัน 3 ข้อ

1. จะต้องถ่ายทอดเทคโนโลยีหลักสู่ประเทศจีน

2. ราคาที่เสนอต้องสมเหตุสมผล

3. EMU (รถไฟฟ้า) ที่ผลิตขึ้นจะต้องทำเป็นยี่ห้อจีน

บริษัทผลิตรถไฟความเร็วสูงชั้นนำของโลก ทั้ง ซีเมนส์ จากเยอรมนี อังสตอม จากฝรั่งเศส บอมบาร์ดิเอร์ จากแคนาดา คาวาซากิ จากญี่ปุ่น ต่างยอมรับข้อเสนอจีนหมด ตั้งแต่รถไฟความเร็วสูงรุ่นแรกความเร็ว 200 กม. ต่อชั่วโมง จนถึง 300 กม. ต่อชั่วโมง ปัจจุบันจีนสร้างรถไฟความเร็วสูงวิ่งได้ 350 กม. ต่อชั่วโมงเองแล้ว

กระบวนการถ่ายทอดเทคโนโลยีจึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง และต้องทำเป็นระบบ

ผมเห็นด้วยกับ รศ.ดร.คมสัน มาลีสี ประธานสภาคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์แห่งประเทศไทย 61 มหาวิทยาลัย ที่เสนอให้รัฐบาลต่อรองกับจีน ให้จีนเข้ามาลงทุนตั้งฐานการทดสอบอุปกรณ์ระบบรางรถไฟความเร็วสูงในประเทศไทย โดยให้ อาจารย์ที่สอนวิชาระบบราง เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการด้วย การถ่ายทอดเทคโนโลยีจึงจะเกิดขึ้นจริง และเป็นประโยชน์ต่อชาติในระยะยาว ถ้าเรื่องแค่นี้รัฐบาลยังวางแผนจัดการไม่ได้ ก็อย่าไปเพ้อฝัน จะวางแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เลยครับ.

“ลม เปลี่ยนทิศ”