วันเสาร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปลุกนักการเมืองให้ตื่น

หวังว่าปาฐกถาของ ดร.เสกสรรค์ ประเสริฐกุล อดีตคณบดีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาธรรมศาสตร์ น่าจะช่วยปลุกให้บรรดานักการเมืองตื่นจากภวังค์ ขณะที่นั่งรอการเลือกตั้งซึ่งขึ้นอยู่กับ คสช.มานั่งทบทวนดูว่าจริงหรือที่รัฐธรรมนูญ 2560 ฉบับปัจจุบัน มุ่งลดบทบาทและอำนาจนักการเมืองเลือกตั้ง และหลีกทางให้ผู้นำรัฐราชการมาเป็นผู้นำถาวร

อาจารย์เสกสรรค์ตั้งข้อสังเกตว่า นักการเมืองรุ่นเก่าล้วนแต่เติบโตมากับระบอบประชาธิปไตยครึ่งใบ ภายใต้รัฐธรรมนูญ 2521 จึงคุ้นเคยกับการร่วมมือกับชนชั้นนำภาครัฐ (คณะรัฐประหาร) ในการจัดตั้งนายกรัฐมนตรีคนนอก เป็นเสมือนพลังหนุนกองทัพ เพื่อชิงส่วนแบ่งของอำนาจ แสดงว่าประวัติศาสตร์ซ้ำรอย ได้เวลานักการเมืองกลับไปเป็นหางเครื่อง

สถานการณ์การเมืองที่มีผู้นำรัฐประหารเป็นผู้นำ โดยมีพรรคการเมืองและนักการเมืองเป็นไม้ประดับ อาจอยู่ได้อย่างต่ำ 9-10 ปี หลายฝ่ายย่อมจะรู้สึกกังวล แต่นักการเมืองบางส่วนอาจรู้สึกเฉยๆ เพราะเคยผ่านประชาธิปไตยครึ่งใบ นักการเมืองส่วนใหญ่ไม่ได้คิดอะไรมาก ขอเพียงให้มีส่วนแบ่งอำนาจ หรือเก้าอี้รัฐมนตรี กับสิทธิประโยชน์ที่ติดมา

แต่นักการเมืองที่มีอุดมการณ์ ยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตย ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ จะต้องตื่นขึ้นมา และปฏิรูปตัวเองครั้งใหญ่ ทั้งในด้านพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ต้องไม่เป็นจำเลยสังคมในด้านการทุจริตคอร์รัปชัน ถูกกล่าวหาชอบก่อความขัดแย้งที่นำไปสู่ความรุนแรง ปรับวิสัยทัศน์ให้มีความรู้ความสามารถในการบริหารบ้านเมือง

รัฐบาล คสช.ประกาศแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และแผนปฏิรูปประเทศในทุกด้าน แม้จะยังไม่เห็นผลเป็นรูปธรรม ในกว่าสามปีที่ผ่านมา แต่เป็นการสร้างความตื่นตาตื่นใจ ดร.เสกสรรค์เตือนว่า ถ้าพรรคใดคิดไม่ได้มากกว่า คสช.หรือไม่กล้าคิดเรื่องใหญ่ๆ ก็ป่วยการมีพรรคเหล่านี้ เพราะจะเป็นแค่กลุ่มแสวงหาอำนาจ เป็นแค่ ส่วนตกแต่งของอำนาจรัฐราชการ

ทั้งหัวหน้า คสช. และนายกรัฐมนตรี รวมทั้งรองนายกรัฐมนตรีผู้เป็น “พี่ใหญ่” ของรัฐบาล ต่างยืนยันว่าไม่มีแผนการสืบทอดอำนาจ และย้ำว่าจะมีเลือกตั้งในปี 2561 แต่กลไกต่างๆที่วางไว้ เช่น การให้ ส.ว. ชุดแรกมาจากแต่งตั้ง อาจทำให้ คสช. มีอำนาจต่อไปได้หลายปี หากเป็นไปตามคำกล่าวของ ศ.ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ที่ว่า “เขาอยากอยู่ยาว”

พรรคการเมืองและนักการเมืองทั้งหลายที่ยังยึดมั่นในการปกครองประชาธิปไตย จะมัวแต่หลับใหลลุ่มหลงในวิธีการเล่นการเมืองแบบเดิมๆไม่ได้แล้ว ในขณะที่ คู่แข่งผู้กุมกลไกอำนาจไว้ทุกอย่าง กำลังเร่งช่วงชิงมวลชน สร้างความชอบธรรมให้ตนเอง และลดความชอบธรรมของคู่แข่ง ต้องพิสูจน์ให้เห็นว่าประชาธิปไตยสามารถแก้ปัญหาชาติได้ดีกว่า.