บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จ่อยิง 'อุสตาซ' วีรบุรุษสันติวุธ!

แกนพาคนกลับ เมียโดดเข้าขวางยิงซํ้าแสกหน้า!

โจรใต้ฆ่าอุกอาจ “อุสตาซ” และเจ้าของโรงเรียนสอนศาสนา ฉวยโอกาสลงมือขณะ ผู้ตายพร้อมภรรยาเสร็จจากทำพิธีละหมาดในเดือน “รอมฎอน” และกำลังเดินออกจากมัสยิดเพื่อกลับบ้านที่อยู่ฝั่งตรงข้าม บุกเข้าไปกระหน่ำยิงด้วย 11 มม. ล้มลง ภรรยาเข้าขวางอ้อนวอนขอชีวิต แต่คนร้ายไม่สนใจกระชากเหยื่อออกมาแล้วยิงซ้ำกลางแสกหน้าชนิดเผาขน ไปเสียชีวิตที่ รพ. โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้าออกโรงประณามคนร้ายเป็นพวกสุดโต่ง เผยผู้ตายเป็นคณะที่ปรึกษา กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า มีบทบาทสำคัญในโครงการพาคนกลับบ้าน และแก้ปัญหาความไม่สงบใน 3 จังหวัดภาคใต้ พร้อมยกย่องให้เป็น “วีรบุรุษสันติวิธี”

โจรใต้บุกยิง “อุสตาซ” และเจ้าของโรงเรียนสอนศาสนาขณะเดินออกมาจากมัสยิดรายนี้ เปิดเผยเมื่อเวลา 21.30 น. วันที่ 20 มิ.ย. ร.ต.อ.สราวุธ นุชรังค์ รอง สว. (สอบสวน) สภ.หนองจิก จ.ปัตตานี รับแจ้ง มีคนถูกยิงหน้ามัสยิดภายในโรงเรียนมูลนิธิชุมชนอิสลามศึกษา หมู่ 5 ต.ปูโละปูโย จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ จากนั้นรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบก.ภ.จ.ปัตตานี พ.ต.อ.จีรเศรษฐ ดาวเงินตระกูล รอง ผบก.ภ.จ. ปัตตานี พ.ต.อ.เอกชัย วิเชียร ผกก.สส. พ.ต.อ.ปฐมพงศ์ เพ็ชรพิรุณ ผกก.สภ.หนองจิก

ที่เกิดเหตุพบชาวบ้านจำนวนมากที่มาร่วมทำพิธีละหมาดอยู่ในอาการแตกตื่นตกใจ ตำรวจปิดกั้นที่เกิดเหตุห้ามผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้าไป เกรงจะทำลายหลักฐาน บริเวณพื้นหน้ามัสยิดพบเลือดจำนวนมาก และปลอกกระสุนปืน 11 มม. 4 ปลอก กระสุนปืน 9 มม. 4 นัด จึงได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน ส่วนผู้บาดเจ็บพลเมืองดีช่วยเหลือนำส่ง รพ.หนองจิก ไปก่อนหน้าแล้ว แต่เนื่องจากอาการสาหัสมาก แพทย์ส่งต่อ รพ.ปัตตานี และเสียชีวิตในเวลาต่อมา ทราบชื่อนายอาแว เตาะสาตู อายุ 55 ปี เป็นครูสอนศาสนา และเป็นเจ้าของโรงเรียนดังกล่าว ถูกยิงด้วยกระสุนปืน 11 มม. เข้ากลางหน้าผาก 1 นัด ลำตัว 2 นัด รวม 3 นัด

สอบสวนได้ความว่า ก่อนเกิดเหตุนายอาแว พร้อมภรรยาได้ไปร่วมพิธีละหมาดในคืน “รอมฎอน” ที่มัสยิดตั้งอยู่ภายในโรงเรียนดังกล่าว เสร็จแล้วพากันกลับบ้านอยู่ฝั่งตรงข้ามโรงเรียน ระหว่างเดินออกจากมัสยิด มีคนร้ายเป็นชายฉกรรจ์ 5 คน สวมหมวกไหมพรมเป็นไอ้โม่งอำพรางใบหน้า คาดว่าเป็นกลุ่มโจรใต้ บุกเข้ามาใช้ปืนพกกระหน่ำยิงนายอาแวล้มลง แต่นายอาแวยังไม่เสียชีวิตในทันที พยายามลุกหนี ภรรยาวิ่งเข้าไปขวางคนร้ายร้องขอชีวิตสามี แต่คนร้ายไม่ฟังเสียงกระชากตัวนายอาแวออกมาแล้วใช้ปืนในมือจ่อยิงซ้ำเข้าที่หน้าผาก 1 นัด ก่อนจะพากันหลบหนี ท่ามกลางความแตกตื่นตกใจของชาวบ้าน จากนั้นช่วยกันนำร่างนายอาแวส่ง รพ. แต่กระสุนถูกจุดสำคัญของร่างกายเสียชีวิตในที่สุด

นายเอก ยังอภัยย์ นายอำเภอหนองจิก จ.ปัตตานี เผยว่า ได้สอบถามภรรยาของผู้ตายรวมถึงชาวบ้านในพื้นที่ ข้อมูลที่ได้ยังไม่สามารถเป็นประเด็นได้ว่าจะเป็นเรื่องส่วนตัวหรือสร้างสถานการณ์ ได้กำชับพนักงานสอบสวนให้เร่งนำวัตถุพยานและปลอกกระสุนปืนไปตรวจ เพื่อจะได้รู้ว่ากลุ่มก่อเหตุเป็นใครและผลตรวจตรงกับคดีใดบ้าง สิ่งที่น่าห่วงคือการปล่อยข่าวเพื่อให้เกิดความเข้าใจผิดและพยายามโยนความผิดว่าเป็นการกระทำของฝ่ายรัฐ อยากให้ประชาชนเข้มแข็งและอย่าด่วนสรุปกับข่าวที่เกิดขึ้น เนื่องจากผู้ตายถือเป็นบุคคลสำคัญที่ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่รัฐมาด้วยดี ขอฝากให้หน่วยความมั่นคงเร่งคลี่คลายคดีโดยเร็วด้วย

พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยว่า ถึงเหตุการณ์คนร้ายบุกยิงนายอาแวเสียชีวิตว่า ต้องขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งกับญาติและครอบครัวของผู้เสียชีวิต ถือเป็นการสูญเสียบุคคลสำคัญทางศาสนาอิสลามที่ยึดมั่นศรัทธาในหลักคำสอนทางศาสนาที่ถูกต้อง เกิดจากการกระทำของกลุ่มคนร้ายที่มีพฤติกรรมแบบสุดโต่ง แม่ทัพภาคที่ 4 ได้สั่งการให้หน่วยในพื้นที่เร่งติดตามจับกุมคนร้ายมาลงโทษโดยเร็วที่สุด รวมทั้งให้สร้างความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนเพื่อป้องกันการบิดเบือนกลับกลอกและโฆษณาชวนเชื่อของกลุ่มเครือข่ายแนวร่วมใส่ร้ายว่าเป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ

พ.อ.ปราโมทย์เผยอีกว่า นายอาแว ปัจจุบันเป็นอุสตาซ สอนศาสนา และเป็นเจ้าของโรงเรียนมูลนิธิชุมชนอิสลามศึกษา มีส่วนร่วมกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ในการแก้ไขปัญหาตามแนวทางสันติวิธี เป็นแกนนำคนสำคัญในการขับเคลื่อนโครงการกำปงตักวา หรือชุมชนศรัทธา จนได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง ได้รับแต่งตั้งเป็นคณะที่ปรึกษาด้านการเสริมสร้างความยุติธรรมของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ตั้งแต่ปี 2550 จนถึงปัจจุบัน ที่ผ่านมาได้เข้ามามีส่วนช่วยคลี่คลายปัญหาความขัดแย้งต่างๆ ช่วยรณรงค์ให้ผู้เห็นต่างเข้ามารายงานตนตามโครงการพาคนกลับบ้าน อาจกล่าวได้ว่านายอาแวเป็น “วีรบุรุษสันติวิธี” อย่างแท้จริง

ที่มณฑลทหารบกที่ 46 ค่ายอิงคยุทธบริหาร อ.หนองจิก จ.ปัตตานี พล.ต.จตุพร กลัมพสุต ผบ.ฉก.ปัตตานี พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบก.ภ.จ.ปัตตานี ร่วมกันแถลงข่าวผลการกวาดล้างกลุ่มอิทธิพลและยาเสพติดที่เชื่อมโยงกับเหตุการณ์ความไม่สงบ ในพื้นที่ อ.ยะหริ่ง อ.สายบุรี และ อ.ไม้แก่น จ.ปัตตานี ยึดปืนอาก้า 2 กระบอก ปืนเอ็ม 16 อีก 2 กระบอก ปืนลูกซองยาว 2 กระบอก ปืนสั้น 5 กระบอก กระสุนปืนอีกหลายร้อยนัด จับกุมผู้ต้องหาและผู้ต้องสงสัยได้กว่า 10 ราย ในส่วนผู้ต้องหาตำรวจได้นำตัวไปดำเนินคดีก่อนหน้านี้แล้ว ส่วนผู้ต้องสงสัยยังคงถูกควบคุมตัวเพื่อสอบสวนขยายผลที่หน่วยซักถาม ค่ายอิงคยุทธบริหาร

พล.ต.จตุพร กลัมพสุต ผบ.ฉก.ปัตตานี เผยว่า ปฏิบัติการครั้งนี้สืบเนื่องจากในพื้นที่ จ.ปัตตานี มีการก่อเหตุความรุนแรงหลายครั้ง ทั้งลอบยิงผู้บริสุทธิ์เสียชีวิตและบาดเจ็บ โดยเฉพาะเหตุยิงนักศึกษาที่หาของป่าเสียชีวิต 3 คน ที่ อ.ยะหริ่ง คดีนี้ออกหมายจับผู้ก่อเหตุแล้ว 2 คน และล่าสุดเหตุลอบวางระเบิดทหารเสียชีวิต 6 นาย บาดเจ็บ 4 นาย ที่ อ.ทุ่งยางแดง ซึ่งเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ความไม่สงบและยังเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้มีอิทธิพลที่ค้าอาวุธสงครามและยาเสพติด ถือเป็นท่อน้ำเลี้ยงให้กับกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ จากการตรวจสอบพบว่าเหตุรุนแรงส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับคดียาเสพติด ส่วนคดีความมั่นคงมีเพียง 9 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น

ส่วนที่ รพ.ปัตตานี นายจิตรพัฒน์ ไกรฤกษ์ รองราชเลขาธิการในพระองค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อัญเชิญดอกไม้และสิ่งของพระราชทานไปมอบให้กับทหารกล้าที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดในพื้นที่ อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี จำนวน 3 นาย ประกอบด้วย พลทหารวุฒิชัย ณ พัทลุง ส.อ.วุฒิพงศ์ เรืองพุทธ และ ส.ท.นครินทร์ อึ่งฮง เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ จากนั้นในช่วงบ่ายนายจิตรพัฒน์ ได้อัญเชิญดอกไม้และสิ่งของพระราชทานไปมอบให้แก่พลทหารเจะอามีน หะยีมะลา ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์เดียวกัน ที่ รพ.ศูนย์ยะลา นอกจากนี้ วันเดียวกัน พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 ได้เรียกประชุมหน่วยความมั่นคงในพื้นที่ กำชับให้ดูแลความปลอดภัยพระสงฆ์อย่างเข้มงวดตลอด 24 ชม. หลังพระสงฆ์ตกเป็นเป้าถูกทำร้ายมากขึ้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 20 พ.ค. มีมติอนุมัติการขอรับการสนับสนุนงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ปีงบประมาณ 2560 วงเงิน 599,911,071 บาท ตามมติคณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (คปต.) ที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เสนอเพื่อใช้ใน 9 โครงการ ได้แก่ 1.โครงการบูรณาการจัดทำฐานข้อมูลกลางด้านความมั่นคงจังหวัดชายแดนใต้ วงเงิน 11,236,000 บาท 2.โครงการถ่ายภาพถ่ายทางอากาศ 9,625,700 บาท 3.การจัดตั้งชุดคุ้มครองหมู่บ้าน (ชคต.) เพิ่มเติม 60 ตำบล 396,551,200 บาท

4.โครงการประชารัฐญาลันนันบารู ของกอ.รมน. เพื่อแก้ปัญหายาเสพติดพื้นที่เป้าหมาย 1,300 หมู่บ้าน 33,239,783 บาท 5.โครงการเร่งรัดติดตามความคืบหน้าคดีความมั่นคง 10,283,000 บาท 6.โครงการพัฒนาหมู่บ้าน ชุมชนเข้มแข็ง มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน 24,435,025 บาท 7.โครงการจัดซื้อแพขนานยนต์ เพื่อการค้าเศรษฐกิจระหว่างไทยกับมาเลเซีย ของ อบจ.นราธิวาส 9,000,000 บาท 8.โครงการขับเคลื่อนการมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคมในการแก้ปัญหาชายแดนภาคใต้ 80,000,000 บาท 9.โครงการงานขับเคลื่อนภารกิจของสำนักงาน คปต. ส่วนหน้า และสำนักเลขานุการ คปต. 25,540,363 บาท