วันอาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รายได้มหาศาลอยู่ในนั้น! ทำไมคนดัง ดารา ควรให้ความสำคัญ FB มากกว่า IG

ไม่เพียงแต่สื่อมวลชนต้องปรับตัว ในฐานะที่เป็นผู้ส่งสารหรือคอนเทนต์ที่คนสนใจ แต่เมื่อโลกดิจิทัลเข้ามามีอิทธิพลมากขึ้นในทุกวินาทีของเราตลอด 24 ชั่วโมง ไม่เว้นแม้แต่เหล่าเซเลบดาราก็ต้องปรับตัวเช่นกัน ไม่ใช่แค่เป็นแม่เหล็กดึงดูด ทุกอิริยาบถ ทุกย่างก้าว ทุกอย่างพร้อมเป็นคอนเทนต์ได้เสมอ

แต่วันนี้พวกเขากลายเป็นคนส่งคอนเทนต์ หรือเป็นสื่อเองด้วยซ้ำผ่านโซเชียลมีเดียอย่างเฟซบุ๊ก อินสตาแกรม และอีกหลากหลายเครื่องมือวิเคราะห์ในเชิงการตลาดจากประสบการณ์ของ จิณณ์ เผ่าประไพ ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ บริษัท CJ WORX ครีเอทีฟ ดิจิทัล เอเจนซี่ บริษัทที่คว้ารางวัลมาแล้วมากมายสะท้อนเรื่องนี้ว่า แบรนด์ต่างๆ วิเคราะห์พฤติกรรมของเหล่าเซเลบดาราเหล่านั้น จากบุคลิก ไลฟ์สไตล์ที่สอดคล้องกับแบรนด์ อาทิ แบรนด์เครื่องสำอางหญิง กลุ่มเป้าหมาย A , B+ ดาราเซเลบที่เลือกมาเป็นพรีเซ็นเตอร์ก็ต้องเป็นที่รู้จัก มีไลฟ์สไตล์ที่ดูดี ดูแพง มีราคา กลุ่มแฟนคลับของดาราคนนั้นเป็นกลุ่มเป้าหมายที่อยากให้ซื้อสินค้าและบริการเหล่านี้

“เมื่อเป็นเช่นนี้แฟนคลับของเหล่าเซเลบดาราเหล่านี้คือกลุ่มเป้าหมายที่แบรนด์คิดว่าคือลูกค้าที่จะซื้อสินค้าพวกเค้า ดังนั้นดาราเซเลบจึงตอบโจทย์ด้วยการใช้โซเชียลมีเดียของตัวเองในการสื่อสาร ซึ่งเหตุผลว่าทำไม ดาราเซเลบถึงมีอินสตราแกรมมากกว่ามีเฟซบุ๊ก เพราะอินสตาแกรมทำหน้าที่ในการโชว์ภาพ และไลฟ์สไตล์ของตัวเอง แสดงบุคลิกของตัวเองหรือมุมมองความคิดของเขาเหล่านั้นผ่านภาพ แต่ในกลับเฟซบุ๊กก็มีการลงภาพเช่นกัน แต่วัตถุประสงค์ต่างกัน เพราะในเฟซบุ๊กจะเน้นให้ส่วนร่วม มากกว่ากดไลค์ อยากให้กดเลิฟ แต่คือการสนทนา การคอมเมนต์และแชร์เฟซบุ๊กของเหล่าดาราด้วย”

จนถึงวันนี้ ผู้ก่อตั้งบริษัทชื่อดังยอมรับว่า ทางแบรนด์ต่างๆ ที่สนใจในแฟนคลับของเหล่าเซเลบดารา มีความต้องการเพิ่มเติมนอกจากบุคลิกที่ตรงกับแบรนด์ มีแฟนคลับที่หวังเป็นลูกค้าแบรนด์ในอนาคตนั่นคือ เกณฑ์พิจารณาเลือกเหล่าเซเลบดาราจากจำนวนยอด FOLLOWER ใน INSTAGRAM ต้องมีคนติดตามหลายแสนคนจนถึงล้าน ซึ่งขณะนี้ดาราส่วนใหญ่มีไอจีกันแล้วทั้งนั้น

“แต่ความต้องการของแบรนด์ที่เพิ่มขึ้นอีกขั้นคือ ดาราที่เลือกมานั้น ต้องมีช่องทางในเฟซบุ๊กด้วย โดยจะเป็น FANPAGE ของดาราคนนั้น หรือเป็นเพจรายการของดาราคนนั้นก็ได้ แต่ในส่วนของเฟซบุ๊กส่วนบุคคล (PERSONAL FACEBOOK) นั้นทางแบรนด์ไม่สนใจ เนื่องจากไม่สามารถบูสโพสต์หรือซื้อโฆษณาทางเฟซบุ๊กเพื่อช่วยเพิ่มให้คนเห็นโพสต์เหล่านั้นได้”

ดาราถึงมีอินสตาแกรมมากกว่าเฟซบุ๊ก ก็เพราะ....ผู้บริหารดิจิทัลเอเจนซี่ชื่อดัง อธิบายต่อไปว่า ในเมื่อไอจีดารา เซเลบมีกันอยู่ทุกคนอยู่แล้ว แต่เฟซบุ๊กไหนจะเพิ่มยอดแฟนเพจให้มากๆ ไหนจะคนเห็นในจำนวนจำกัด จะต้องเงินบูสโพสต์ถึงจะได้แฟนเพจเพิ่ม มีคนเห็นคอนเทนต์มากขึ้น เรียกว่ายุ่งยาก เมื่อเทียบกับอินสตราแกรม ที่โพสต์เดียวจบ ยิ่งให้ดารา FACEBOOK LIVE ด้วยแล้ว เรื่องนี้มองลึกลงไปอีกว่า ยิ่งเป็นขั้นตอนซับซ้อนมากขึ้น

“FACEBOOK LIVE แต่ละครั้ง ต้องมีการเตรียมการ ทั้งเนื้อหาที่จะพูด สิ่งที่จะต้องทำ ระยะเวลาในการไลฟ์ เรียกว่า อย่างรายการดังๆ ที่เตรียมการมาอย่างดี ยังเงียบเหงาเลย อย่างรายการประกวดร้องเพลงไม่เห็นหน้าชื่อดัง ในช่วงสัปดาห์แรกๆ ก็มีการไลฟ์ผ่านเฟซบุ๊ก แต่คนดูกลับเงียบเหงา จนต้องมีการโปรโมตผ่านรายการทีวีปกติ คนจึงเริ่มสนใจ แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือ พฤติกรรมของผู้บริโภคส่วนใหญ่ ยังติดกับระบบเดิมๆ คือ การรู้ช่วงเวลาที่แน่นอน ถ้าเฟซบุ๊กไลฟ์ทุกวันพฤหัสบดีเวลา 2 ทุ่ม บ่อยๆ ครั้ง ผู้บริโภคจะเริ่มรับรู้ ก็เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้เกิดการติดตาม แต่ทั้งนี้ยังมีหลายปัจจัย โดยสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ เนื้อหาที่จะไลฟ์นั่นเอง”

ท้ายสุดแล้ว ในฐานะดิจิทัลเอเจนซี่ ที่ต้องเป็นคนกลางระหว่างแบรนด์ และเหล่าเซเลบดาราในการช่วยเพิ่มพลังดึงดูดในการอยากใช้สินค้าและบริการ ก็ยืนยันว่า อยากให้เหล่าเซเลบดารามีเฟซบุ๊กแฟนเพจของตัวเองกัน เพราะเมื่อเปรียบเทียบการเข้าไปวิเคราะห์ข้อมูลหลังบ้านของอินสตราแกรมแล้ว ไม่สามารถรู้ได้เลยว่า คนที่กดเลิฟหรือหัวใจกับภาพนั้นๆ เป็นเพศไหน อายุเท่าไหร่ มีความสนใจเรื่องอะไรอื่นใดบ้าง อยู่ที่ไหน จังหวัดอะไร ซึ่งต่างกับเฟซบุ๊ก ซึ่งสามารถทราบข้อมูลเหล่านี้ เพื่อที่จะสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายได้ตรงจุดกว่า

“ทุกวันนี้ไอจี ในฐานะเอเจนซี่ได้แค่ใช้งบประมาณไปกับจำนวน FOLLOWERS ของไอจีดาราเท่านั้น แต่ไม่สามารถวิเคราะห์อะไรกับกลุ่มคนเหล่านั้นได้เลย ไม่ทราบว่าพวกเขาคือใคร และใช่กลุ่มเป้าหมายกับแบรนด์สินค้านั้นๆ หรือเปล่า ที่ยากกว่านั้นคือ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่า งบประมาณเท่าไหร่ จะเข้าถึงแฟนคลับของดาราในไอจีได้จริงๆ เพราะมีแค่ยอดคนติดตามเป็นตัวยืนยันเท่านั้น ซึ่งในความเป็นจริง ก็ไม่ใช่ทุกคนที่ติดตามได้เห็นภาพนั้นๆ”

แต่ในมุมกลับกัน จิณณ์ มองว่า หากดาราเซเลบมีเฟซบุ๊กแฟนเพจเป็นของตัวเองแล้ว ดาราก็ไม่จำเป็นต้องถ่ายสินค้าหรือถือสินค้าแบบเดิมๆ เหมือนในไอจี ที่เป็นการขายของแบบตรงๆ ซึ่งเห็นชัดว่าการกดหัวใจให้รูปเหล่านั้นจะลดน้อยกว่ารูปปกติไลฟ์สไตล์ของพวกเขา แต่กลับสามารถแชร์คลิปวิดีโอจากแบรนด์ที่มีแนวความคิดสอดคล้องกับตัวดาราเอง สามารถแชร์คอนเทนต์เหล่านั้นออกไป สร้างปฏิสัมพันธ์คุยตอบโต้กันได้มากกว่าในไอจี และใกล้ชิดกับแฟนคลับมากกว่าด้วย

ทั้งหมดนี้จึงเป็นสิ่งที่เหล่าดาราเซเลบที่ผันตัวกลายเป็นสื่อเองในวันนี้ กำลังต้องปรับตัว เพราะเทคโนโลยีมาไวไปไว แต่หากใครช่วงชิงพื้นที่ได้ก่อนนั้น คือผู้ที่ได้เป็นเจ้าตลาดก่อนนั่นหมายถึง รายได้มหาศาลที่เข้ามา เพียงแค่กดโพสต์ภาพบางภาพ หรือสเตตัสบางอย่าง หรือคลิปวิดีโอบางชิ้น รายได้ก็วิ่งเข้ากระเป๋าแบบชนิดที่มนุษย์เงินเดือนต้องทำงานทั้งเดือนเลยทีเดียว