วันพฤหัสบดีที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รากโคนเน่า...ทุเรียน

โดย สะ-เล-เต



ฤดูฝนเป็นธรรมดาที่มักจะเกิดโรคเน่า เนื่องจากฤดูกาลเป็นใจให้เชื้อราเติบโตได้ดี กรมวิชาการเกษตรเตือนเกษตรกรสวนทุเรียนให้คอยสังเกตเฝ้าระวัง...โรครากเน่าและโคนเน่า

รากเน่า สังเกตได้จากใบปลายกิ่งสีซีด เหี่ยวลู่ลง ไม่เป็นมันเงา หากรุนแรงใบจะเหลืองและหลุดร่วง เมื่อขุดดูที่รากฝอยจะเปื่อยยุ่ย มีสีน้ำตาล และหลุดง่าย กรณีโรครุนแรงจะเน่าลามไปยังรากแขนงและโคนต้น ทำให้ต้นโทรมและยืนต้นตาย...กิ่ง ลำต้น โคนต้นเน่า เริ่มแรกใบเหลืองบางกิ่ง จะเห็นคล้ายคราบน้ำบนผิวเปลือก ช่วงอากาศแห้งถ้าใช้มีดถากบริเวณคราบน้ำจะพบเนื้อเยื่อเปลือกและเนื้อไม้เป็นแผลสีน้ำตาล และแผลลุกลามขยายใหญ่จนรอบโคนต้น ทำให้ใบร่วงจนหมดต้นและยืนต้นแห้งตาย...ใบเน่า ใบจะช้ำดำตายนึ่งคล้ายถูกน้ำร้อนลวก และใบไหม้แห้งคาต้นอย่างรวดเร็ว จะพบมากในช่วงฝนตกรุนแรงต่อเนื่องหลายวัน

หากเริ่มพบใบเป็นโรค ให้ตัดแต่งส่วนที่เป็นโรคไปเผาทำลายนอกแปลง พ่นสารให้ทั่วทรงพุ่มด้วย เมทาแลกซิล 25% ดับเบิลยูพี อัตรา 30-50 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ ฟอสอีทิล–อะลูมิเนียม 80% ดับเบิลยูพี อัตรา 30-50 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร/

พบต้นที่มีอาการใบสีซีด ไม่เป็นมันเงา ใบเหลืองและหลุดร่วง ให้ใช้ ฟอสโฟนิก แอซิด 40% เอสแอล ผสมน้ำสะอาด อัตรา 1 : 1 ใส่กระบอกฉีดยาฉีดเข้าลำต้น จากนั้นราดดินด้วย ฟอสอีทิล–อะลูมิเนียม 80% ดับเบิลยูพี อัตรา 30-50 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ เมทาแลกซิล 25% ดับเบิลยูพี อัตรา 30-50 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร

พบอาการโรคบนกิ่งหรือโคนต้น ให้ถากหรือขูดผิวเปลือกบริเวณที่เป็นโรคออก แล้วทาแผลด้วย ฟอสอีทิล–อะลูมิเนียม 80% ดับเบิลยูพี อัตรา 80-100 กรัมต่อน้ำ 1 ลิตร หรือ เมทาแลกซิล 25% ดับเบิลยูพี อัตรา 50-60 กรัมต่อน้ำ 1 ลิตร หรือ เมทาแลกซิล+แมนโคเซบ 65% ดับเบิลยูพี อัตรา 100 กรัมต่อน้ำ 1 ลิตร ทาทุก 7 วันจนกว่าแผลจะแห้ง หรือใช้ ฟอสโฟนิก แอซิด 40% เอสแอล ผสมน้ำสะอาด อัตรา 1 : 1 ใส่กระบอกฉีดยาฉีดเข้าลำต้นหรือกิ่งในจุดตรงข้ามที่เกิดโรค หรือส่วนที่เป็นเนื้อไม้ดีใกล้บริเวณที่เป็นโรค ในอัตรา 20 มิลลิลิตรต่อต้น

และหมั่นตรวจกำจัดวัชพืชในแปลงและรอบแปลงปลูกอย่างสม่ำเสมอ ทำแปลงให้มีการระบายน้ำที่ดี ไม่ให้มีน้ำท่วมขัง ตัดแต่งทรงพุ่มให้โคนต้นโปร่ง อากาศถ่ายเทสะดวก แสงแดดส่องถึง และไม่ควรทำให้รากหรือลำต้นเกิดแผล เพราะจะเป็นช่องทางให้เชื้อราสาเหตุโรคเข้าทำลายได้ง่าย.

สะ–เล–เต