บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

20 กองทุนยักษ์ฟังข้อมูลไทย

วันนี้และพรุ่งนี้ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จัดงานช้าง Thailand’s Big Strategic Move เชิญผู้จัดการกองทุนชั้นนำทั่วโลกจากสหรัฐฯ ยุโรป เอเชีย รวมมูลค่ากองทุนกว่า 258 ล้านล้านบาท เข้ามารับฟังข้อมูลประเทศไทยจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯฝ่ายเศรษฐกิจโดยตรง หวังกระตุ้นให้เกิดการลงทุนใน “ระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก” หรือ EEC ที่เป็นความหวังใหม่ของเศรษฐกิจไทยภายใต้นโยบาย “ไทยแลนด์ 4.0”

ก็ถือเป็นครั้งแรกที่ นายกรัฐมนตรีไทย ได้พูดกับ ผู้จัดการกองทุนต่างประเทศระดับโลกโดยตรง ถึงข้อมูลเศรษฐกิจไทยและอนาคตของประเทศไทย

09.20 น. วันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะกล่าวเปิดงาน ต่อด้วย ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯฝ่ายเศรษฐกิจ พูดเรื่อง Thailand Strategic Move และ ดร.อุตตม สาวนายน รัฐมนตรีอุตสาหกรรม พูดเรื่อง Thailand Gateway:Eastern Economic Corridor (EEC) ช่วงบ่ายเป็น คุณอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีคลัง ต่อด้วยการเสวนาให้ข้อมูลของบริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่ เช่น การบินไทย การท่าอากาศยาน ปตท. ธนาคารกรุงเทพ ไทยเบฟ เจริญโภคภัณฑ์ เป็นต้น

คุณเกศรา มัญชุศรี กรรมการผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ บอกว่า นับเป็นครั้งแรกที่ นายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นผู้นำทีม ครม.เศรษฐกิจ เสนอ ความน่าสนใจของประเทศไทยและตลาดทุนไทย แก่นักลงทุนสถาบันไทยและต่างประเทศ เพื่อให้นักลงทุนเห็นภาพรวมนโยบาย และความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรมภายใต้โมเดล “ไทยแลนด์ 4.0” รวมถึง ความน่าสนใจของระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก ใน 10 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย

ดร.สันติ กีระนันทน์ รองผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ เปิดเผยว่า ผู้จัดการ 20 กองทุน ที่เข้ามารับฟังข้อมูลจากผู้นำไทยครั้งนี้ มีสินทรัพย์สุทธิอยู่ภายใต้การบริหารรวม 7.66 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 258 ล้านล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 80–90% ของกองทุนต่างชาติที่เข้ามาฟังข้อมูลประเทศไทยในครั้งนี้ ใหญ่กว่าจีดีพีประเทศไทยหลายเท่า

ดร.สันติ บอกว่า ความพิเศษของการจัดงานครั้งนี้ก็คือ มีนัดพิเศษที่เป็นไพรเวทมีตติ้ง ระหว่าง ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ดร.พิชิต อัคราทิตย์ รัฐมนตรีช่วยคมนาคม กับ ผู้จัดการกองทุน 20 กองทุน เพราะใน 3 ปีข้างหน้าไทยจะมีการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง ถ้าผู้จัดการลงทุนเหล่านี้มีความเข้าใจมากขึ้น ก็จะตัดสินใจมาลงทุนได้

ผมคิดว่า คำถามหนึ่ง ที่ ผู้จัดการกองทุนระดับโลก คงอยากถามให้กระจ่าง เช่นเดียวกับคนไทยและนักลงทุนไทย ก็คือ โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย–จีน ทำไมรัฐบาลไทยต้องใช้อำนาจพิเศษยกให้จีน ใช้ ม.44 ยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายไทยอีกหลายฉบับ แล้วโครงการเมกะโปรเจกต์อื่นๆรัฐบาลไทยจะใช้นโยบายเดียวกันนี้หรือไม่ เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมกัน

เป็นคำถามที่ยาก แต่รัฐบาลก็ต้องตอบนักลงทุนสถาบันระดับโลกให้กระจ่าง

การจัดงานแบบนี้ เป็นบทบาทสำคัญหนึ่งของตลาดหลักทรัพย์ เพื่อส่งเสริมและพัฒนาตลาดทุนไทยให้เป็นที่รู้จักของกองทุนระดับโลก ถ้าการ แก้ไข พ.ร.บ.หลักทรัพย์ เพื่อจัดตั้งกองทุนส่งเสริมการพัฒนาตลาดทุน ที่เพิ่งปิดรับฟังความคิดเห็นไปเมื่อวานนี้ จะแยกบทบาทนี้ออกจากตลาดหลักทรัพย์ แล้ว จัดตั้งกองทุนมาทำเรื่องนี้โดยตรง ผมคิดว่าคงจะไม่เวิร์ก ไม่เหมือนทำเองในหน่วยงานเดียวกัน

ผมคิดว่า กองทุนส่งเสริมการพัฒนาตลาดทุน น่าจะ เปลี่ยนบทบาท ไปเป็น การส่งเสริมพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ให้กับ ตลาดหลักทรัพย์ จะเป็นประโยชน์มากกว่า

ในฐานะนักลงทุนคนหนึ่ง ผมก็อยากเห็น ก.ล.ต. และ ตลาดหลักทรัพย์ รวมมือกัน ทำให้ตลาดหุ้นไทยมีความน่าลงทุนมากขึ้น มีหลักทรัพย์ให้ลงทุนมากขึ้น ทุกวันนี้การลงทุนกระจุกอยู่ในหุ้นไม่กี่สิบตัว ทั้งที่ตลาดมีหุ้นตั้ง 500 กว่าตัว การพัฒนาความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ จึงสำคัญไม่แพ้การส่งเสริมในแง่การตลาดอย่างเดียว.

“ลม เปลี่ยนทิศ”