วันศุกร์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์ ตัวอย่างของการฝันหวาน

โดย ซูม

เมื่อเช้าตรู่วันจันทร์ที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุสลดใจอย่างใหญ่หลวงขึ้นที่สถานีรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงก์บ้านทับช้าง อันเนื่องมาจากสุภาพสตรีวัย 31 ปี ที่ตั้งครรภ์แล้ว 6 เดือน ได้พลัดตกลงสู่รางรถขณะยืนรอ และได้ถูกรถไฟฟ้าพุ่งเข้าทับจนเสียชีวิตเป็นข่าวใหญ่ของหนังสือพิมพ์ทุกฉบับ

ในฐานะผู้โดยสารรถไฟฟ้าสายนี้เป็นประจำคนหนึ่ง ผมขอแสดงความเสียใจอย่างยิ่งแก่ครอบครัวและญาติมิตรของสุภาพสตรีผู้โชคร้ายรายดังกล่าวไว้ ณ ที่นี้

2-3 ปีมานี้ผมกลายเป็นผู้โดยสารรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงก์หรือที่ชาวบ้านเรียกกันย่อๆว่า “แอร์พอร์ตลิงก์” สัปดาห์หนึ่งใช้บริการ ถึง 4-5 วัน เลยทีเดียว เพราะทุ่นเวลากลับบ้านของผมได้อย่างมาก

ช่วงค่ำๆ พอเลิกงานที่ไทยรัฐแล้วผมก็จะเดินไปขึ้นรถไฟฟ้าบีทีเอสที่หลังโรงพิมพ์ เพื่อไปต่อแอร์พอร์ตลิงก์ที่สถานีพญาไท สู่สถานีหัวหมาก แล้วก็ต่อรถเมล์ไปบางกะปิบ้านผม ซึ่งอยู่ไม่ไกลนัก

ทำให้ผมคุ้นเคยกับสถานีรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์ ต่างๆ บนเส้นทางผ่านอย่างดียิ่ง ท่องได้คล่องเลยพญาไท-ราชปรารภ-มักกะสัน-รามคำแหง-หัวหมาก-บ้านทับช้าง-ลาดกระบัง-สุวรรณภูมิ

ตลอดเวลา 2 ปีเศษ ที่ผมใช้แอร์พอร์ตลิงก์จะต้องยืนโหนและเบียดเสียดเป็นปลากระป๋องอยู่เสมอนานๆครั้งจึงจะมีโอกาสได้นั่ง

ผู้โดยสารที่น่าสงสารที่สุดได้แก่นักท่องเที่ยวที่จะกลับไปขึ้นเครื่องบินที่สุวรรณภูมินั่นแหละครับ เพราะเขามักจะมีกระเป๋าพะรุงพะรัง มาด้วย เพราะจะต้องแบกหรือดันกระเป๋าขึ้นมาเบียดเสียดกับผู้โดยสารไทยที่ยืนจนล้นกันอยู่แล้ว

โดยวัตถุประสงค์แล้วรถไฟสายนี้ควรเป็นของนักท่องเที่ยวเพราะเราลงทุนเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวโดยตรงในอันที่จะช่วยเขาให้สามารถเดินทางเข้าสู่ตัวเมืองชั้นในอย่างสะดวกสบายจากสนามบินสุวรรณภูมิ

แต่พอเปิดใช้ไปๆกลายเป็นพวกเราชาวไทยที่เข้ามาทำงานตอนเช้าและกลับบ้านตอนเย็นตอนค่ำเสียมากกว่าที่มาใช้บริการ ส่งผลให้นักท่องเที่ยวต้องกลายเป็นชนกลุ่มน้อยในห้วงเวลาดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม ผู้โดยสารที่ว่าแน่นหนักหนาก็มักจะเกิดขึ้นเฉพาะในช่วงชั่วโมงเร่งด่วนเช้ากับเย็นเท่านั้น ในช่วงเวลาอื่นๆ น่าจะโล่งพอสมควรทำให้ยอดเฉลี่ยผู้โดยสารแต่ละวันยังไม่เป็นตามเป้า

ตอนจะลงทุนสร้างใหม่ๆคาดว่าจะมีผู้โดยสารเฉลี่ยวันละ 95,000 คน แต่ทุกวันนี้เฉลี่ยแล้วประมาณวันละ 58,000 คน เท่านั้น

ทำให้โครงการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงก์ ที่ลงทุนไป 25,907 ล้านบาท เป็นโครงการที่ขาดทุน (ยับเยิน) อีกโครงการหนึ่ง

ที่พลาดเป้าอย่างจัง คือเรื่องนักท่องเที่ยวนั่นแหละ เพราะมีนักท่องเที่ยวใช้น้อย ทำให้ขบวนพิเศษที่เป็น รถด่วน เก็บค่าโดยสารแพงหน่อย ต้องเลิกราไปหลังเปิดใช้เพียงไม่กี่ปี

ในขณะที่สถานี มักกะสัน ที่ออกแบบไว้ใหญ่โตมาก หวังจะให้เป็นสถานี “เช็กอิน” ผู้โดยสารต่างประเทศสามารถเช็กตั๋วเครื่องบิน เช็กกระเป๋าขึ้นเครื่องได้ที่นี่เลย

ก็ปรากฏว่ามีการบินไทยมาลองใช้บริการอยู่แผล็บเดียว ในที่สุดก็ไม่เวิร์ก ไม่มีคนใช้ ต้องเลิกบริการเช็กตั๋ว เช็กกระเป๋าที่ว่านี้ไปในที่สุด

ทำให้สถานีมักกะสันกลายเป็นสถานีร้าง ห้องโถงที่สร้างเตรียมไว้ฝุ่นเขรอะไปหมด ไม่ทราบว่าต้องสูญเปล่าในส่วนนี้ไปกี่พันล้านบาท

นี่เป็นอีกตัวอย่างของโครงการที่ขาดทุน เพราะการประเมินแบบปั่นตัวเลขเพื่อหาทางสร้างให้จงได้ และในที่สุดก็เกิดภาวะขาดทุนเป็นภาระของรัฐ ซึ่งก็คือประชาชนนั่นแหละที่จะต้องแบกรับต่อไป

ยังโชคดีที่มีพี่น้องชาว กทม.ฝั่งตะวันออกมาช่วยใช้บริการวันละหลายหมื่นคน ถือเป็นการต่อลมหายใจให้แก่รถไฟสายนี้ และช่วยทำให้รถไฟสายนี้แม้จะขาดทุนแต่ก็ยังถือว่าได้ทำประโยชน์แก่สังคมไทยบ้าง

แต่กระนั้นก็คงต้องตำหนิว่าเป็นโครงการที่เกิดจากความฝันเฟื่องเกินเหตุตั้งสมมติฐานเกินตัวหลายเรื่องเป็นบทเรียนสำหรับการจัดทำโครงการใหญ่ๆ ในลักษณะนี้ต่อไป

รวมทั้งโครงการรถไฟความเร็วสูงนั่นด้วย...ต้องมั่นใจแล้วนะว่าคำนวณทุกอย่างถูกต้องแล้วและจะไม่กลายเป็นโครงการที่มีบาดแผลแบบโครงนี้ในอนาคต.


“ซูม”