วันพุธที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

10 สุดยอดไฟหน้า รับประกันว่าว้าวแน่นอน

สิ่งจำเป็นที่สำคัญที่สุดในการขับขี่รถยนต์ยามค่ำคืน การขับรถผ่านสภาพอากาศที่ไม่ดีซึ่งมีทั้งหมอกควัน หรือขับฝ่าพายุฝนที่ตกอย่างหนักนั้น อุปกรณ์ชิ้นหนึ่งที่มีส่วนช่วยให้การขับขี่มีความปลอดภัยและสามารถไปถึงยังจุดหมายได้นั่นก็คือระบบไฟส่องสว่างของรถยนต์ เป็นเวลานานกว่า 100 ปีมาแล้วที่ไฟหน้าของรถยนต์ค่อยๆ ถูกพัฒนาขึ้น ในยุคแรกๆ จากการใช้ตะเกียงโคมไฟมาแขวนไว้ด้านหน้า จนมาถึงการคิดค้นหลอดไฟแบบฮาโลเจนที่ให้แสงสว่างได้มากกว่า สามารถเพิ่มมุมมองและทัศนวิสัยที่ดีให้กับการขับขี่

เวลาได้เดินทางมาถึงยุคของไฟหน้าแบบ Projector Xenon และหลอดไฟหรี่กลางวัน Daytime Running Lights ไฟหน้ากับไฟท้ายแบบ LED ที่เพิ่มอายุการใช้งานของหลอดให้ยาวนานยิ่งขึ้น สามารถครอบคลุมพื้นที่ในการมองมากกว่าหลอดไฟแบบฮาโลเจนถึง 3 เท่า และมีอายุการใช้งานมากกว่าหลอดไฟหน้าแบบเก่าถึง 5 เท่า

ระบบอิเล็กทรอนิกส์และไฟเบอร์ออฟติกที่ก้าวกระโดดในรถยนต์ยุคใหม่ ยังรวมไปถึงกล้องอินฟาเรดที่ช่วยให้ผู้ขับขี่มองเห็นวัตถุกีดขวางข้างหน้าเมื่อต้องขับรถในสภาพแสงที่มืดมิดของยามค่ำคืนได้อย่างชัดเจนอีกด้วย เมื่อสภาพอากาศไม่เป็นใจหรือขับรถในเวลาพลบค่ำ ไฟหน้าจะช่วยทำให้การมองเห็นดีขึ้น ปัจจุบันเทคโนโลยีของระบบส่องสว่างในรถยนต์ก้าวล้ำไปไกลมาก ทำให้เกิดการคิดค้นไฟหน้าที่ฉลาดหลักแหลม ช่วยลดภารกรรมของคนขับเมื่อต้องขับท่ามกลางความมืดได้ดีกว่าไฟรุ่นเก่า

หลอดไฟ LED ปรากฏในแผงวงจรครั้งแรกเมื่อปี 1962 ซึ่งโดยช่วงแรกๆ นั้น LED ให้ความเข้มแสงไม่มากนัก และมีใช้ในเฉพาะความถี่ในช่วงแสง infra-red ที่ไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่าได้ (ซึ่งเรายังคงเห็นรูปแบบการใช้งานในช่วงแสง infra-red นี้ตามอุปกรณ์ประเภทรีโมทคอนโทรลในเครื่องใช้ไฟฟ้าตามบ้านเรือนจนปัจจุบัน)

ต่อมาหลอดไฟแบบ LED ถูกพัฒนาให้สามารถเปล่งแสงที่มองเห็นได้ โดยแสงสีแดง ถูกคิดค้นขึ้นได้ก่อน แต่ก็ยังมีความเข้มแสงที่ต่ำอยู่ หลังจากนั้น LED ก็ถูกพัฒนาเรื่อยมาจนกระทั่งสามารถให้แสงที่ครอบคลุมย่านความถี่ตั้งแต่ infrared แสงที่มองเห็นไปจนถึงย่าน ultra violet หรือ UV หลังจากนั้น LED ก็ถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายในอุปกรณ์ไฟแสดงตามแผงควบคุมต่างๆ ในไฟแสดงตัวเลข seven segment และนาฬิกาดิจิตอล

ปัจจุบันหลอดไฟ LED ถูกพัฒนาไปไกลมาก เพื่อให้มีประสิทธิภาพด้านความเข้มแสงมากยิ่งขึ้น จึงทำให้เกิดการนำเอา LED มาใช้งานในการแสดงสัญญาณต่างๆ เช่น ไฟสัญญาณสำหรับการบิน ไฟสัญญาณจราจร ไฟหน้า ไฟท้าย และไฟเลี้ยวของรถยนต์ รวมถึงไฟหรี่ในเวลากลางวัน หรือ LED Daytime Running Lights

หลอดไฟแบบ LED มีข้อดีในหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านประหยัดพลังงาน ด้านอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่าหลอดไฟแบบอื่น การบำรุงรักษาที่ต่ำ ด้านความทนทานของตัวหลอดเอง และขนาดก็เล็กมากเมื่อเทียบกับหลอดไส้อย่างเดิม ทั้งยังปิดเปิดง่ายขึ้นแล้ว นักวิจัยและบริษัทต่างๆ จึงมุ่งเน้นพัฒนาประสิทธิภาพด้านความเข้มแสงหรือความสว่างให้สูงขึ้นไปอีก เพื่อนำเอา LED มาใช้เป็นหลอดไฟส่องสว่างสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน

ในอนาคตอันใกล้ เมื่อต้นทุนการผลิตหลอดไฟ LED ต่ำลง หลอดไฟ LED จะเข้ามาแทนที่หลอดไฟแบบเก่าอย่างแน่นอน 

1. Suzuki Swift RX II
รถอีโคคาร์ราคาสัมผัสได้จาก Suzuki รุ่น Swift RX II มีไฟหน้าแบบมัลติรีเฟคเตอร์ โคมไฟหน้าใช้พลาสติกใสครอบทับ รวมถึงเลนส์ไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์ ที่ลอกเลียนแบบการทำงานมาจากเครื่องฉายภาพโปรเจคเตอร์ เพื่อแก้ปัญหาความฟุ้งกระจายของลำแสง แม้จะไม่แหล่มหรือแรงเท่ากับไฟหน้า LED ในรถยนต์บางรุ่น แต่ไฟหน้าของ Suzuki RX II ก็ให้ความสว่างที่ดีกว่าไฟแบบเดิม รวมถึงความสวยงามและราคาค่าตัวของโคมไฟหน้าที่แพงขึ้นมาก

2. Honda New Civic RS & Civic hatchback 5 Door
New Civic RS & Civic hatchback 5 Door ติดตั้งไฟหน้าแบบ Full LED โคมด้านบนสุดเป็นแนวของไฟเลี้ยว LED จำนวน 12 หลอด ต่ำลงมาเป็นระบบไฟส่องสว่างเวลากลางวันแบบ LED เมื่อขับใช้งานตอนกลางคืน ไฟหน้าแบบ Full LED จำนวน 9 หลอด ให้ความสว่างได้ดีกว่าหลอดไฟหน้าแบบเก่า ความสว่างแม้จะไม่เท่ากับรถยุโรปราคาแพง แต่ก็มีความสวยงามทันสมัยและใช้งานได้ดีกว่าเดิม 

3. Volvo V40 Projector Xenon
กรอบโคมไฟหน้า LED สุดเท่ของ Volvo V40 รุ่น Minor change 2016 ที่มีชื่อว่า Thor’s Hammer หรือค้อนของเทพเจ้าทอร์ ส่วนรุ่นก่อนไมเนอร์เชจน์นั้น V40 ติดตั้งไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์ซีนอนที่สว่างสุดๆ กำลังในการส่องสว่างโดยเฉพาะไฟสูงนั้นแรงมาก เมื่อยกไฟสูงเพื่อสำรวจตรวจสอบเส้นทางที่มืดมิด V40 ทุกรุ่นก่อนการปรับโฉมใช้ไฟหน้าแบบ Projector Xenon ปรับมุมองศาการหักเห ตามการเลี้ยวของพวงมาลัย เป็นไฟหน้าที่แม้จะไม่ใช่หลอด LED แต่มีกำลังในการส่องสว่างเหลือร้าย เหมาะกับการขับรถในที่มืดปราศจากแสงไฟ อย่าลืมตบไฟต่ำเมื่อมีรถสวนมาไม่งั้นไฟแรงสูงของ V40 จะทำให้เขามองไม่เห็นทางนะครับ

4. Mercedes Benz CLS250d AMG Dynamic intelligent light system
ความมหัศจรรย์ของระบบส่องสว่างแบบใหม่ภายใต้แบรนด์สัญลักษณ์ตราดาว Mercedes Benz CLS 250d AMG Dynamic มีระบบไฟหน้าที่ก้าวล้ำนำอนาคตไฟหน้าของ CLS เป็นแบบ LED intelligent light system พร้อมระบบปรับองศาโคมไฟหน้าตามการหักเลี้ยวของพวงมาลัย Active Light system ระบบเพิ่มกำลังส่องสว่างขณะเลี้ยวโค้ง cornering light ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ adaptive highbeam assist

intelligent light system ใน CLS 250d ฉลาดหลักแหลมมากพอที่จะปรับไฟหน้าสูง-ต่ำให้แบบอัตโนมัติ ไฟหรี่กลางวัน LED Daytime running light ไฟเลี้ยวที่กระจกมองข้างและที่โคมไฟหน้าและโคมไฟท้าย ซึ่งแรงแบบทะลุมิติมองเห็นกันทั้งตำบล ยกไฟเลี้ยวแต่ละครั้ง หากมีป้ายจราจรหรือป้ายอะไรก็ตามที่สะท้อนแสง ความแรงของไฟจะทำให้ทุกคนบนถนนมองเห็นรถคุณทั้งหมดจากความเจิดจ้าของระบบไฟ! ไฟเบรกดวงที่สามหลอด LED ไฟท้ายแบบ LED เทคโนโลยีไฟเบอร์ออฟติก ก็ยังแรงจนรถคันหลังแสบตากันเลยทีเดียว

5. BMW New Series-5 520d G30 Adaptive LED System
การทำงานร่วมกันระหว่างผู้ขับขี่และระบบไฟหน้าอัจฉริยะรวมถึงระบบอินฟาเรดได้กลายมาเป็นคลื่นลูกใหม่แห่งนวัตกรรมและเทคโนโลยีในการขับขี่ที่เริ่มเข้ามามีส่วนสำคัญและคอยช่วยเหลือทำให้อุบัติเหตุทางถนนในตอนกลางคืนลดปริมาณลง ระบบต่างๆ ที่กล่าวมาทั้งหมดมีความฉลาดขึ้นและสามารถตัดสินใจด้วยเองในการเปิด-ปิดระบบไฟส่องสว่าง รวมถึงการฉายไฟหน้าไปยังตำแหน่งที่ต้องการได้โดยผู้ขับแทบไม่ต้องปรับตั้ง หรือเปิดสวิตซ์เพื่อใช้งาน

ไฟหน้าของ New Series-5 520d รหัส G30 เมื่อขับรถในทางตรง เทคโนโลยี Adaptive LED แบบใหม่นี้จะช่วยหมุนแกนไฟหน้าเพื่อปรับเปลี่ยนมุมและทิศทางการส่องสว่างโดยอัตโนมัติรวมถึงการลดไฟสูงซึ่งทำงานร่วมแกนกับระบบอินฟาเรดที่คอยสอดส่องและตรวจจับรถที่แล่นสวนมา พัฒนาการของระบบส่องสว่างที่นำเทคโนโลยีทางทหารมาปรับใช้กับรถยนต์เพื่อวัตถุประสงค์เพียงอย่างเดียวคือการขับขี่ที่ปลอดภัยอย่างสูงสุดนั่นเอง

6. Audi R8 Laser Lights
นวัตกรรมระบบส่องสว่างแบบใหม่ของ R8 ประกอบด้วยโคมไฟแบบใหม่ที่มีชื่อว่า Laser High Beams มันคือการเติมเต็มเทคโนโลยีก่อนการปรับโฉมในรุ่นที่สองของโมเดลสปอร์ตเครื่องวางกลางจากแบรนด์ 4 ห่วง ไฟหน้า Laser High Beams ใช้ Laser Module จำนวน 1 ชุดต่อโคมไฟ 1 ข้าง โมดูลของระบบไฟชนิดนี้จะประกอบไปด้วย High Power Laser Diode จำนวน 4 ตัว เจ้า Laser Diode แต่ละตัวจะมีเส้นผ่าศูนย์กลางเล็กเพียง 300 ไมโครเมตร Laser Diode เป็นจุดกำเนิดของพลังแสงสีฟ้า มีความยาวคลื่น 450 นาโนเมตร โดยมีชุดแปลงกำลัง Converter แปลงจากสีฟ้าเป็นสีขาวที่อุณหภูมิสี 5,000 เคลวิน

การทำงานของระบบไฟส่องสว่างแบบใหม่ล่าสุดใน Audi R8 เมื่อความเร็วของรถสูงกว่า 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในพื้นที่ที่มีแสงสว่างน้อยหรือขับขี่ในเวลากลางคืน Laser Diode จะเริ่มทำงาน หมายความว่า Laser High Beams จะใช้แหล่งกำเนิดไฟสูงในรูปแบบอื่นคู่ขนานกับระบบไฟแบบใหม่ และถึงแม้ความเร็วจะต่ำกว่า 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ระบบไฟสูง Laser High Beams ก็ยังสามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ 

Laser High Beams ให้ความสว่างได้ไกลมากถึง 600-700 เมตร ไกลกว่าไฟสูงของ R8 รุ่นที่แล้วถึง 2 เท่า ซึ่งระบบไฟสูงแบบเก่ามีกำลังในการส่องสว่างได้ไกลแค่ 300 เมตรเท่านั้น ระบบไฟแบบใหม่ของ Audi R8 ยังทำงานภายใต้อุณหภูมิที่สูงหรือต่ำในทุกสภาพอากาศ และทุกๆ พื้นที่ ทั้งในเขตร้อนจัดแบบตะวันออกกลาง หรือเขตที่มีอากาศหนาวเย็นตลอดปี

7. Mercedes Benz New E-Class multibeam led headlights technology
Mertens Jane วิศวกรระบบไฟส่องสว่างของ Mercedes Benz อธิบายถึงระบบไฟส่องสว่าง multibeam led headlights technology ใน New E-Class ว่า ระบบไฟของรถรุ่นนี้มีการทำงานร่วมกันถึงสามแกนหลักๆ คือ องศาของพวงมาลัย เซนเซอร์ตรวจจับด้านหน้าและกล้อง โดยระบบจะปรับระดับความสูงของไฟ รวมถึงแบ่งช่องลดความแรงของไฟขณะที่มีรถวิ่งสวนมาในแบบอัตโนมัติ เพื่อไม่ทำให้ไฟหน้าไปแยงตา แต่ยังคงความสว่างในส่วนที่ไม่ส่องหรือแยงตารถคันอื่น

การปรับไฟแบบอัตโนมัติทั้งความเข้มและทิศทางของแสง ยังครอบคลุมสภาพเวดล้อมต่างๆ รวมถึงอุณหภูมิและสภาพอากาศ สำหรับไฟท้ายมีการออกแบบหลอด LED ใหม่ เพื่อให้แสงสว่างที่คมชัด แถมยังปรับระดับความแรงของแสงไฟท้ายและไฟเบรกแบบอัตโนมัติ เพื่อไม่ทำให้รบกวนรถยนต์คันอื่นๆ ขณะติดสัญญาณไฟจราจร

8. Lexus IS200t F-Sport
ไฟหน้า LED ของ IS200t รถซีดานเล็กที่แพงที่สุดในประเทศไทยนั้นมีเทคโนโลยีใหม่ติดตั้งมาให้ใช้งาน โคมไฟของมันประกอบไปด้วยหลอดไฟเลี้ยว LED จำนวน 7 ดวง ไฟหรี่กลางวันทรงหัวลูกศรที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของรถยนต์ Lexus ยุคใหม่ ไฟต่ำหลอด LED กับไฟสูงแบบโปรเจคเตอร์หรือ High-Intensity Discharge (HID) headlamps ที่ครอบคลุมการมองเห็นในยามค่ำคืน นอกจากจะสวยงามแล้ว ราคาค่าตัวของ IS200t เวอร์ชั่น F-Sport ยังทะลุเพดานไปไกลถึง 4 ล้านกว่าๆ นับเป็นซีดานไซส์เล็กที่มีไฟหน้าสวยแถมราคาก็ยังแพงแสบไส้แสบกระเป๋าอีกด้วย

9. Mazda 2 2017
ไฟหน้าของรถเล็กขับดีอย่าง Mazda 2 รุ่นไมเนอร์เชนจ์นั้นออกแบบโดยได้แรงบันดาลใจมาจากลูกตาของเสือชีตาห์ ภายในโคมไฟหน้าขนาดกะทัดรัดมีการบรรจุหลอดไฟหรี่ LED Daytime Running Lights ส่วนไฟต่ำและไฟสูงเป็นแบบ Projector การออกแบบที่เชื่อมโยงกับดวงตาของสัตว์นักล่าอย่างเสือชีตาห์ทำให้ไฟใหม่ใน Mazda 2 ไมเนอร์เชนจ์โดนใจลูกค้าไม่น้อยเลยทีเดียว 

10. BMW Series-7 740Li Laser Lights
ระบบไฟส่องสว่าง BMW Laserlight มีให้เลือกใช้ใน BMW i8 และใน BMW New Series-7 รุ่น 740Li เทคโนโลยี Laser Lights ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการส่องสว่าง กระจายลำแสงหรือบีบลำแสงในระดับสูงได้ถึงสองเท่า ซึ่งหมายความว่าคุณสามารถมองเห็นได้ไกลถึงสองเท่าเมื่อเทียบกับไฟหน้าทั่วไป และมีกำลังในการส่องสว่างยามค่ำคืนมากกว่าไฟหน้า LED ถึง 10 เท่า

BMW Laserlight ได้รับการออกแบบมาเพื่อป้องกันไม่ให้ลำแสงไปรบกวนรถยนต์คันอื่นๆ การทำงานควบรวมกับระบบนำทาง GPS ช่วยให้การหักเหแสงไปตามสภาพเส้นทางได้ดีขึ้น ระบบ Laserlight ไม่ได้เล็งลำแสงเลเซอร์ไปที่ถนน แสงเลเซอร์ที่สร้างขึ้นมาจะถูกยิงผ่านชุดของกระจกที่อยู่ภายในชุดไฟซึ่งสะท้อนโดยทำการรวมแสงทั้งหมดเข้าไปในเลนส์ ภายในเลนส์บรรจุฟอสฟอรัสซึ่งเป็นสารที่ทำปฏิกิริยากับแสง เมื่อแสงเลเซอร์สะท้อนลงในเลนส์จะมีปฏิสัมพันธ์กับฟอสฟอรัสซึ่งจะสร้างแสงสีขาวที่สว่างมากๆ แสงจะถูกลดความเข้มจากนั้นจะสะท้อนออกมาจากด้านหน้าของไฟหน้า ประโยชน์ที่แท้จริงก็คือกำลังของการส่องสว่างมากกว่าหลอด LED ถึง 10 เท่า!!

Laser Lights เป็นระบบไฟอันก้าวล้ำและมีประสิทธิภาพสูงจาก BMW เมื่อเทียบกับระบบไฟแบบดั้งเดิม Laser lights มีประสิทธิภาพมากกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ และเนื่องจากชุดไฟมีขนาดเล็ก Laser lights จึงเข้ามาช่วยทำให้นักออกแบบของ BMW Group สามารถลดขนาดของไฟหน้า เพิ่มประสิทธิภาพการออกแบบตัวถังเพื่อปรับปรุงระบบอากาศพลศาสตร์ของตัวรถให้ดีขึ้นกว่าเดิมได้อีกด้วย.

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th

Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom

https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/