วันอังคารที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เด็กรุ่นใหม่กับการใช้ไอที

ปัจจุบัน เราไม่อาจปฏิเสธได้ว่าอุปกรณ์อิเลกทรอนิกส์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต พัฒนาไปอย่างกว้างไกล ซึ่งนอกจากจะใช้ติดต่อสื่อสารระหว่างกันแล้ว ยังเป็นแหล่งรวมข้อมูลข่าวสารขนาดใหญ่ รวดเร็ว สมบูรณ์แบบทั้งภาพและเสียง จึงทำให้คนรุ่นใหม่มักนำอุปกรณ์เหล่านี้มาเป็นผู้ช่วยในการเลี้ยงลูก ซึ่งมีทั้งข้อดีและข้อเสีย จึงควรเลือกใช้อย่างเหมาะสม เพื่อจะได้เกิดประโยชน์สูงสุด

เด็กเล็กอายุ 0-3 ขวบ

หากพ่อแม่ให้ใช้เครื่องมือสื่อสารเหล่านี้ จะทำให้เขาไม่มีความคิดเป็นของตัวเอง มีพัฒนาการช้า และไม่เข้าสังคมกับใคร เพราะนั่งติดและหลงใหลไปกับแสง สี เสียงต่างๆ บนหน้าจอมือถือนั่นเอง ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว เด็กวัยนี้เป็นวัยที่ต้องการสิ่งที่มองเห็น จับต้องได้ และเป็นตัวอย่างที่ดีให้เขา ของเล่นที่ดีที่สุดในตอนนี้ก็คือ พ่อแม่ และคนในครอบครัว เนื่องจากเป็นวัยที่กำลังเรียนรู้สิ่งต่างๆ ควรชวนให้เด็กทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกัน เช่น ปั้นดินน้ำมัน รดน้ำต้นไม้ สอนให้เขารักต้นไม้ สอนให้รินน้ำให้คุณย่าดื่ม เมื่อได้รับคำชมเด็กก็จะเกิดความรู้สึกที่ดี เกิดความภูมิใจ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ ไอที ไม่สามารถทำได้ เพราะมนุษย์เป็นสัตว์สังคมที่ต้องมีการสื่อสารกัน พ่อแม่ควรค่อยๆ ปลูกฝังให้เขารู้จักการแบ่งปัน เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เป็นคนมีประโยชน์และมีระเบียบวินัย

หากจะใช้เครื่องมือเหล่านี้กับเด็กเล็ก ควรใช้เป็นสื่อกลางระหว่างพ่อแม่ ลูก ปู่ย่า ตายาย เช่น เปิดคลิปวิดีโอดูแล้วร้องเพลงไปด้วยกัน เป็นการสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัว หรือใช้เป็นแหล่งความรู้ก็ได้ แต่ผู้ใหญ่จะต้องตรวจสอบให้เรียบร้อยก่อน ไม่ว่าจะเป็นการเรียนภาษาอังกฤษ การร้องเพลง การ์ตูน เกมฝึกสมองต่างๆ หากจะเลือกคลิปวิดีโอก็เลือกเซฟให้เขาดูแบบออฟไลน์ และควรล็อกพาสเวิร์ดในการเข้าคอมพิวเตอร์ สำหรับเด็กที่อายุไม่ถึง 10 ปี เมื่อเด็กค่อยๆ โตขึ้น ก็สอนเรื่องความคิดสร้างสรรค์ ศิลปะ ดนตรี ซึ่งมีให้เลือกมากมาย เพียงแค่รู้จักเลือกสิ่งดีๆ ให้ลูก และแบ่งเวลาในการเล่นอินเทอร์เน็ตในแต่ละช่วงวัยอย่างเหมาะสม

นอกจากนี้ ไอที ยังมีประโยชน์สำหรับเด็กพิเศษอีกด้วย เพราะมีแอปพลิเคชันต่างๆ ที่ทำขึ้นมาเพื่อช่วยเสริมสร้างทักษะในการเรียนรู้ของเด็ก และทำให้คนตาบอดสามารถสื่อสารกับคนทั่วไปได้ อาทิ

Touch Braille เป็นแอปคนตาบอด ที่ช่วยเหลือด้านการพิมพ์ภาษา Braille ซึ่งจะอ่านออกเสียงตัวหนังสือที่พิมพ์ให้ได้ยิน จัดว่าเป็นแอปที่ช่วยเหลือผู้มีปัญหาทางสายตาได้เป็นอย่างดี (ดาวน์โหลด)

Autistic Application ประกอบด้วย 3 ส่วน ได้แก่ สอนใช้ชีวิตประจำวัน ส่งเสริมการใช้นิ้วมือ และส่งเสริมการใช้ภาษา (ดาวน์โหลด 1, 2, 3 )

อุปกรณ์ไอทีจึงเปรียบเสมือน “ดาบสองคม” ซึ่งขึ้นอยู่กับผู้ใช้ว่าจะเลือกใช้อย่างไร ถ้าใช้ในทางที่ดี ไอทีก็เป็นช่องทางหนึ่งที่จะมาช่วยเพิ่มความรู้ เพิ่มศักยภาพให้เด็ก เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ทักษะต่างๆ ทั้งฟัง พูด อ่านมากขึ้น แต่ต้องใช้บนความไม่ประมาทและรู้เท่าทันสื่อต่างๆ เพราะเมื่อให้ลูกเข้าไปในโลกของอินเทอร์เน็ตแล้ว ล้วนมีสิ่งล่อตาล่อใจต่างๆ ที่ไม่เหมาะสมกับเด็ก ไม่ว่าจะเป็นเกมที่มีความรุนแรง ภาพความรุนแรงต่างๆ ภาพและคลิปวิดีโอที่ไม่เหมาะสม รวมถึงการใช้คำพูดไม่เหมาะสม การใช้คำพูดรุนแรงต่อกัน ซึ่งหากเด็กซึมซับสิ่งเหล่านี้เข้าไปมากๆ ก็จะทำให้กลายเป็นเด็กก้าวร้าว เห็นความรุนแรงเป็นเรื่องปกติ จนนำไปสู่การแสดงพฤติกรรมรุนแรงกับผู้อื่น จึงเป็นเรื่องสำคัญที่พ่อแม่ ผู้ปกครองต้องควบคุม ดูแลการใช้อุปกรณ์ไอทีเหล่านี้กับเด็กๆ ตั้งแต่เล็ก จนกระทั่งเขาเติบโตไปเป็นวัยรุ่น ก็ต้องคอยดูแลอย่างใกล้ชิดด้วยเช่นกัน

แหล่งข้อมูล

นิตยา คชภักดี. 2560. เด็กยุคใหม่กับไอที. ใน: งานเสวนาวิชาการ “4 ทศวรรษ สื่อความหมาย”. โดยภาควิชาวิทยาศาสตร์สื่อความหมายและความผิดปกติของการสื่อความหมาย คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี วันที่ 3 มิถุนายน 2560 ณ ลานดนตรี อาคาร 1 โรงเรียนพยาบาลรามาธิบดี.