บริการข่าวไทยรัฐ

รถไฟฟ้าทับอนาถ สาวท้องพลัดตกลงบนราง

วงจรปิดจับวินาทีสุดสยอง เป็นลมบ่อย-เร่งทำฉากกั้น

สยอง สาวท้อง 6 เดือน พนักงานบัญชีย่านสีลม เดินพลัดตกรางรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์สถานีบ้านทับช้างขณะรอโดยสารไปทำงาน ถูกรถไฟฟ้าเบรกไม่ทันทับกะโหลกแตก แขนขวาขาด ดับอนาถ กล้องวงจรปิดจับภาพวินาทีตายเห็นชะโงกมองดูรถไฟฟ้าที่กำลังวิ่งเข้าที่สถานีและเดินออกไปข้างหน้า 3 ก้าว ก่อนตกลงไปในรางรถไฟฟ้า สามีเผย ภรรยาแพ้ท้องหนัก เป็นลมบ่อยครั้ง จะยืนเพียงลำพังกลัวคนเข้ามาเบียดเสียดชนท้อง ขณะที่แอร์พอร์ตลิงก์เตรียมล้อมคอกทำฉากกั้นชานชาลา ใช้งบ 200 ล้านบาท ให้ครบที่เหลืออีก 7 สถานี ด้าน “อาคม” รมว.คมนาคม สั่งเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ป้องกันอุบัติเหตุ

เหตุการณ์สาวท้องพลัดตกรางรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์ถูกรถไฟฟ้าทับดับอนาถ เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 09.15 น. วันที่ 19 มิ.ย. ร.ต.อ.ปรีชา บุญอารีย์ รอง สว. (สอบสวน) ส.รฟ.มักกะสัน กก.1 บก.รฟ. รับแจ้งเหตุมีผู้พลัดตกลงไปในรางรถไฟฟ้าถูกรถทับเสียชีวิตที่สถานีแอร์พอร์ตลิงก์บ้านทับช้าง แขวงและเขตประเวศ กทม. รุดไปสอบสวนพร้อม พ.ต.ท.ผล เจริญผล สว.ส.รฟ.มักกะสัน กก.1 บก.รฟ. นายวิสุทธิ์ จันมณี รักษาการกรรมการ ผู้อำนวยการบริษัทรถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง รองกรรมการ ผู้อำนวยการบริษัทรถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด แพทย์นิติเวช รพ.ตำรวจ หน่วยแพทย์กู้ชีพ รพ.ลาดกระบัง และมูลนิธิร่วมกตัญญู

ที่เกิดเหตุอยู่บนชานชาลาชั้น 3 พบหญิงสาวนอนคว่ำหน้า กะโหลกศีรษะแตก แขนขวาขาด น่าสยดสยอง สวมชุดคลุมท้องลายขวางสีน้ำเงินพาดขาว รองเท้าแตะ พบว่ากำลังตั้งครรภ์ บนรางรถไฟฟ้าขาเข้ามุ่งหน้าสถานีหัวหมาก หน่วยแพทย์กู้ชีพ รพ.ลาดกระบัง พยายามช่วยชีวิตแต่ไม่เป็นผลผู้บาดเจ็บเสียชีวิตทราบชื่อ น.ส.รสรินทร์ เปลี่ยนหล้า อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 69 หมู่ 3 ต.ไหล่น่าน อ.เวียงสา จ.น่าน เป็นพนักงานบัญชีย่านสีลม

ร.ต.อ.ปรีชากล่าวว่า จากการสอบปากคำนายปิยะพงษ์ รอบคอบ อายุ 31 ปี สามีผู้เสียชีวิตทราบว่าผู้เสียชีวิตตั้งครรภ์อายุ 6 เดือน ตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์แพ้ท้องหนักและมีอาการหน้ามืดวิงเวียนศีรษะบ่อย ช่วงเช้าสามีเดินทางมาส่งออกจากบ้านพักใกล้สถานีทับช้างไปส่งภรรยาที่สถานีรถไฟด้วยตนเอง ก่อนจะแยกไปทำงานโดยได้ติดต่อทางไลน์ แต่ติดต่อไม่ได้จึงโทรศัพท์ไปหาก็ไม่รับสาย มาทราบข่าวว่ามีอุบัติเหตุเกิดขึ้นที่สถานี ย้อนกลับมาดูพบว่าภรรยาเสียชีวิตแล้ว นอกจากนี้ สามียังบอกอีกว่า ภรรยาเวลายืนรอรถไฟฟ้าบนชานชาลามักจะยืนออกมาเพียงลำพังไม่อยากไปเบียดเสียดกับคนอื่นเพราะกลัวถูกชนท้อง ญาติจะติดใจเอาความหรือไม่สามีผู้เสียชีวิตขอรับศพไปบำเพ็ญกุศลที่ จ.น่าน ก่อนพนักงานสอบสวนจะนัดมาสอบปากคำภายหลัง ส่วนคนขับรถไฟทราบว่าช็อกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ร.ฟ.ท.จะนำมาให้สอบสวนอีกครั้งว่าขณะเกิดเหตุปฏิบัติตามขั้นตอนหรือไม่

ด้านนายสุเทพ พันธุ์เพ็ง รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ กลุ่มสายงานปฏิบัติการและซ่อมบำรุง บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์ว่า จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งไว้บริเวณสถานีพบว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 06.53 น. น.ส.รสรินทร์ ได้ยืนรอขึ้นรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์บริเวณสถานีบ้านทับช้างเพื่อเดินทางเข้าเมือง ระหว่างที่รถไฟฟ้ากำลังแล่นเข้ามาเทียบชานชาลา เห็นว่า น.ส.รสรินทร์ ได้ชะโงกมองดูรถไฟฟ้าที่กำลังวิ่งเข้ามาที่สถานีและตัดสินใจเดินไปข้างหน้า 3 ก้าว จึงตกลงไปในรางรถไฟฟ้าและถูกรถทับเสียชีวิต ทั้งนี้ พนักงานขับรถไฟฟ้าขบวนดังกล่าวรายงานว่า ระหว่างที่กำลังขับรถเข้ามาที่สถานีระยะห่างประมาณ 50 เมตร มองไปข้างหน้าเห็นว่ามีคนกำลังเดินก้าวเข้ามาในรางรถไฟฟ้าได้กดปุ่มหยุดรถฉุกเฉิน ขณะเดียวกัน พนักงานรักษาความปลอดภัยได้กดปุ่มหยุดรถด้วยเช่นกัน แต่ขบวนรถหยุดไม่ทันทำให้รถทับร่าง น.ส.รสรินทร์เสียชีวิต

นายสุเทพกล่าวต่อว่า ขณะนี้ตอบไม่ได้ว่าเป็นอุบัติเหตุหรือจงใจเดินลงไปในรางรถไฟฟ้า เพราะต้องรอให้ตำรวจเก็บหลักฐาน และตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน อย่างไรก็ตาม บริษัทแอร์พอร์ตลิงก์มีประกันชีวิตให้กับผู้โดยสาร กรณีการเสียชีวิต วงเงิน 400,000 บาท เพื่อป้องกันเหตุผู้โดยสารตกลงไปในรางรถไฟฟ้า ขณะนี้แอร์พอร์ตลิงก์ได้จัดสรรงบประมาณ 200 ล้านบาท นำมาจัดซื้อฉากกั้นชานชาลาจะติดตั้งเพิ่มเติมใน 7 สถานีที่เหลือจากก่อนหน้านี้ได้ติดตั้งไปแล้ว 1 สถานี บริเวณสถานีสนามบินสุวรรณภูมิ ขณะนี้อยู่ระหว่างจัดหาผู้รับเหมาเข้ามาติดตั้งคาดว่าจะติดตั้งแล้วเสร็จและเปิดให้บริการได้ครบทุกสถานีในเดือน เม.ย.2562

ส่วนนายวิสุทธิ์ จันมณี รักษาการกรรมการผู้อำนวยการบริษัทรถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด เปิดเผยว่า แอร์พอร์ตลิงค์ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของผู้โดยสารที่เสียชีวิต โดยเมื่อเวลา 06.52 น.เจ้าหน้าที่ชานชาลาได้กดปุ่มฉุกเฉิน ต่อมาเวลา 06.55 น. รับแจ้งว่ามีผู้โดยสารได้ก้าวเดินออกมาจากหลังเส้นเหลืองแล้วพลัดตกลงไปในรางรถไฟจากนั้นประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาตรวจชันสูตรพลิกศพ เสร็จแล้วได้ส่งศพผู้เสียชีวิตไปที่สถาบันนิติเวชฯ รพ.ตำรวจ เพื่อดำเนินการในขั้นตอนต่อไป ส่วนเรื่องการรักษาความปลอดภัยได้คำนึงถึงความปลอดภัยโดยได้กดปุ่มฉุกเฉินสำหรับพนักงานชานชาลา หากมีเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้น นอกจากนั้น ในตัวรถไฟฟ้ามีการกดปุ่มเพื่อที่จะหยุดรถกะทันหันได้ทันที ความปลอดภัยได้คำนึงถึงเป็นลำดับแรก นอกจากนั้น ได้ทำฉากกั้นชานชาลา ขณะนี้มีอยู่ที่สถานีสุวรรณภูมิแล้ว ส่วนสถานีอื่นๆจะมีการติดตั้งในอนาคต ขณะนี้อยู่ระหว่างการหาผู้รับเหมา คาดว่าเดือน เม.ย.2561 จะเริ่มติดตั้งในสถานีแรกให้แล้วเสร็จ และสถานีอื่นอีก 7 สถานี จะทยอยติดตั้งให้แล้วเสร็จในลำดับต่อไป

นายวิสุทธิ์กล่าวอีกว่า จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด พบว่าผู้โดยสารได้อยู่หลังเส้นเหลืองก่อนจะก้าวเดินออกมา 3 ก้าว จากนั้นได้ตกลงไปในราง ขณะนั้นมีผู้โดยสารท่านอื่นยืนห่างจากผู้เสียชีวิตประมาณ 2 ฟุต ไม่มีใครอยู่ใกล้ที่จะเบียดได้ เบื้องต้นจะมีการเยียวยาช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมในเรื่องของค่าทำศพและเรื่องอื่นๆต่อไป

ขณะที่นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม เปิดเผยถึงหญิงพลัดตกรางรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์เสียชีวิตว่า ได้สั่งการให้เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยบริเวณสถานีให้เข้มข้นมากขึ้น โดยเฉพาะการเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่บริเวณสถานีรถไฟฟ้า กำชับว่าต้องมีเจ้าหน้าที่ประจำบริเวณชานชาลาทุกสถานีเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ ในอนาคตต้องบังคับใช้มาตรการดังกล่าวทั้ง รฟท. ,รฟม. และเอกชนผู้ให้บริการรถไฟฟ้าควบคู่ไปกับการนำสถิติอุบัติเหตุและมาตรการด้านความปลอดภัยเข้ามาใช้เป็นเกณฑ์การประมูลโครงการทุกโครงการของกระทรวงคมนาคม ทั้งโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้า รถไฟทางคู่รวมถึงถนนของกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบท เนื่องจากในปี 2561 นั้น มีโครงการมากมายของกระทรวงคมนาคมที่จะเข้าสู่ขั้นตอนการประมูล

เช้าวันเดียวกัน ยังมีเหตุการณ์ระทึกที่ชานชาลาสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสช่องนนทรี ถนนนราธิวาสราชนครินทร์ แขวงสีลม เขตบางรัก กทม. เกิดอุบัติเหตุขาของผู้โดยสารหลุดลงไปติดค้างช่องว่างระหว่างขบวนรถกับชานชาลา ฝั่งมุ่งหน้าสนามกีฬาแห่งชาติ บริเวณตู้ที่ 3 ประตู 2 เป็นช่วงกลางขบวน เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำชานชาลาได้ประสานเจ้าหน้าที่กู้ชีพเร่งช่วยเหลือออกมาได้ ทราบชื่อนางวิไลพร อนุสนธิ์พรเพิ่ม อายุ 59 ปี มีอาการบาดเจ็บข้อเท้าซ้ายเล็กน้อย สาเหตุก้าวขาออกจากขบวนรถไฟฟ้าและเกิดพลาดขาหล่นลงไป ส่งผลให้การเดินรถไฟฟ้าสายสีลมล่าช้าไป 10 นาที ต่อมาเวลา 09.00 น. สถานีรถไฟฟ้าสายสีลมได้เปิดให้ประชาชนใช้บริการได้ตามปกติแล้ว