บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

มันคือ “มัดจำ” ล่วงหน้า

ปลุกปั้นแล้วเสร็จออกมาเป็นรูปเป็นร่างจนได้

ล่าสุด “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ในฐานะประธานคณะกรรมการเตรียมการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง ได้รับมอบร่าง “สัญญาประชาคม” จาก “บิ๊กเจี๊ยบ” พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการจัดทำข้อเสนอกระบวนการเพื่อความสามัคคีปรองดอง

โดยลงนามให้ความเห็นชอบ เพื่อนำไปสู่กระบวนการจัดเวทีสาธารณะที่จัดขึ้นทั้ง 4 ภาค ก่อนประกาศเป็นเงื่อนไขกติกาให้รับรู้ร่วมกันทั้งประเทศ

ฟาวล์หรือไม่ฟาวล์ยังต้องลุ้นกัน

แต่ก็นับเป็นอีกก้าวสำคัญที่ขยับเข้าสู่โหมดเลือกตั้ง

ในจังหวะล้อไปกับสถานการณ์กระเพื่อมแรงๆจากร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญที่คาบเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ปรากฏปมขัดแย้งไปซะทุกจุด

สะดุดหมดทั้งเรื่อง “เซ็ตซีโร่” กกต. ต่อเนื่องถึงประเด็น “ไพรมารีโหวต”

“ขัดลำ” กันเองในกลุ่มฟันเฟืองอำนาจพิเศษ

โอกาสสูงที่จะต้องตั้งคณะกรรมาธิการฯร่วม 3 ฝ่าย ประกอบด้วย คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และตัวแทน กกต. เข้าร่วมพิจารณาฟันธง

นั่นหมายถึงแนวโน้มของการอาจเลื่อนเลือกตั้งออกไป

ตามเงื่อนไขปลายเปิด ไม่มีกำหนดเวลาเส้นตาย เพราะไม่มีบทบัญญัติบังคับไว้

เช่นเดียวกับงบประมาณที่จะต้องจัดเพิ่มให้เป็นค่าตอบแทนทีมงานแม่น้ำ 5 สาย

ก็ไม่มีลิมิตแต่อย่างใด

แต่ไม่ว่าจะยืดเวลาเลือกตั้งออกไปหรือหดเวลาเลือกตั้งสั้นเข้ามา

ถึงนาทีนี้ต้องโชว์ทีเด็ดให้เห็นมากกว่า “บทตลกหน้าม่าน” ไปวันๆ

ตามสถานการณ์ของ “นายกฯลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช. ภายหลังการตัดสินใจใช้ดาบพิเศษมาตรา 44 “ผ่าทางตัน”

ปลดล็อกให้นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ กัปตันทีมเศรษฐกิจ เดินหน้าลุยเมกะโปรเจกต์ ทั้งไฮสปีดเทรน รถไฟทางคู่ที่รอเปิดหวูดอยู่หลายสาย โครงการระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก (อีอีซี) ที่นักลงทุนต่างชาติรอเช็กเงื่อนไขที่เอื้อต่อการลงทุนในระยะยาว ไม่สะดุดปมกฎหมาย

ภายใต้บรรยากาศคึกคักที่นักลงทุนต่างชาติ กองทุนโลกขนาดสินทรัพย์มหาศาล แห่จองคิวเข้าร่วมรับฟังงานใหญ่ “Thailand’s Big Strategic Move” ที่นายสมคิดจัดโรดโชว์ข้อมูลการลงทุนเมกะโปรเจกต์ในวันที่ 22–23 มิถุนายนนี้

เรียกความเชื่อมั่นของนักลงทุนในการลุยเมกะโปรเจกต์กระตุ้นเศรษฐกิจ

เบื้องต้นเลย นี่คือการเทกแอ็กชั่นโชว์ความตั้งใจในการปั่นผลงานโบแดง

แม้จะมีแรงเสียดทานจากผู้เสียผลประโยชน์ที่แฝงอยู่ในกลุ่มขั้วอำนาจการเมืองและองค์กรทางเศรษฐกิจต่างๆไม่ยอมให้เดินหน้าไปอย่างราบรื่น

ตามฟอร์ม “ไทยแลนด์โอนลี่” ผลประโยชน์ขัดกันก็ “บรรลัย”

แต่จุดสำคัญมันอยู่ตรงมุมของประชาชนทั่วไป ส่วนใหญ่น่าจะลุ้นเอาใจช่วยให้รัฐบาลเดินหน้าเมกะโปรเจกต์ด้านคมนาคมที่ยักตื้นติดกึกยักลึกติดกักมาตลอด

ร้อยทั้งร้อยชาวบ้านอยากเห็นการพัฒนาไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

อีกทั้ง ณ วันนี้ กระแสต่อต้านมาตรา 44 ผ่าทางตันเมกะโปรเจกต์ ส่วนใหญ่ก็เป็นแค่ประเด็นทางเทคนิค ตั้งแง่เรื่องความคุ้มค่า การแสดงความเป็นห่วงปัญหาในอนาคตที่ยังมองไม่เห็น

ยังไม่มีปมของการทุจริตที่เป็น “จุดตาย” แต่อย่างใด

ในมุมทางการเมือง งานนี้รัฐบาล คสช.จึงมีแต่ได้มากกว่าเสีย

เพราะมันคือการวาง “มัดจำ” ด้วยเนื้องานที่เป็นรูปธรรมในระยะยาว โดยทีมงาน “นายกฯลุงตู่” ที่มียี่ห้อ “สมคิด” เป็นตัวช่วยค้ำประกัน

เบิกทางนำร่องก่อนกลับมาคุมเกมอำนาจช่วงเปลี่ยนผ่านหลังการเลือกตั้งรอบหน้า

ตีไพ่ในมือที่ยังไงก็ถือแต้มเหนือกว่านักการเมือง.

ทีมข่าวการเมือง