วันพฤหัสบดีที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เปิดก.ม.เบลเยียม คุ้มครองชีวิตส่วนตัว 'อย่าถ่ายรูปฉัน' หากไม่ยินยอม

เปิดกฎหมายเบลเยียม คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและชีวิตความเป็นส่วนตัว ”อย่าถ่ายรูปฉัน" เป็นสิทธิที่ทำได้ ยกเว้นได้รับการยินยอม ลงนามในเอกสารให้ถ่ายภาพ และหากเผยแพร่บนสื่อใดๆ เพื่อผลประโยชน์ทางการค้า ต้องเซ็นยินยอมอีกฉบับ... 

บุญธง ก่อมงคลกูล ผู้สื่อข่าวไทยรัฐประจำเบลเยียม รายงานประเด็นร้อนที่กำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสม ใครผิด ใครถูก ในสื่อไทยทั้งหนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ และสื่อโซเชียล ถึงการถ่ายภาพหรือวีดีโอของบุคคลหนึ่งหรือหลายคน แล้วนำไปเผยแพร่โดยมีวัตถุประสงค์ทางการค้าหรือแสวงหาผลประโยชน์นั้น ถูกกฎหมายหรือผิดจริยธรรมหรือไม่ ฯลฯ จากภาพถ่ายและวีดีโอที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับบุคคลที่ถูกถ่ายภาพหรือวีดีโอที่ได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อม

ขณะที่กฎหมายเบลเยียมว่าด้วยความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและชีวิตความเป็นส่วนตัว โดยกฎหมาย Loi vie privé ลงวันที่ 8 ธันวาคม 1992 มีเป้าหมายให้ความคุ้มครองประชาชนต่อการละเมิดนำข้อมูลที่มีลักษณะส่วนตัวไปใช้ประโยชน์ ไม่เฉพาะการระบุสิทธิและหน้าที่ของบุคคลที่ข้อมูลของตนถูกนำไปใช้ แต่ยังรวมถึงผู้รับผิดชอบในการประมวลข้อมูลดังกล่าวอีกด้วย

ปัจจุบันการนำภาพนิ่งหรือภาพเคลื่อนไหวไปใช้ในสื่อรูปแบบต่าง อาทิ ภาพถ่าย วีดีโอ ดีวีดี อินเตอร์เน็ต จดหมายข่าวส่งทางอีเมล์ โทรศัพท์มือถือหรือไอแพด ได้มีวิวัฒนาการที่รวดเร็วมาก ก่อนที่จะถ่ายภาพ บุคคลที่จะปรากฎอยู่ในภาพถ่ายนั้นจะต้องให้ความยินยอม และหากจะมีการนำภาพถ่ายดังกล่าวไปพิมพ์ลงบนอิตเตอร์เน็ต หนังสือพิมพ์ นิตยสาร ยังต้องทำการขอความยินยอมจากบุคคลที่เกี่ยวข้องอีกครั้งหนึ่ง นอกจากนั้น การนำภาพถ่ายไปใช้ยังต้องมั่นใจได้ว่า ไม่ละเมิดกฎหมายลิขสิทธิ์

ดังนั้น ต้องทำเข้าใจให้ดีเสียก่อนว่า การที่บุคคลใดยินยอมให้ถ่ายภาพหรือวีดีโอของตนนั้น มิได้หมายความว่า บุคคลนั้นยินยอมให้นำภาพหรือวีดีโอไปใช้ประโยชน์แต่อย่างใด ถือเป็น 2 ขั้นตอนที่แยกจากกันโดยสิ้นเชิง และจะต้องได้รับความยินยอมสองครั้งแยกออกจากกัน นาย ก ยินยอมให้นาย ข ถ่ายภาพตน ต้องลงนามในเอกสารยินยอมให้ถ่ายภาพ และหากนาย ข จะนำภาพนาย ก ที่ถ่ายไว้ไปเผยแพร่บนอินเตอร์เน็ต พิมพ์บนหนังสือพิมพ์หรือนิตยสาร หรือเผยแพร่บนสื่อใดๆ ต้องได้รับความยินยอมเป็นเอกสารอีกฉบับหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม พิจารณาในแง่มุมของกฎหมายและในทางปฏิบัติแล้ว หากบุคคลใดอยู่ในสถานที่สาธารณะ ให้ถือว่าบุคคลนั้นให้ความยินยอมถ่ายภาพโดยปริยาย แต่หากจะมีการนำภาพถ่ายหรือวีดีโอไปใช้ โดยที่บุคคลนั้นถือเป็นจุดเด่นของภาพแล้ว จะต้องได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรเสียก่อน

มีข้อยกเว้นสำหรับบุคคลสาธารณะ เช่น นักการเมือง ดารา นักร้อง นักกีฬาที่มีชื่อเสียง ให้ถือเสียงว่าไม่ต้องได้รับความยินยอมก่อนการถ่ายภาพหรือวีดีโอ และสามารถนำไปเผยแพร่เกี่ยวเนื่องกับข้อมูลข่าวสารที่นำเสนอ แต่หากจะมีการนำไปใช้เพื่อผลประโยชน์ทางการค้าก็จะต้องขออนุญาตเสียก่อนเพื่อไม่ให้เป็นการละเมิดกฎหมายว่าด้วยความคุ้มครองข้อมูลและชีวิตความเป็นส่วนตัว

การบังคับใช้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลและชีวิตความเป็นส่วนตัวเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนและเกิดการละเมิดได้ง่ายในโลกดิจิตัลทุกวันนี้ สิ่งที่จะต้องคำนึงอยู่เสมอคือ ภาพหรือวีดีโอของบุคคลใดถือเป็นสิทธิของบุคคลนั้น การนำภาพหรือวีดีโอของบุคคลอื่นไปเผยแพร่ต้องคำนึงถึงความเหมาะสมและได้รับการยินยอมเสียก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำไปแสวงหาผลประโยชน์ทางการค้า ถือเป็นการละเมิดที่อาจจะถูกฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย.