วันจันทร์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ทัวร์ตรัง! ลอยแพ 13นทท.แถมอมเงินมัดจำ-'น้องชวน'ใจดียื่นมือเข้าช่วย

โกงกันชัดๆ!! 13 นทท.จากอยุธยา ถูก บ.โฮมสเตย์ เอ เกาะมุก ตรัง ลอยแพทัวร์เที่ยวตรัง แถมอมเงินมัดจำไปแล้ว โชคดีเจอน้องนายหัวชวน "ระลึก หลีกภัย" ยื่นมือช่วยก่อนพาทานข้าว และประสานตำรวจท่องเที่ยวพาแจ้งความช่วยเหลือ เผยในฐานะเจ้าบ้านยินดีช่วยเหลือ...

เมื่อวันที่ 19 มิ.ย.60 ที่ สภ.เมืองตรัง มีกรุ๊ปนักท่องเที่ยวชายหญิง จำนวน 13 ราย ทราบว่าเป็นกลุ่มเพื่อนนักศึกษาปริญญาโท เดินทางมาจาก จ.พระนครศรีอยุธยา เดินทางมาพร้อมกับตำรวจท่องเที่ยวตรัง เข้าแจ้งความกับ พ.ต.ต.โอภาส ไชยบุญ สารวัตรเวร (สอบสวน) สภ.เมืองตรัง เพื่อลงบันทึกประจำวัน หลังจากถูกหลอกขายทัวร์ทริปท่องเที่ยวทะเลตรัง 3 วัน 2 คืน ราคา 3,000 บาท/หัว ผ่านทางเอเย่นต์ชื่อ "โฮมสเตย์ เอ เกาะมุก ตรัง" ที่ตั้ง 202/3 ม.2 บ้านเกาะมุกด์ ต.เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง ติดต่อผ่านทาง คุณศักยะ ดำย่ำ โทรศัพท์ 08-0647-0905 แต่เมื่อถึงวันนัดกลับไม่เป็นไปตามข้อตกลงปล่อยให้พวกตนถูกลอยแพ

น.ส.บี (นามสมมติ) หนึ่งในกรุ๊ปนักท่องเที่ยวรายหนึ่ง วันนี้โดนลอยแพพวกตนเป็นกรุ๊ปมาจากอยุธยามากัน 13 คนเป็นเพื่อนที่เรียนด้วยกันเดินทางมาตั้งวันเสาร์ที่ 17 มิ.ย.2560 ถึงที่จุดหมายเวลา 09.00 น. เดิมทีจองก่อนล่วงหน้าไว้เมื่อ 3 เดือนที่ผ่านมามีค่าใช้จ่ายประมาณ 39,000 บาท แต่จ่ายให้ทางทัวร์แล้ว 29,000 บาท และยังเหลืออีก 10,000 บาท ซึ่งนัดกันมาจ่ายที่นี่ ตามโปรแกรมที่ทางบริษัทแจ้งไว้คือ นอนที่รีสอร์ตเกาะมุกด์ศิวาลัย สองคืน วันแรกก็จะไปเที่ยวทะเลตรัง และวันที่สองก็จะไปเกาะรอกวันที่สามเที่ยวในตัวเมือง โดยวันแรกมาถึงทางพนักงานบอกออกทะเลไม่ได้คลื่นสูงฝนจะตก ทางนักท่องเที่ยวเลยถามว่าถ้าจะเสี่ยงจะออกได้รึเปล่าทางพนักงานก็บอกว่าไม่ได้ออกเรือไม่ได้

จากนั้นทางลูกทัวร์เลยเปลี่ยนโปรแกรมเที่ยวจากวันที่ 3 ให้เลื่อนมาเป็นโปรแกรมเที่ยววันที่ 1 แล้วเลื่อนวันที่ 1 ไปแทนวันที่ 3 เพราะถึงยังไงก็นอนที่เกาะมุกด์ศิวาลัยสองคืนอยู่แล้ว ปรากฏว่าทางทัวร์พยายามอ้างเหตุตลอด ก็เริ่มแปลกๆ เอะใจก็เลยโทรไปถามที่เกาะมุกด์ศิวาลัย โทรไปทางเบอร์ตรงของโรงแรมเลยว่าเราจองที่พักไว้ 2 วัน 6 ห้องนอน ทำไมถึงเข้าที่พักตอนเช้าไม่ได้ ทางเกาะมุกด์ศิวาลัยเลยโทรกลับมาว่า ไม่มีการรับจองจากคุณศักยะ หรือเอ ไม่มีการจ่ายเงินอะไรทั้งสิ้น ทางเราเลยรู้ว่าโดนลอยแพแน่แล้ว ระหว่างที่ยังพักอยู่โรงแรมอีโคอินน์ ในตัวเมืองตรัง พบคุณระลึก หลีกภัย บริเวณหน้าโรงแรม ก็เลยปรึกษาขอความช่วยเหลือ และทางเราก็เล่าให้ฟังว่า เราเจอแบบนี้คุณระลึก ก็เลยโทรติดต่อแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวให้ทางเรา ก็เลยโทรไปหาคุณเอ ว่าตอนนี้เรารู้เรื่องหมดแล้ว และบอกให้ทางคุณเอโอนเงินส่วนที่เหลือคือเงิน 29,000 บาทคืนมา ถ้าไม่โอนจะดำเนินการแจ้งความกับตำรวจ คุณเอก็บอกว่าเดี๋ยวเที่ยงเขาจะโอนเงินให้ แต่ก็ไม่ได้โอนจึงตัดสินใจเข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.เมืองตรัง จากนั้นคุณระลึก ได้เมตตาพาพวกตนทั้งกรุ๊ปไปทานข้าวที่ร้านอาหารบ้านสวนสุดาพร

"เหตุการณ์ครั้งนี้พวกตนเสียความรู้สึกมาก และจะกลับมาเที่ยวทะเลตรังอีกเพราะอยากไปเกาะรอก เรื่องทัวร์มันแค่ส่วนน้อยที่เป็นแบบนี้ เราก็เลยไม่มั่นใจว่าทัวร์อื่นๆ จะเป็นแบบไหน พูดได้เลยว่าเรารักคนตรังคนตรังดีมากประทับใจราคาอาหารไม่แพง เรายังพูดกับเพื่อนๆ ว่าก่อนถึงจะลงเครื่อง เราจะเห็นสีเขียวเห็นต้นไม้ต่างๆ รู้สึกได้เลยว่าถึงตรังแล้ว และของฝากที่ชื่นชอบก็คือขนมเปี๊ยะ ซอย 9 และเค้กตรัง แล้วก็หมูย่าง อยากจะพูดถึงการท่องเที่ยวของประเทศไทยว่า อย่าเอาเปรียบกันเลยทุกวันนี้ก็แย่อยู่แล้ว ถ้าทางที่ดีควรสนับสนุนการท่องเที่ยวให้ดีกว่านี้แต่คนไทยกลับโกงกันเองถ้าเป็นแบบนี้ชาวต่างชาติจะอยากมาเที่ยวหรือ อยากให้ทางบริษัทท่องเที่ยวมีความซื่อสัตย์ เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวตรัง คอยช่วยเหลือบริการดีมากเลย เจอคุณระลึก ทราบว่าท่านเป็นน้องชายของอดีตนายกฯชวน หลีกภัย ใจดีมาก ดูแลดีมาก"

ขณะที่นายระลึก หลีกภัย น้องชายนายชวน หลีกภัย กล่าวว่า มีคนมาบอกว่ามีกลุ่มลูกทัวร์กลุ่มหนึ่ง โดนไกด์ไม่มารับตามเวลา ให้ออกมาช่วยดูหน่อย ก็เลยไปที่โรงแรม จึงได้พบกับกลุ่มน้องๆ ตอนแรกก็ไม่เชื่อว่าจะมีเรื่องแบบนี้ เกิดขึ้นใน จ.ตรัง หลังจากนั้นได้รีบประสานไปตำรวจท่องเที่ยว แต่ไปติดที่กรุงเทพฯ ทางตำรวจท่องเที่ยวก็ได้ให้บริการดีมาก สอบถามทุกอย่าง อันนี้ต้องชื่นชม หลังจากนั้นให้น้องๆ กลุ่มทัวร์ตัดสินใจว่าจะเอาอย่างไรต่อไป ทางตนจึงโทรไปตรวจสอบกับผู้ประกอบการท่องเที่ยวใน จ.ตรัง หลายราย ก็ได้รับข้อมูลมาบางส่วน สิ่งหนึ่งที่ต้องทำคือ ต้องช่วยกันป้องกัน เราต้องยอมรับว่าเรามีแหล่งที่ท่องเที่ยวที่สวยงามอยู่มากมาย เราก็อยากให้แขกมา ตนว่าความดีกับความซื่อสัตย์ต้องมีไว้ก่อน เรื่องนี้เป็นเรื่องน้อยนิด ตนเองก็ไม่ทราบว่าทางคนที่รับทัวร์มา ทำไมไม่บอกไปว่าช่วยอะไรไม่ได้ แต่ว่าเรื่องนี้คงไม่ใช่เรื่องใหญ่ ถ้าทุกคนช่วยกันระมัดระวัง ตนก็ทำในฐานะคน จ.ตรัง ตั้งใจช่วยสังคมมาอย่างจริงใจ และวันนี้ถือโอกาสพามารับประทานอาหาร ให้ทางกลุ่มน้องๆ สบายใจ ไม่ว่าจะเกิดเรื่องที่ไม่ดีกับสังคม แต่เราในฐานะเจ้าบ้านเรายินดีที่จะเลี้ยงดู

ด้น ร.ต.ท.ภรานนท์ พรมเช็ก รอง สว.บก.ทท.ตรัง กล่าวด้วยว่า ได้รับการประสานมาจากสายด่วนตำรวจท่องเที่ยว จากส่วนกลาง ว่าได้มีบริษัททัวร์ผิดนัดนักท่องเที่ยว โดยลอยแพ กลุ่มทัวร์นักท่องเที่ยว และค้างค่าใช้จ่ายประมาณ 29,000 บาท โดยตอนนี้อยู่ระหว่างการประสานให้บริษัททัวร์คืนเงินให้กลับลูกทัวร์ ทำให้ลูกทัวร์เข้ามา แจ้งลงบันทึกประจำวัน ที่ สภ.เมืองตรัง แต่ขณะนี้ไม่ได้แจ้งความดำเนินคดีความแต่อย่างใด ส่วนบริษัททัวร์ดังกล่าวพบว่า ใบอนุญาตมี แต่ได้หมดอายุไปแล้ว ทางเราก็จะดำเนินคดี ในเรื่องของทำธุรกิจนำเที่ยวโดยไม่ได้รับอนุญาตอีกข้อหาหนึ่ง และอยากฝากไปทางนักท่องเที่ยว ให้ตรวจสอบบริษัททัวร์ที่เราจองเข้ามา มีการจดทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวอย่างถูกต้องหรือเปล่า โดยสามารถตรวจสอบได้จาก เว็บไซต์ ของสำนักการประกอบธุรกิจนำเที่ยว และอีกทางหนึ่งสามารถโทรมาสอบถามได้ทาง สายด่วนตำรวจท่องเที่ยว เบอร์สายด่วน 1155 ทางเรายินดีให้บริการ.