บริการข่าวไทยรัฐ

ฮือฮา! 'TCAS' ระบบรับเด็กเข้ามหา'ลัยใหม่ ชี้ดีกว่า 'เอนทรานซ์-แอดมิชชั่น'

ชี้ "TCAS" ปฏิรูประบบรับสมัคร-คัดเลือกนักเรียนเข้ามหาวิทยาลัยครั้งประวัติศาสตร์ไทย ชี้เปิดโอกาสให้เด็กมากกว่า 1 ครั้ง เชื่อไม่เครียดแบบ "เอนทรานซ์" ดีกว่า "แอดมิชชั่น"...
 
ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) และประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทอป.) เปิดเผยระหว่างบรรยายสร้างความเข้าใจ ระบบรับสมัครบุคคลเข้าศึกษาต่อสถาบันอุดมศึกษาในระบบกลาง ประจำปีการศึกษา 2561 "Thai University Central Admission System" (TCAS) หรือ "ทีแคส" กับอาจารย์และนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ระบุว่า จุดประสงค์หลักที่ ทปอ. เปลี่ยนจากระบบแอดมิชชั่นมาใช้ระบบ TCAS ซึ่งมีสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศใช้ระบบเดียวกัน 54 แห่ง รับนักศึกษาได้ทั้งสิ้น 206,506 คนนั้น เนื่องจากต้องการลดความเหลื่อมล้ำ และลดค่าใช้จ่ายในการวิ่งรอกสมัครสอบหลายที่ ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ที่ทำให้นักเรียนที่มีฐานะดีมีโอกาสมากกว่า โดยระบบใหม่กำหนดให้ทุกคนมีเพียง 1 สิทธิอย่างเท่าเทียม เมื่อมีสิทธิเข้าศึกษาต่อ ต้องยืนยันสิทธิ และจะถูกตัดรายชื่อออกจากระบบทันที พร้อมกับข้อกำหนดในการให้นักเรียนอยู่ในชั้นเรียนจนจบการศึกษา ซึ่งแบ่งออกเป็น 5 รอบ ดังนี้

 
รอบที่ 1 โควตาใช้ Portfolio ไม่มีการสอบข้อเขียน 44,258 คน สำหรับนักเรียนทั่วไป นักเรียนที่มีความสามารถพิเศษ นักเรียนโควตา นักเรียนเครือข่าย แบ่งเป็น 2 รอบ ครั้งที่ 1 วันที่ 1 ต.ค.-30 พ.ย. 2560 จากนั้นมหาวิทยาลัยส่งรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกให้ ทปอ. ภายในวันที่ 12 ธ.ค. 2560 ผู้ผ่านการคัดเลือกยืนยันสิทธิเคลียริงเฮาส์ภายในวันที่ 15-19 ธ.ค. 2560 และ ทปอ. ส่งชื่อให้มหาวิทยาลัยประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้าศึกษา วันที่ 22 ธ.ค. 2560 และ ครั้งที่ 2 วันที่ 22 ธ.ค. 60-28 ก.พ. 2561 จากนั้นมหาวิทยาลัยส่งรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกให้ ทปอ. ภายในวันที่ 15 มี.ค. 2561 ผู้ผ่านการคัดเลือกยืนยันสิทธิ์เคลียริงเฮาส์ ภายในวันที่ 19-22 มี.ค. 2561 และ ทปอ.ส่งชื่อให้มหาวิทยาลัยประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้าศึกษา วันที่ 26 มี.ค. 2561
 
รอบที่ 2 การรับตรง/โควตา มีการสอบข้อเขียนหรือสอบปฏิบัติ 68,050 คน สำหรับนักเรียนที่อยู่ในเขตพื้นที่ หรือภาคโควตาโรงเรียนในเครือข่าย และโครงการความสามารถพิเศษต่างๆ และโควตา 3 จังหวัดชายแดนใต้ (ไม่ใช่การรับทั่วประเทศ) รับสมัครและคัดเลือกในเดือน ธ.ค. 2560-เม.ย. 2561 จากนั้นมหาวิทยาลัยส่งรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกให้  ทปอ. ภายในวันที่ 30 เม.ย. 61 ผู้ผ่านการคัดเลือกยืนยันสิทธิเคลียริงเฮาส์ภายในวันที่ 3-6 พ.ค. 2561 และ ทปอ. ส่งชื่อให้มหาวิทยาลัยประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้าศึกษา ในวันที่ 8 พ.ค. 2561
 
รอบที่ 3 การรับตรงร่วมกัน 44,390 คน สำหรับนักเรียนในโครงการ กสพท. โครงการอื่นๆ และนักเรียนทั่วไป โดย ทปอ. เป็นหน่วยกลางในการรับสมัคร นักเรียนเลือกได้ 4 สาขาวิชา โดยไม่มีลำดับ แต่ละสถาบันอุดมศึกษากำหนดเกณฑ์ที่เป็นอิสระของตนเอง เกณฑ์การคัดเลือกใช้คะแนน O-NET GAT/PAT 9 วิชาสามัญ หรือข้อสอบตรง รับสมัครวันที่ 9-13 พ.ค. 2561 จากนั้น ทปอ. ส่งข้อมูลการสมัครให้มหาวิทยาลัย วันที่ 16 พ.ค. 2561 มหาวิทยาลัยประมวลผลและส่งรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกให้กลับมายัง ทปอ. วันที่ 23 พ.ค. 61 ผู้ผ่านการคัดเลือกยืนยันสิทธิเคลียริงเฮาส์ภายในวันที่ 26-28 พ.ค. 2561 ทปอ. ส่งรายชื่อยืนยันสิทธิให้มหาวิทยาลัยเพื่อสอบสัมภาษณ์ ในวันที่ 30 พ.ค. 2561 และประกาศผลการในวัน 8 มิ.ย. 2561
 
รอบที่ 4 การรับแบบ Admissions 34,744 คน สำหรับนักเรียนทั่วไป โดย ทปอ. เป็นหน่วยกลางในการรับสมัคร นักเรียนสามารถสมัครได้ 4 สาขาวิชา แบบมีลำดับ โดยใช้เกณฑ์ค่าน้ำหนักตามที่ประกาศไว้ เกณฑ์การคัดเลือกใช้คะแนน O-NET GAT/PAT รับสมัครวันที่ 6-10 มิ.ย. 2561 ประกาศผลผู้มีสิทธิสอบสัมภาษณ์ภายในวันที่ 30 มิ.ย. 2561 และประกาศผลผู้มีสิทธิเข้าศึกษาในวันที่ 13 ก.ค. 2561
 
รอบที่ 5 การรับตรงอิสระ 15,064 คน สถาบันอุดมศึกษาเปิดรับตรงเพิ่มเติมได้เองอิสระ เปิดรับสมัครและดำเนินการเสร็จสิ้นภายในเดือน ก.ค. 2561

 
ทั้งนี้ ศ.ดร.สุชัชวีร์ ย้ำว่า การพัฒนาระบบ TCAS เป็นความร่วมมือกันของทุกมหาวิทยาลัย ที่ตกลงเข้าร่วมกระบวนการพร้อมกัน ตั้งแต่การปรับช่วงเวลารับสมัครแต่ละรอบให้ตรงกัน และยอมเข้าระบบเคลียริงเฮาส์ หรือการจัดการที่นั่งกลางทุกมหาวิทยาลัยเป็นครั้งแรก เนื่องจากทุกแห่งต้องการลดภาระของนักเรียนและผู้ปกครอง รวมทั้งต้องการสร้างความเป็นธรรมทางการศึกษาให้เกิดขึ้นในสังคมไทย

ทั้งนี้ แม้ว่าระบบการรับสมัครและคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่ออุดมศึกษา ยังต้องพัฒนาตามการเปลี่ยนแปลงของสภาพสังคม และพฤติกรรมความสนใจของนักเรียนในอนาคต แต่ระบบ TCAS ถือเป็นการปฏิรูประบบครั้งประวัติศาสตร์ของวงการอุดมศึกษาไทย จากอดีตระบบเอนทรานซ์ที่แม้จะง่ายในการจัดการ แต่สร้างความเครียดให้กับทั้งเด็กนักเรียนและผู้ปกครอง เพราะหากพลาดคณะที่ต้องการศึกษาต่อหรือสอบไม่ติด ต้องเสียเวลากลับมาสอบใหม่ในปีการศึกษาหน้า ขณะที่ ระบบแอดมิชชั่น ทำให้เด็กนักเรียนต้องเสียเวลาและเงินในการกวดวิชา และมีความเหลื่อมล้ำทางด้านฐานะ เพราะระบบนี้เก็บเงินมากกว่า ที่สำคัญใครมีฐานะดีก็สามารถเลือกสอบได้มาก จึงมีโอกาสมากกว่าเด็กทั่วไป ต่างจากระบบ TCAS ที่เปิดโอกาสให้มากกว่า 1 ครั้ง ภายใต้การบริหารสิทธิ 1 สิทธิ ให้เหมาะสมกับตนเอง ซึ่งนอกจากป้องกันการหว่านสมัครหลายที่ ยังแก้ปัญหาการแย่งสิทธิ หรือกั๊กที่นั่งของผู้อื่นด้วย.