วันอาทิตย์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ต้องรอด!!!



เปลวเพลิงลุกโชนอย่างบ้าคลั่ง ไร้ความปรานี เผาไหม้อาคารที่พักอาศัยเกรนเฟลล์ ทาวเวอร์ ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เมื่อกลางดึกของคืนวันที่ 14 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยอาคารที่เกิดเหตุเป็นตึกสูง 24 ชั้น ต้นเพลิงเริ่มจากชั้น 2 ของอาคารก่อนที่จะลุกลามไล่ขึ้นไปจนถึงชั้นสูงสุด มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก

เป็นธรรมดาของวิถีปุถุชน ที่ได้เห็นภาพข่าวดังกล่าว ก็ย่อมจะเกิดความหวาดหวั่นขึ้นในจิตใจ พร้อมๆกับจินตนาการสมมติให้ตัวเองเข้าไปอยู่ในเหตุการณ์ แล้วจะหาทางเอาชีวิตรอดได้อย่างไร รวมไปถึงการช่วยเหลือคนในครอบครัว

ซึ่งหากเกิดเหตุเพลิงไหม้แบบไม่ทันตั้งตัว อาจจะไม่มีเวลาและสติมากพอที่จะมานั่งคิดหาวิธีเอาชีวิตรอด ดังนั้นการเรียนรู้วิธีเผชิญเหตุ เตรียมตัวไว้แต่เนิ่นๆจะช่วยให้การต่อสู้กับเปลวเพลิงเป็นไปแบบอัตโนมัติและมีประสิทธิภาพ ช่วยลดการสูญเสีย ผ่อนหนักเป็นเบาได้มากกว่าคนที่ไม่เคยเรียนรู้มาก่อน

ยิ่งทุกวันนี้คอนโดมิเนียมสูงๆผุดขึ้นเป็นดอกเห็ดตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้า เนื่องจากที่ดินมีราคาแพง การสร้างคอนโดมิเนียมจึงเน้นการสร้างให้สูงไว้ก่อน ผู้พักอาศัยก็ควรที่จะต้องศึกษาหาความรู้ พร้อมทั้งเข้าร่วมฝึกอบรมการเผชิญสถานการณ์ฉุกเฉินอย่างสม่ำเสมอ

ดร.ธเนศ วีระศิริ นายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ให้นิยามของอาคารสูงไว้ว่า คือ ตึกที่มีความสูงตั้งแต่ 23 เมตรขึ้นไป หรือราวๆ ตึก 8 ชั้น สาเหตุที่กำหนดเช่นนี้ ก็เพราะว่าถ้าความสูงมากกว่า 23 เมตร รถดับเพลิงจะฉีดน้ำขึ้นไปไม่ถึง

ดังนั้นตึกสูงจึงถูกกำหนดให้ต้องติดตั้งอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยเพิ่มขึ้นมาเป็นพิเศษ เช่น ระบบดับเพลิงอัตโนมัติ (สปริงเกอร์), ระบบสัญญาณเตือนเพลิงไหม้, ถังดับเพลิงมือถือ, สายฉีดน้ำดับเพลิง, บันไดหนีไฟและทางหนีไฟทางอากาศ และระบบไฟฟ้าสำรอง เป็นต้น

ขณะเดียวกันการก่อสร้างอาคารสูง ต้องมีถนนรอบอาคารความกว้างไม่น้อยกว่า 6 เมตร เพื่อความสะดวกสำหรับรถดับเพลิงที่จะเข้าควบคุมเพลิงในพื้นที่

สำหรับอาคารที่สร้างหลังปี 2535 กฎหมายกำหนดให้บันไดหนีไฟต้องมีพัดลมอัดอากาศ เพื่อช่วยให้การอพยพสู่พื้นดินมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

ข้างต้นเป็นข้อกำหนดตามกฎหมายเพื่อความปลอดภัยสำหรับอาคารสูง ทีนี้มาดูวิธีเอาตัวรอดในภาวะฉุกเฉินที่ต้องเผชิญเหตุอัคคีภัยกันบ้าง

สิ่งแรกที่พึงปฏิบัติทุกครั้งที่เข้าไปในอาคารสูงที่ไม่คุ้นเคย คือ การสังเกตดูตำแหน่งของประตูบันไดหนีไฟว่าอยู่ตรงไหน ถ้าจะให้ชัวร์ก็ดูแปลนอาคาร หรือถามพนักงาน ซึ่งมีบางโรงแรม เวลาจัดสัมมนาจะมีพนักงานมาแจ้งทางหนีไฟให้ผู้เข้าร่วมสัมมนารับทราบบนเวที นับเป็นเรื่องที่ดีมาก

สำหรับผู้ที่พักอาศัยในคอนโดมิเนียม ก็ควรช่วยกันตรวจสอบประตูทางหนีไฟว่าใช้การได้หรือไม่ ต้องไม่ปิดตาย ขณะเดียวกันเวลาปิดก็ต้องสนิท เพื่อไม่ให้ควันพุ่งเข้าไปในทางหนีไฟได้ และทางหนีไฟต้องไม่มีสิ่งกีดขวาง ประเภทเอาทีวี ตู้เย็น โต๊ะเก้าอี้ ที่ชำรุดไปพักวางไว้ รวมไปถึงการตรวจสอบอุปกรณ์ดับเพลิงอย่างสม่ำเสมอว่าชำรุดเสียหายหรือไม่ อุปกรณ์ต้องพร้อมใช้งานอย่างเต็มประสิทธิภาพอยู่ตลอดเวลา

เมื่อประสบเหตุไฟไหม้ ในเบื้องต้นให้พยายามดับเพลิงด้วยอุปกรณ์ดับเพลิงของอาคารก่อน ภายใน 2 นาทีแรกที่ไฟเริ่มไหม้ และให้รีบกดปุ่มเตือนไฟไหม้ แล้วรีบหนีออกจากตัวอาคาร เช่นกันเมื่อเราได้ยินสัญญาณไฟไหม้ก็ให้รีบออกจากตัวอาคารทันที

หากห้องพักของเราเป็นต้นเพลิง หลังหนีออกจากห้องแล้วให้รีบปิดประตูทันที แต่หากมีไฟไหม้นอกห้องให้ลองจับลูกบิด หรือแตะประตูดูก่อนว่ามีความร้อนหรือไม่ ถ้ารู้สึกร้อน ห้ามเปิดประตูอย่างเด็ดขาด ให้รีบโทรศัพท์แจ้งให้หน่วยดับเพลิงทราบว่าเราอยู่ที่จุดใดของอาคาร พร้อมหาผ้าชุบน้ำเปียกปิดทางเข้าของควันที่ขอบประตู พร้อมปิดพัดลมและแอร์ และให้ส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือที่ระเบียง

ในสถานการณ์ที่เจอควันปกคลุมเต็มไปหมด ให้ใช้ผ้าชุบน้ำปิดจมูกแล้วคลานต่ำไปยังประตูทางหนีไฟ เพราะอากาศบริสุทธิ์จะอยู่ด้านล่าง และนำกุญแจห้องไปด้วย หากหมดทางไปจะได้กลับเข้าห้องได้ และพึงจำไว้เสมอว่าอย่าใช้ลิฟต์เด็ดขาด ให้ใช้บันไดหนีไฟเท่านั้น!!

สมพิศ ศรีนาค
econ@thairath.co.th