บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ว่าด้วยเรื่องโจ๊ก (2)

โดย สหบาท

กว่าจะก้าวขึ้นนายพลนำเพื่อนร่วมรุ่น นรต.47 จนเป็นที่จับตามอง

สมัยเป็น ผกก.3 บก.ปคม. “ผู้การโจ๊ก” พล.ต.ต.สุรเชษฐ หักพาล ถูกป้ายผิดว่า รับส่วยร้านคาราโอเกะ ในพื้นที่ จ.นครพนม โดนคำสั่งย้ายเป็น ผกก.ฝอ.10 บก.อก.บช.ก.

กระทั่ง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ลงเป็น ผบช.ภ.9 เจ้าตัวได้รับโอกาสทำหน้าที่หัวหน้าสำนักงานก่อนกลับมา “แจ้งเกิด” บนเก้าอี้ ผกก.สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา พัฒนางานโรงพักได้รับเลือกเป็น สถานีตำรวจดีเด่น ระดับสำนักงานตำรวจแห่งชาติอีกครั้ง

มีส่วนให้ได้รับการพิจารณาแต่งตั้งเป็นรอง ผบก.ภ.จ.สงขลา ไปตั้ง ศปก.ส่วนหน้าคุม 4 อำเภอคาบเกี่ยวสถานการณ์ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

ถึง “ได้สิทธิทวีคูณ” ขึ้น ผบก.ประจำ สนง.ผบ.ตร. ทำหน้าที่ประสานนายกรัฐมนตรี มีโอกาสทำงานให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม

ปีถัดมาขยับเป็น ผบก.ทท. และโยกนั่ง ผบก.สปพ. แต่ยังรับบท เสนาธิการติดตาม สร.2

ท่ามกลางกระแสโจมตีต่างๆนานา

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์เคยระบายในนิตยสารตำรวจฉบับหนึ่งยอมรับว่า ไม่มีใครดีทั้งร้อยเปอร์เซ็นต์ รวมถึงตัวเขาด้วย แต่ดีต้องมีมากกว่าไม่ดี ถ้าไม่มีความดี คงมาอยู่ตรงนั้นไม่ได้

“เหมือนเรื่องการแต่งตั้งโยกย้าย ทำไมมาลงที่ผมคนเดียว สิ่งหนึ่งในชีวิตรับราชการที่ไม่เคยทำเลย แล้วก็ไม่คิดจะทำตลอดทั้งชีวิตราชการที่เหลือ คือ การซื้อขายตำแหน่ง การรับผลประโยชน์จากการแต่งตั้ง การวิ่งเต้น” เจ้าตัวว่าถึงอุดมการณ์

“ต้องช่วยให้ความเป็นธรรมกับผมบ้าง”

มันไม่ใช่ครั้งแรกที่ “ผู้การโจ๊ก” พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ถูกข้อครหา แต่เจ้าตัวยืนยันมาตลอดว่า ไม่คิดจะแก้อะไร เพราะเชื่อว่ากาลเวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์

เส้นทางชีวิตราชการของเขายังอีกยาวไกล ส่วนจะ “หวานเจี๊ยบ” เรียบร้อยขนาดไหน ใครที่สัมผัสน่าจะรู้มากที่สุด

คิดฉุดให้เล่นตามเกมการเมืองคงไม่ขำ!!!


สหบาท