บริการข่าวไทยรัฐ

คำสั่งประวัติศาสตร์ ม.44 รถไฟจีน

ก็ต้องถือเป็น “คำสั่งประวัติศาสตร์” เมื่อ หัวหน้า คสช. ใช้อำนาจ มาตรา 44 ใน รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) มีคำสั่งที่ 30/2560 เรื่อง มาตรการเร่งรัดและเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินการโครงการรถไฟความเร็วสูง ช่วงกรุงเทพฯ–นครราชสีมา ด้วยการ ยกเว้นการใช้กฎหมายกว่า 10 ฉบับ ให้กับ โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย–จีน เพื่อความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลจีน

ทำไมเราต้องเอาใจจีนขนาดนั้นก็ไม่ทราบ

สาระสำคัญของคำสั่ง ม.44 ฉบับที่ 30/2560 อยู่ในข้อ 2 และข้อ 3 โดยคำสั่งในข้อ 2 ระบุว่า ให้การรถไฟฯทำสัญญาจ้างรัฐวิสาหกิจซึ่งเป็นตัวแทนของรัฐบาลจีน ที่มีประสบการณ์ด้านการพัฒนารถไฟความเร็วสูงที่ได้รับการรับรองคุณภาพจาก National Development and Reform Commission แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อดำเนิน โครงการรถไฟความเร็วสูง ช่วงกรุงเทพฯ–นครราชสีมา ดังต่อไปนี้

(1) งานออกแบบรายละเอียดโครงสร้างพื้นฐานด้านโยธา

(2) งานที่ปรึกษาควบคุมงานก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านโยธา

(3) งานระบบราง ระบบไฟฟ้าและเครื่องกล รวมทั้งการจัดหาขบวนรถไฟและจัดฝึกอบรมบุคลากร

ในคำสั่งนี้ให้ รัฐวิสาหกิจ และ บุคลากรของรัฐวิสาหกิจจีน ที่ต้องดำเนินการในลักษณะการประกอบ “วิชาชีพวิศวกรรม” หรือ “วิชาชีพสถาปัตยกรรม” ได้รับการยกเว้น ไม่ต้องอยู่ในบังคับของ พ.ร.บ.วิศวกร 2542 และ พ.ร.บ.สถาปนิก 2543 โดยให้กระทรวงคมนาคมประสานกับ สภาวิศวกร และ สภาสถาปนิก จัดให้มีหลักสูตรฝึกอบรมและทดสอบแก่บุคลากรดังกล่าวตามความเหมาะสม

ส่วน มูลค่าโครงการรถไฟความเร็วสูง ช่วงกรุงเทพฯ–นครราชสีมา ค่าจ้าง ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง ให้ใช้ผลเจรจาต่อรองของคณะกรรมการรถไฟ มติ ครม. และผลการประชุมของคณะกรรมการร่วมรถไฟไทย-จีน เป็นกรอบการพิจารณา โดยต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 120 วัน ให้วงเงินที่ ครม.อนุมัติสำหรับโครงการรถไฟความเร็วสูง ช่วงกรุงเทพฯ–นครราชสีมา ถือเป็น ราคากลาง

นอกจากนี้ ใน คำสั่งข้อ 3 ยังให้การรถไฟฯยกเว้นการปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบอีก 7 ฉบับ ตั้งแต่ความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ กฎหมายการจัดซื้อจัดจ้าง ระเบียบสำนักนายกฯว่าด้วยการพัสดุฯ เป็นต้น

ดูจากคำสั่ง ม.44 แล้ว ฝ่ายจีนเอง ก็ยังไม่ได้กำหนดว่า จะให้รัฐวิสาหกิจจีนแห่งไหนเป็นผู้ก่อสร้างโครงการนี้ คำสั่ง ม.44 จึงระบุแต่เพียงว่า ให้การรถไฟฯทำสัญญาจ้างรัฐวิสาหกิจที่เป็นตัวแทนของรัฐบาลที่ได้รับการรับรองคุณภาพจากรัฐบาลจีน ดังนั้น ฝ่ายไทยจึงยังมีเวลาที่จะพิจารณาให้รอบด้าน เพื่อเจรจาต่อรองในประเด็นต่างๆที่ยังค้างคา เช่น อัตราดอกเบี้ยเงินกู้จากจีน ที่จีนคิดดอกเบี้ยร้อยละ 2.5 แต่ไทยต่อรองให้คิดร้อยละ 2

โครงการรถไฟความเร็วสูง กรุงเทพฯ–นครราชสีมา แม้จะมีระยะทางเพียง 252.5 กม. แต่วงเงินก่อสร้างสูงถึง 179,000 ล้านบาท เฉลี่ยกิโลเมตรละ 708.91 ล้านบาท ถ้าก่อสร้างเต็มโครงการ 867 กม. ต้องใช้เงินลงทุนถึง 6 แสนกว่าล้านบาท ยังไม่นับ รถไฟความเร็วสูงสายกรุงเทพฯ–เชียงใหม่ กรุงเทพฯ–ระยอง กรุงเทพฯ–หัวหิน ไม่รู้จะต้องใช้เงินลงทุนอีกเท่าไหร่ จะต้องยกเว้นการใช้กฎหมายต่างๆเหมือนจีนหรือไม่ เพราะคงต้องปฏิบัติให้เท่าเทียมกัน จึงจำเป็นที่รัฐบาลจะต้องคิดให้รอบคอบทุกด้าน

คุณอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีคมนาคม เคยแถลงเองว่า การลงทุนรถไฟความเร็วสูง มีผลตอบแทนทางการเงินค่อนข้างต่ำ ใช้เวลาในการคืนทุนประมาณ 50 ปี อีก 50 ปีคนอนุมัติคงไม่อยู่แล้ว ขนาด ไต้หวัน ที่ว่ารวยแล้ว มีสายเดียวยังขาดทุนป่นปี้ เลย

วันนี้ผมไม่มีความเห็นครับ เพราะได้แสดงความเห็นไปหลายครั้งแล้ว แต่อยากให้รัฐบาลคิดให้รอบคอบ สถานการณ์เศรษฐกิจไทย และภูมิประเทศไทย ไม่เหมือนประเทศจีน ความจำเป็นจึงแตกต่างกัน แค่มีรถไฟธรรมดาวิ่งถึงทุกจังหวัดก็บุญแล้ว.

“ลม เปลี่ยนทิศ”