บริการข่าวไทยรัฐ

ไพบูลย์ หวั่น นายกฯ ถูกวางยา 'ไทยแลนด์ฟันด์' อุ้ม สหกรณ์คลองจั่น

นายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีต สปช.และประธานเครือข่ายประชาชนปฏิรูป หวั่น "นายกฯ" ถูกวางยาใช้ "กองทุนไทยแลนด์ฟันด์" เล่นแร่แปรธาตุอุ้ม "สหกรณ์คลองจั่น" จี้ สองอธิบดีฯ ตรวจสอบแต่งบัญชีสหกรณ์หรือไม่

วันที่ 19 มิ.ย. นายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีต สปช.และประธานเครือข่ายประชาชนปฏิรูป กล่าวว่า ได้มีหนังสือในนามคณะติดตามทรัพย์สินคืนประชาชนผู้เดือดร้อนและเสียหายจากสหกรณ์คลองจั่น ไปถึงอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์และอธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ เพื่อแจ้งให้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ ในฐานะรับผิดชอบกำกับดูแลสหกรณ์คลองจั่น เนื่องจากคณะฯ ได้ตรวจพบว่า ในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2559 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 28 พ.ค. 2560 คณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์คลองจั่นได้นำงบการเงินที่ผู้สอบบัญชีของกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ยังไม่รับรองมาเผยแพร่ให้สมาชิกรับทราบ เพราะมีข่าวว่า ผู้สอบบัญชีได้มีการทักท้วงยอดดอกเบี้ยที่เกิดจากให้สมาชิกกู้มียอดดอกเบี้ยค้างรับเพิ่มสูงถึง 123.1 ล้านบาท ซึ่งหากเป็นจริงตามนี้ก็แสดงว่าจะต้องมี NPL หรือหนี้เสียเกิดขึ้นรวมมากกว่า 1,000 ล้านบาท จากการที่คณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์คลองจั่นให้สมาชิกบางรายกู้จากสหกรณ์ฯ จึงขอให้อธิบดีทั้งสองหน่วยงานเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและเปิดเผยว่าคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์คลองจั่นได้มีการอนุมัติให้เงินกู้กับสมาชิกมียอดเงินกู้รวมเท่าไหร่ มีกี่ราย ชื่อนามสกุลผู้กู้ จำนวนเงินกู้ หลักประกันเงินกู้แต่ละราย ยอดค้างชำระค่าดอกเบี้ยเเต่ละราย เป็น NPL กี่ราย รวมจำนวนยอดเงินกู้เท่าไหร่

นายไพบูลย์ กล่าวต่อว่า เพราะขณะนี้มีประชาชนผู้เสียหายรวม 758 คน ที่มาขอความช่วยเหลือทางกฎหมายกับตน จึงเกรงว่าดอกเบี้ยค้างรับจำนวนเงิน 123 .1 ล้านบาท จะถูกนำไปให้กู้แก่กลุ่มสมาชิกผู้ที่ไกล้ชิดกับกรรมการสหกรณ์ฯ บางคนหรือไม่ และจะเป็นการเอื้อประโยชน์เฉพาะกลุ่มพวก อาจจะทำให้สมาชิกส่วนใหญ่เสียเปรียบและเสียหายได้ เพราะนายศุภชัยและพวกในขณะที่เป็นผู้บริหารก็อนุมัติให้ตนเองและพวกกู้เงิน ไซฟ่อนเงินของประชาชนออกจากสหกรณ์คลองจั่น และขอให้อธิบดีทั้งสองกรมตรวจสอบตามอำนาจหน้าที่ว่า ทำไมจึงปรากฏค่าใช้จ่ายดำเนินงานเฉพาะปี 2559 ซึ่งเป็นปีแรกของการฟื้นฟูกิจการ มีค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานมากถึง 98.8 ล้านบาท น่าจะมีปัญหาทั้งเรื่องความโปร่งใส และการใช้จ่ายในเรื่องที่ไม่เหมาะสมของคณะกรรมการสหกรณ์คลองจั่น ทำให้เกิดการใช้จ่ายเงินของสมาชิกอย่างสุรุ่ยสุร่าย หากไม่มีการฟื้นฟูกิจการ เม็ดเงินค่าใช้จ่ายดังกล่าวก็นำคืนให้ประชาชนผู้เสียหายเพิ่มได้ รวมทั้งตั้งแต่ปี 2557-2559 ทำไมคณะกรรมการฯ จึงต้องมีการจ่ายเงินค่าทนายจำนวนมากถึง 43 ล้านบาทให้สำนักกฎหมาย ซึ่งก่อนหน้าเคยร่วมงานไกล้ชิดกับ นายศุภชัย ศรีศุภอักษร ผู้ต้องหาคดีฉ้อโกงประชาชนและฟอกเงินสหกรณ์คลองจั่น

นายไพบูลย์ กล่าวต่อว่า อีกเรื่องสำคัญที่ต้องแจ้งต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. ว่า กำลังมีการใช้วิธีเล่นแร่แปรธาตุกับ "กองทุนไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์" ซึ่งรัฐบาลตั้งมาด้วยเจตนาดีเพื่อให้ประชาชนลงทุนมีผลตอบแทนสูงประมาณ 6 เปอร์เซ็นต์ต่อปี จะนำเงินกองทุนไปใช้ในโครงการรถไฟความเร็วสูงเป็นต้น แต่กลับถูกกรมส่งเสริมสหกรณ์กับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงการคลัง นำมาดำเนินการผิดวัตถุประสงค์ ชงเรื่องให้ธนาคารของรัฐ 3 แห่งปล่อยเงินกู้แก่สหกรณ์ต่างๆ ที่เป็นเจ้าหนี้สหกรณ์คลองจั่น 30,000 ล้านบาท แล้วนำเงินที่กู้นั้น ไปซื้อหน่วยลงทุน "กองทุนไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์" เพื่อรอปันผล 6 เปอร์เซ็นต์ แบ่งไปจ่ายดอกเบี้ยธนาคารรัฐอัตราตํ่าพิเศษ แล้วเอาเงินส่วนต่างดอกเบี้ยไปให้สหกรณ์คลองจั่น เพื่อให้สหกรณ์คลองจั่นนำเงินดังกล่าวมาชำระคืนกลับให้เฉพาะแก่สหกรณ์เจ้าหนี้เหล่านั้นอีกครั้งตามแผนฟื้นฟูกิจการ เป็นวิธีที่ซับซ้อน ซ่อนเงื่อนไม่โปร่งใส จะทำให้ "กองทุนไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์" และนายกรัฐมนตรีถูกนำไปโจมตีจากหลายฝ่ายให้เสียหายในวันข้างหน้าอย่างแน่นอน จึงขอนายกรัฐมนตรีเร่งตรวจสอบในประเด็นนี้โดยด่วน.