บริการข่าวไทยรัฐ

สตม.รวบขบวนการลอบนำต่างด้าวเข้าไทย สุดแสบใช้พาสปอร์ตปลอมตบตา

สตม.รวบขบวนการลักลอบนำบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้าประเทศ พฤติกรรมสุดแสบ ใช้หนังสือเดินทางคนอื่น หวังตบตาเจ้าหน้าที่

เมื่อเวลา 05.00 น. วันที่ 18 มิ.ย. พล.ต.ท.ณัฐธร เพราะสุนทร ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ชูฉัตร ธารีฉัตร ผบก.สส.สตม. พ.ต.อ.บรรลือศักดิ์ ขลิบเงิน รอง ผบก.สส.สตม. และเจ้าหน้า กก.2 บก.สส.สตม. ร่วมกันจับกุมขบวนการลักลอบนำบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้าประเทศ

ทราบชื่อต่อมา นายเจษฎา จำรัสเนตร อายุ 45 ปี จับกุมได้ที่บริเวณริมถนนสุวินทวงศ์ แขวงกระทุ่มราย เขตหนองจอก กรุงเทพฯ, นายแสนชัย นาคบุญ อายุ 44 ปี จับกุมได้ที่บริเวณทางพิเศษบูรพาวิถี แขวงและเขตบางนา กรุงเทพฯ แจ้งข้อหา "ซ่อนเร้น หรือช่วยเหลือด้วยประการใดๆ ให้คนต่างด้าวที่เข้าเมืองโดยผิดกฎหมายนั้นพ้นจากการจับกุม" และนายปิง ชาวกัมพูชา อายุ 25 ปี พร้อมพวกรวม 24 ราย ในข้อหา "เป็นบุคคลต่างด้าวใช้หนังสือเดินทางของผู้อื่นโดยมิชอบ ในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน" และ "เป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต" พร้อมของกลางรถยนต์ตู้ ยี่ห้อโตโยต้า สีขาว (ป้ายเหลือง) หมายเลขทะเบียน 30-0275 สระแก้ว จำนวน 1 คัน และหนังสือเดินทางประเทศกัมพูชาจำนวน 11 เล่ม รถยนต์ตู้ ยี่ห้อโตโยต้า สีขาว (ป้ายเหลือง) หมายเลขทะเบียน 30-0312 สระแก้ว จำนวน 1 คัน และหนังสือเดินทางประเทศกัมพูชาจำนวน 13 เล่ม

พล.ต.ต.ชูฉัตร กล่าวว่า สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้สืบสวนข้อมูลจนได้ข้อมูลว่าจะมีขบวนการนำบุคคลต่างด้าวเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ซึ่งกลุ่มขบวนการนี้มีวิธีการนำบุคคลต่างด้าวที่ผิดกฎหมายเข้าเมืองมาโดยใช้วิธีนั่งรถตู้โดยสารส่วนบุคคล เก็บค่าโดยสารต่อคน คนละ 2,000-2,500 บาท โดยบุคคลต่างด้าวทั้งหมดจะได้รับหนังสือเดินทางของบุคคลอื่น เพื่อใช้แสดงตบตาต่อเจ้าหน้าที่ หากเข้าเมืองมาได้ทั้งหมด ก็ไปประกอบอาชีพใช้แรงงานในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล

เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงเฝ้าสังเกตและติดตามจนกระทั่งพบรถต้องสงสัย รถยนต์ตู้โตโยต้า สีขาว (ป้ายเหลือง) หมายเลขทะเบียน 30-0275 สระแก้ว จึงแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง เพื่อเข้าทำการตรวจสอบรถต้องสงสัย พบนายเจษฎา และบุคคลสัญชาติกัมพูชาจำนวนหนึ่ง โดยชาวกัมพูชาที่พบทั้งหมดได้แสดงหนังสือเดินทางสัญชาติกัมพูชา แต่จากการตรวจสอบพบว่าหนังสือเดินทางทั้งหมดนั้นไม่ตรงกับตัวบุคคลต่างด้าวที่ถือหนังสือเดินทาง เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวไว้

จากการสอบสวนชาวกัมพูชาทั้งหมดยอมรับว่าหนังสือเดินทางนี้ไม่ใช่ของตัวเอง โดยพวกตนได้เดินทางเข้ามาโดยไม่มีเอกสารในการเข้าเมือง ส่วนหนังสือเดินทางที่พกมานั้นได้รับจากบุคคลชาติเดียวกัน ซึ่งได้กำชับว่าหากถูกเจ้าหน้าที่เรียกตรวจให้ยืนยันว่าเป็นเจ้าของหนังสือเดินทางนั้น โดยให้จดจำชื่อและวันเดือนปีเกิดข้อมูลสำคัญต่างๆ ในหนังสือเดินทางนั้นที่ได้รับมา จะได้ตอบคำถามกับเจ้าหน้าที่ได้อย่างถูกต้อง

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดมายัง กก.2 บก.สส.สตม. เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.