วันจันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

โพลชี้คนต้องการเลือกตั้งโดยเร็ว เชื่อได้ ส.ส.เข้าสภาฯ ดีกว่าทุกครั้ง

โพลชี้คนต้องการเลือกตั้งโดยเร็ว เพราะอยากเห็นบ้านเมืองก้าวหน้า โดยร้อยละ 88.20 ตั้งใจออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง รักษาสิทธิของตนเอง พร้อมเชื่อเลือกตั้งรอบนี้ ได้ ส.ส.เข้าสภาฯ ดีกว่าทุกครั้ง ...

“สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,237 คน เกี่ยวกับการเลือกตั้งยังคงเป็นประเด็นร้อน และมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากกลุ่มบุคคลต่างๆ โดยเฉพาะฝ่ายการเมืองออกมาเป็นระยะๆ ถึงแม้ว่าประเทศไทยจะมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ออกมาแล้วก็ตาม ก็ใช่ว่าการเลือกตั้งทั่วไป และการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่จะเกิดขึ้นได้ในเวลาอันรวดเร็ว สรุปได้ดังนี้ 

เมื่อถามว่า ประชาชนต้องการให้มีเลือกตั้ง ส.ส.ในช่วงใด? อันดับ 1 ร้อยละ 28.29 ระบุว่า โดยเร็ว เพราะอยากเห็นบ้านเมืองก้าวหน้า ปัญหาต่างๆ คลี่คลาย การเลือกตั้งมีผลต่อการพัฒนาประเทศ ฯลฯ อันดับ 2 ร้อยละ 26.19 ระบุ ตามโรดแม็ปของนายกฯ ที่ยังไม่ได้กำหนดเวลา เพราะจะได้เป็นไปตามแนวทางที่กำหนดไว้ ควรมีความพร้อมทุกๆ ด้าน อยากให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ฯลฯ อันดับ 3 ร้อยละ 21.75 ภายในปี พ.ศ. 2561 เพราะมีความเป็นไปได้มากที่สุด เป็นเวลาที่เหมาะสม ทุกฝ่ายมีเวลาเตรียมความพร้อมได้มากขึ้น ฯลฯ อันดับ 4 ร้อยละ 15.52 ภายในปี พ.ศ. 2560 นี้ เพราะนายกฯ เคยประกาศไว้ว่าจะเลือกตั้งในปี 2560 หลังจากประกาศใช้ รธน.ฉบับใหม่ ก็ควรจะมีการเลือกตั้งได้แล้ว ฯลฯ และ อันดับ 5 ร้อยละ 8.25 ไม่แน่ใจ

ต่อข้อถาม สิ่งที่ประชาชนตั้งใจสำหรับการเลือกตั้งในครั้งที่จะถึงนี้ คือ อันดับ 1 ร้อยละ 88.20 ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง รักษาสิทธิของตนเอง อันดับ 2 ร้อยละ 76.96 เลือกคนดี คนที่เหมาะสมเข้ามาทำงาน อันดับ 3 ร้อยละ 66.21 อยากเห็นบ้านเมืองเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ดีขึ้น เศรษฐกิจฟื้นตัว อันดับ 4 ร้อยละ 65.72 ไม่ขายเสียง ไม่ชี้นำ /การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ ยุติธรรม และ อันดับ 5 ร้อยละ 46.81 ติดตามข้อมูลข่าวสารการเลือกตั้งให้มากขึ้น เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจ

เมื่อถามว่า ประชาชนคิดว่าการเลือกตั้งในครั้งที่จะถึงนี้น่าจะได้ ส.ส.เข้าสภาฯ แบบใด? อันดับ 1 ร้อยละ 47.62 เชื่อว่า ดีขึ้นกว่าทุกครั้ง เพราะเชื่อว่า รธน.ฉบับใหม่จะทำให้ได้นักการเมืองที่ดีเข้ามาทำงาน คนส่วนใหญ่ให้ความสำคัญและมีความตื่นตัวกับการเลือกตั้งในครั้งที่จะถึงนี้ ฯลฯ อันดับ 2 ร้อยละ 46.80 เชื่อว่า เหมือนเดิม เพราะพฤติกรรมนักการเมืองเปลี่ยนแปลงยาก ยังคงมีการแบ่งพรรคแบ่งพวก น่าจะเป็นคนกลุ่มเดิม หน้าเดิม ที่เข้ามา ฯลฯ และ อันดับ 3 ร้อยละ 5.58 เชื่อว่า แย่กว่าทุกครั้ง เพราะการเมืองเป็นเรื่องของอำนาจและผลประโยชน์ อาจเกิดความขัดแย้งมากขึ้น กฎหมายเลือกตั้งบางข้อยังเป็นประเด็น และไม่ได้รับการยอมรับ ฯลฯ.