วันอาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ใครดีกับเราต้องดีกับเขา! 'น้องฉัตร' เล่าโมเมนต์ประทับใจ ‘ครูอ้อย ฐิตินาถ’

จากดราม่าเข็มทิศชีวิตเมื่อมีทีมแฉออกมาเรื่อยๆ ก็ต้องมีทีมสนับสนุน หนึ่งในนั้นคือ 'น้องฉัตร - ฉัตรชัย เพียงอภิชาติ' ช่างแต่งหน้าคิวทอง ที่เคยมีโอกาสได้ไปแต่งหน้าให้กับ ‘ครูอ้อย - ฐิตินาถ ณ พัทลุง’ เล่าความประทับใจถึงตัวครูอ้อยผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจ Nongchat ซึ่งจะมีเนื้อหาใจความว่าอย่างไร เรานำมาให้ได้อ่านกัน...

น้องฉัตรได้เล่าเรื่องยาวผ่านเฟซบุ๊กว่า วันนี้น้องฉัตรขอออกมาพูดถึงบุคคลคนหนึ่งที่เป็นกระแสตอนนี้ คือครูอ้อย เข็มทิศชีวิต คิดอยู่ว่าเราควรจะออกมาแสดงความคิดเห็นดีไหม? จะโดนคนอื่นๆ ว่าไหม? หรือจะโดนตำหนิไหม? เพราะครูมีทั้งคนชอบและคนไม่ชอบ แต่เราคิดว่าใครดีกับเรา เราต้องดีกับเขา วันนี้เพราะความดีที่ครูมีให้น้องฉัตร และคำสอนของครู น้องฉัตรจึงขอออกมาพูดในส่วนของพื้นที่ของน้องฉัตร (ใครจะมีปัญหาอะไรกันเป็นเฉพาะของบุคคลนั้นๆ น้องฉัตรมิทราบ) ขอออกตัวก่อนนะครับว่าเป็นความคิดเห็นส่วนบุคคลเฉพาะของตัวน้องฉัตรเอง น้องฉัตรได้รู้จักครูอ้อยและเข็มทิศชีวิต พอควร แต่วันนี้น้องฉัตรขอพูดถึงผู้หญิงคนนี้ในมุมที่น้องฉัตรพบมา

เราเจอกันงานคอนเสิร์ตเข็มทิศชีวิต น้องฉัตรไปแต่งหน้าให้ครูอ้อย พอแต่งหน้าเสร็จครูอ้อยก็ชวนอยู่คลาส ซึ่งคลาสนั้นน้องฉัตรได้ชวนแม่และป้าไปด้วย คนเยอะมากๆ คลาสนั้นน้องฉัตรเรียนฟรี สิ่งที่ได้หลังจากจบคลาสนั้นคือเรารู้สึกรักแม่มากขึ้น เข้าใจแม่มากขึ้น และได้กำลังใจรวมถึงสิ่งที่เรียกว่ากฎแรงดึงดูด คือถ้าเราคิดและตั้งเป้าหมายที่แน่ชัด จักรวาลจะส่งกลับมาให้เรา (มันมีจริงๆ หรา?) แต่ก็ลองดู หลังจากกลับมานั่งคิด คือ เราอยากมีธุรกิจ อย่างมีเงินร้อยล้าน (เรื่องเงินมาอีกแล้ว) แต่ทุกวันนี้คนเราต้องมีเงินจริงๆ เพราะเราต้องมีเงินถึงจะช่วยคนอื่นได้โดยที่เราไม่ต้องคิดอะไร ไม่ต้องคิดเยอะ เพราะเรามีเงินพอที่จะช่วยคนอื่นได้โดยเราไม่ลำบาก ครูสอนว่าได้มาต้องแบ่งปัน เลี้ยงพ่อแม่ ครูเคยถามว่าเราฝันอยากมีอะไร เราบอกอยากมีผลิตภัณฑ์เป็นของตัวเอง และเราก็มีมันแล้วจริงๆ

ทุกวันนี้น้องฉัตรก็เอากฎนี้มาสร้างความฝันคน ให้เขาตั้งเป้าหมายในชีวิต เพราะเราทำแล้วมันได้ผลจริงๆ คลาสเรียนอาจเหมือนคนบ้าหน่อยๆ เพราะมีหลายอารมณ์ มีหัวเราะ ร้องไห้ เปล่งเสียงดังๆ หันไปบอกรักคนรอบข้างที่เราไม่รู้จัก แต่ทำให้เราเข้ากับคนได้ง่ายขึ้น แต่หลังจากจบคลาสนั้นไป มันเหมือนได้ปลดปล่อย เราก็รู้สึกดีนะครับ เหมือนได้เทน้ำที่เสียออกและเติมน้ำใหม่ที่ดีเข้าไป มันมีพลังบวก

หลังจากวันนั้นก็มีโอกาสได้แต่งหน้าให้อีก โชคดีหน่อยได้คุยกับครูสองต่อสองโดยไม่ต้องไปนั่งเรียน น้องฉัตรถามครูว่า ครูอ้อยครับ ถ้าเราอยากให้ช่างแต่งหน้าในวงการรักและสามัคคีกัน มันจะเป็นไปได้ไหม? ครูอ้อยตอบว่า เราควรพยายามที่จะทำงานของเราให้ดีเถอะ ขนาดนักเขียนเขายังไม่ถูกกับนักเขียนด้วยกันเลย เท่านั้นแหละเลยได้คำตอบ ทำให้เรารู้ว่า คนในสายอาชีพเดียวกันยากมากที่จะรักและเข้าใจกันถ้าไม่นับว่าเราเคยสนิทหรือเป็นเพื่อนกันมาก่อน (ทุกคนคิดว่าจริงไหม?) ในชีวิตจริงใครดีก็โดนอิจฉา ใครพลาดก็มีแต่คนเหยียบย่ำซ้ำเติม (ในโลกความเป็นจริง) จบไปอีกเรื่อง

แต่เรื่องที่ประทับใจไม่ลืมเลย คือมีอยู่ครั้งหนึ่งไปแต่งหน้าครูอ้อยคลาสเข็มทิศชีวิต เปิดสอนฟรี! คนมาหลายพันคนแน่นโรงแรมมาก เราแต่งหน้าครูอยู่ด้านบน ลูกศิษย์ครูเปิดเรียงคลิปการสอนผิดช่วงแรก พอครูรู้ครูโกรธลูกศิษย์คนนั้นมาก บอกว่า ยิ่งคลาสฟรีเรายิ่งต้องใส่ใจให้มาก เพราะเขามีปัญหาเขาถึงต้องมาหาเราให้แก้ บางคนนั่งรถข้ามจังหวัดมารอแต่เช้ามืด จงจำไว้เลยว่าอย่าเห็นแค่ว่ามันเป็นงานฟรี! ยิ่งเป็นงานกุศลเรายิ่งต้องใส่ใจให้มาก เราอยู่ในเหตุการณ์แบบ โห!!! ครูคิดแบบนี้คือสุดยอดมาก เพราะบางคนคิดว่างานฟรีก็ทำเสร็จๆ ไปให้จบ แต่สำหรับครูอ้อยไม่ใช่ ครูตั้งใจในทุกๆ งาน ใครจะรู้บ้างว่า ก่อนสอนทุกครั้ง เวลาแต่งหน้าครู ครูดูเงียบ เพราะต้องทำการบ้าน ตั้งสมาธิ เวลาเราแต่งหน้าครูที่มีสอน รู้เลยว่าครูอยู่ในภาวะกดดัน เพราะมันใช้พลังมากๆ จริงๆ ในการสอนคลาสนึง ดังนั้นเราเห็นถึงความตั้งใจ ครูอ้อยมีลูกศิษย์มาก ครูคงทำตัวไม่ได้ถูกใจทุกคนหมด

วันนี้น้องฉัตรขอมาเล่าในสิ่งที่ได้พบเจอจากครู เราไม่รู้ใครมีโมเมนต์อะไร ใครไม่ชอบอะไร แต่วันนี้ขอเล่าในฐานะลูกศิษย์ที่เคยเข้าคลาส และได้พลังบวกกลับมาทุกครั้ง อยากให้ทุกๆ คนเข้าใจ เหรียญยังมีสองด้าน คนเราก็มีสองด้านเช่นกัน

ปล. ขออภัยถ้าหากโพสต์นี้อาจไม่ถูกใจทุกคน แต่เราในฐานะคนรู้จักครูอ้อยเมื่อคนที่เขาดีกับเราโดนคนมองแต่ในส่วนด้านลบ เราในนามลูกศิษย์ก็อยากนำเสนอและแชร์ในส่วนดีๆ ของครูอ้อยบ้าง หวังว่าทุกท่านจะเข้าใจนะครับ.