วันอังคารที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เค้นสอบ‘วัฒนา’ เป้าหมาย ไปป์บอมบ์อีก4

พบตั้งเวลาระเบิดใน30นาที สาวคนสนิทสอบไม่พบพิรุธ ทหารดีเดย์ส่งให้ตร.20มิ.ย.

“จักรทิพย์” แฉหลักฐานทางวิทยาศาสตร์คลอดแล้ว ยันชัดเจนว่า “วัฒนา ภุมเรศ” เป็นมือระเบิดแน่ แต่ยังไม่เชื่อคำให้การว่า ก่อเหตุเพียงคนเดียว เร่งชุดสืบสวนขยายผลให้แน่ชัดว่าเกี่ยวพันตัวละครอื่นอีกหรือไม่ เค้นกรณีพบระเบิดไปป์บอมบ์อีก 4 ลูก ตั้งเวลาทำงานหลังกดระเบิด 30 นาที ว่าจะเอาไปก่อเหตุที่ไหน นอกจากนี้ เตรียมส่งตัวผู้ต้องหาไปตรวจที่ รพ.นิติจิตเวช เพื่อเช็กสภาพจิต ดีเดย์ทหารส่งตัวมือระเบิดให้ตำรวจสอบสวนดำเนินคดีวันที่ 20 มิ.ย. พร้อมแถลงข่าวแจงขั้นตอนการสืบสวนจับกุมอย่างละเอียด

กรณีคนร้ายลอบวางระเบิดห้องรับรองข้าราชการบำนาญ (วงษ์สุวรรณ) ชั้น 1 อาคารเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษา โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า มีผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งพลเรือนและทหารเกษียณอายุ รวม 25 คน เหตุเกิดเมื่อวันที่ 22 พ.ค. ตรงกับวันครบรอบ 3 ปีคณะรักษาความสงบ แห่งชาติ (คสช.) ยึดอำนาจ จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบคนร้ายนำระเบิดซุกซ่อนในแจกันดอกไม้ติดไว้ที่ฝาผนังห้องดังกล่าวก่อนเกิดระเบิด ลักษณะการประกอบใส่ท่อพีวีซีแบบไปป์บอมบ์ ลักษณะเดียวกับระเบิดที่หน้ากองสลากกินแบ่งรัฐบาลเก่า และหน้าโรงละครแห่งชาติ หลังชุดสืบสวนเข้าคลี่คลายคดีกว่า 20 วัน พบเบาะแสภาพวงจรปิด จับกุมตัว นายวัฒนา ภุมเรศ อายุ 62 ปี อดีตวิศวกรไฟฟ้า กฟผ. ตรวจค้นบ้านภายในซอยรามอินทรา 3 พบของกลางระเบิดไปป์บอมบ์ประกอบเสร็จแล้ว 4 ลูกและอุปกรณ์ระเบิดจำนวนมาก เบื้องต้นรับสารภาพว่าก่อเหตุระเบิดมาแล้ว 6 ครั้ง ตั้งแต่ปี 2550 เนื่องจากไม่พอใจที่ทหารยึดอำนาจ

ความคืบหน้าจากกองบังคับการปราบปราม เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 17 มิ.ย. พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์–พ่วง ผบก.ป. กล่าวว่า หลังจากเจ้าหน้าที่ทหารจับกุมนายวัฒนา ภุมเรศ นำตัวไปสอบสวน กระทั่งออกหมายจับเมื่อวานนี้ (16 มิ.ย.) ขณะนี้ยังไม่ได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่ทหารว่าจะส่งตัวนายวัฒนามาให้กองปราบปรามดำเนินคดีเมื่อไหร่ อย่างไรก็ตามจากการสอบสวน รวมทั้งพยานหลักฐานที่พบถึงขณะนี้ชัดเจนแล้วว่านายวัฒนาเป็นผู้ลงมือก่อเหตุวางระเบิดเพียงคนเดียว ไม่มีผู้อื่นเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

รายงานข่าวแจ้งว่า หลังจากควบคุมตัวหญิงสาว คนสนิทของนายวัฒนา เมื่อกลางดึกวันที่ 16 มิ.ย. นำตัวไปสอบสวนเบื้องต้นแล้ว เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวไปสอบสวนเพิ่มเติมต่อที่กรมทหารแห่งหนึ่ง ส่วนขั้นตอนดำเนินการนายวัฒนาหลังจากนี้ ทหารจะนำตัวมาส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในวันอังคารที่ 20 มิ.ย. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. จะเป็นผู้แถลงข่าวรายละเอียดขั้นตอนการจับกุม รวมทั้งพยานหลักฐานต่างๆที่พบ

มีรายงานข่าวด้วยว่า หลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สส.บช.น. ตรวจสอบกล้องวงจรปิดภายใน โรงพยาบาล ส่วนตำรวจกองปราบปรามดูกล้องบริเวณรอบนอกโรงพยาบาลทั้งหมดอย่างละเอียด ตอนแรกมีผู้ต้องสงสัย 2 คน ก่อนที่จะตัดเหลือแค่นายวัฒนาเพียงคนเดียว จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงไล่กล้องวงจรปิดย้อนหลังไปตามเส้นทางที่คาดว่ามือระเบิดจะใช้เดินทางมาก่อเหตุที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าทุกเส้น พบคนร้ายใช้รถเมล์เป็นพาหนะมาก่อเหตุ และกลับไปลงรถเมล์ที่ กฟผ.บางกรวย เข้าไปหาหญิงสาวคนสนิทที่อพาร์ตเมนต์หลัง กฟผ. จึงสามารถระบุตัวผู้ต้องสงสัยได้ว่าคือ นายวัฒนา จึงตามไปจับกุมตัวได้ขณะนั่งรถเมล์กลับบ้านที่ซอยรามอินทรา 3

สำหรับข้อมูลส่วนตัวของนายวัฒนาพบว่า เป็นคนชอบเก็บตัวอยู่คนเดียว แม้กระทั่งภรรยาที่อยู่ด้วยกันก็ไม่ทราบพฤติกรรมอันลึกลับของนายวัฒนา รวมทั้ง 2 สาวคนสนิท ต่างไม่ทราบพฤติกรรมส่วนตัวเช่นเดียวกัน ช่วงเวลาที่เจ้าหน้าที่สะกดรอยพบว่านายวัฒนาไม่เคยใช้โทรศัพท์ติดต่อกับผู้ใด ไม่นัดหมายหรือไปพบปะกับบุคคลใด ทำให้เจ้าหน้าที่เชื่อว่า นายวัฒนาไม่มีผู้สมรู้ร่วมคิด ส่วนการตรวจค้นที่บ้านพบระเบิดไปป์บอมบ์ที่ต่อวงจรพร้อมทำงานแล้ว 4 ลูก อีโอดีตรวจสอบแล้วพบว่าระเบิดตั้งเวลาระเบิดไว้แล้วล่วงหน้า 30 นาที ไม่ทราบว่านายวัฒนาเตรียมจะนำไปก่อเหตุที่ไหนอีก เจ้าหน้าที่ทหาร อยู่ระหว่างเค้นสอบข้อมูลดังกล่าวอย่างเร่งด่วน

ด้าน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.กล่าวว่า ขณะนี้ชุดสืบสวนสอบสวนกำลังรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีผู้ต้องหาและขยายผลหาผู้ที่เกี่ยวข้อง ในขั้นนี้มีนายวัฒนาเป็นผู้ต้องเชื่อมโยงเหตุระเบิดหลายจุดในช่วงที่ผ่านมา ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพถือว่าเป็นประโยชน์ในการสืบสวนสอบสวนขยายผล ผู้ต้องหารับสารภาพก่อเหตุทั้ง 3 จุดที่ผ่านมา ทั้งที่โรงละครแห่งชาติ กองสลากเก่า และ รพ.พระมงกุฎเกล้า และเหตุระเบิดการเมืองช่วงปี 2550 รับเป็นผู้ประกอบและนำระเบิดมาวาง 3 จุด ที่เมเจอร์รัชโยธิน ซอยราชวิถี 24 และ บก.ทบ. คำให้การสอดคล้องกับวัตถุพยานที่ตรวจยึดได้ในห้องพักคอนโดของสาวคนสนิทของผู้ต้องหา ต้องขอเวลาทำงานก่อน คาดว่าในวันที่ 20 มิ.ย. จะชัดเจน เชื่อมโยงเหตุระเบิดป่วนบ้านป่วนเมืองตั้งแต่ปี 2550 เป็นต้นมา

ผบ.ตร.กล่าวต่อไปว่า ข้อมูลการสืบสวนเหตุระเบิด รพ.พระมงกุฎเกล้า มีความเชื่อมโยงผู้ต้องหาทั้งวัตถุพยาน กล้องวงจรปิดบันทึกไว้ได้ในโรงพยาบาลที่พบว่า ใส่หน้ากากอนามัยและถือถุงเข้าไป หลังได้ภาพผู้ต้องสงสัยชุดสืบสวนพยายามติดตามตัวตั้งแต่แรก แต่เพื่อให้ได้ความเชื่อมโยงจึงให้ชุดสืบสวนเฝ้าประกบติดตามพฤติกรรมก่อนเข้าจับกุมตัวมาดำเนินคดี จนได้ความเชื่อมโยงเหตุระเบิดอีกหลายจุดในปี 2550 เพราะเหตุระเบิดเกิดขึ้นมีฐานข้อมูลอยู่แล้ว จึงนำมาเปรียบเทียบกับฐานข้อมูลเก่าเพื่อสืบสวนหาตัวคนร้าย ขณะนี้ผลการตรวจเปรียบเทียบพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ยืนยันได้ว่านายวัฒนามีส่วนเกี่ยวข้องกับระเบิด

ผู้สื่อข่าวย้ำว่า ผู้ต้องหารับสารภาพทำคนเดียว ผบ.ตร.ตอบว่า เป็นคำให้การผู้ต้องหา อ้างว่าก่อเหตุลอบวางระเบิดคนเดียว ชุดสืบสวนยังไม่ได้เชื่อตาม คำให้การผู้ต้องหา สั่งให้สืบสวนขยายผลต่อ มีส่วนเกี่ยวข้องกลุ่มไหนที่มาเคลื่อนไหวทางการเมือง หรือเป็นการกระทำเพียงคนเดียว เป็นเรื่องที่สั่งให้ตรวจสอบโดยละเอียดทุกเรื่อง จะต้องสอบสวนหมดเพื่อให้สิ้นข้อสงสัย ยิ่งชัดเจนมากเท่าไร จะทำให้พี่น้องประชาชนลดความหวาดผวา มีความเชื่อมั่นในมาตรการดูแลปกป้องชีวิตและทรัพย์สินพี่น้องประชาชน ขอให้รอวันที่ 20 มิ.ย. ทุกอย่างจะมีความชัดเจนในเรื่องเหตุระเบิดป่วนช่วงที่ผ่านมา

ที่กองบังคับการสืบสวนสอบสวน บช.น.มีรายงานว่า ชุดสืบสวนสอบสวนเร่งรวบรวมพยานหลักฐานประกอบสำนวนคดีให้แน่นหนา เพื่อดำเนินคดีผู้ต้องหา นำดีเอ็นเอของนายวัฒนาส่งให้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานกลาง (สพฐ.) นำไปตรวจสอบเปรียบเทียบกับดีเอ็นเอที่พบในเหตุระเบิดตามที่นายวัฒนาให้การรับสารภาพ ยกเว้นเหตุระเบิดบริเวณหน้าโรงละครแห่งชาติ ซึ่งเจ้าหน้าที่ไม่สามารถเก็บดีเอ็นเอผู้ต้องสงสัยในที่เกิดเหตุได้ คาดว่าใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์จะรู้ผลว่าตรงกันกับนายวัฒนาหรือไม่

จากการสอบสวนนายวัฒนาให้การอ้างว่า สาเหตุที่วางระเบิดเพราะไม่ชอบทหาร เริ่มต้นที่ไม่ชอบทหาร เนื่องจากกรณีเกิดเหตุการณ์มีผู้ถูกยิงเสียชีวิต 6 ศพที่วัดปทุมวนาราม แต่นายวัฒนาบอกว่าไม่เคยไปร่วมชุมนุมกับกลุ่มคนเสื้อแดง ตรวจสอบยังไม่พบความเชื่อมโยงกับกลุ่มฮาร์ดคอร์ ช่วงเหตุการณ์ชุมนุมที่ชุดสืบสวนรวบรวมประวัติข้อมูลเอาไว้ จากการสอบถามนายวัฒนาไม่เคยมีคนใกล้ชิดและญาติสูญเสียหรือบาดเจ็บจากเหตุชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดง นอกจากนี้ ชุดสืบสวนสอบสวนเตรียมนำตัวนายวัฒนาส่งไปตรวจที่ รพ.นิติจิตเวช สถาบันกัลยาณ์-ราชนครินทร์ เพื่อยืนยันว่า ผู้ต้องหามีอาการทางประสาทหรือไม่

นอกจากนี้ นายวัฒนาให้ข้อมูลเรื่องการประกอบระเบิดด้วยว่า ใช้ความรู้พื้นฐานจากวิศวกรไฟฟ้าต่อวงจรระเบิด ประกอบระเบิด และเคยทดลองระเบิดที่บ้านพัก เริ่มจากประกอบระเบิดขนาดเล็กก่อน หลังทดสอบแล้วได้ผลจึงขยายอานุภาพระเบิดให้ ร้ายแรงขึ้น หลังสอบปากคำชุดสืบสวนสอบสวนคลี่คลายคดีสั่งการให้พนักงานสอบสวนเดินทางไปสอบปากคำพยานที่อาศัยอยู่บ้านใกล้เคียงกับของนายวัฒนาว่า เคยได้ยินเสียงคล้ายระเบิดดังมาจากบ้านหลังดังกล่าวหรือไม่ เพื่อตรวจสอบคำให้การและรวบรวมหลักฐานประกอบคดี นอกจากนี้ ชุดสืบสวนสอบปากคำอดีตเพื่อนร่วมงานของนายวัฒนาโดยรายละเอียดได้รับการยืนยันว่า นายวัฒนาเคยไปร่วมชุมนุมกับกลุ่มคนเสื้อแดง และเคยบอกว่าชื่นชอบความคิดปฏิรูปพลังงานไฟฟ้าของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ และไม่ชอบที่ทหารทำร้ายประชาชน